xs
xsm
sm
md
lg

หลงเสน่ห์ "สงขลา" เมืองแห่งรสชาติอาหารหลากวัฒนธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หากจะมีเมืองสักแห่งที่สามารถเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ผ่าน “รสชาติ” ได้อย่างชัดเจน สงขลาคือหนึ่งในนั้น เมืองเล็กริมสองฝั่งน้ำที่โอบล้อมด้วยทะเลสาบและทะเลอ่าวไทย ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่าการค้าในอดีต หากแต่เป็นจุดบรรจบของผู้คนหลากเชื้อชาติ ไทย จีน มลายู และมุสลิม ที่นำพาอาหาร ความเชื่อ และวิถีชีวิตเข้ามาผสมผสานจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด จนได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองอาหาร – The Real Taste of Songkhla” จึงไม่ใช่เพียงคำขนานนาม หากคือการรับรองว่า ทุกจานอาหารของที่นี่มีเรื่องเล่า

การเริ่มต้นเส้นทางเมืองอาหารในครั้งนี้ หมุดหมายอยู่ที่ ศูนย์การเรียนรู้วิถีโหนด นา เล ตั้งอยู่ที่อำเภอสทิงพระ เสน่ห์อีกด้านหนึ่งที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง คำว่า “โหนด นา เล” เป็นคำสั้น ๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชุมชนรอบ ทะเลสาบสงขลา ได้อย่างงดงาม สะท้อนทรัพยากรสำคัญที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มาตั้งแต่อดีต


ปัจจุบันหลายชุมชนใน จังหวัดสงขลา ได้นำแนวคิด “โหนด นา เล” มาพัฒนาเป็น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้กิจกรรมหลากหลาย เช่น ชมการทำน้ำตาลโตนด ปั่นจักรยานชมทุ่งนาและต้นตาล ล่องเรือชมทะเลสาบ ชิมอาหารพื้นบ้านจากวัตถุดิบท้องถิ่น การท่องเที่ยวลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้มาเยือน แต่ยังช่วยสร้างรายได้และรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนอีกด้วย


นักเดินทางที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของภาคใต้ในมุมที่แตกต่าง การมาเยือนชุมชนรอบ ทะเลสาบสงขลา เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตแบบโหนด นา เล อาจเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม


จากนั้นมุ่งหน้าสู่ย่านเมืองเก่าสงขลา ถนนสายสำคัญของเมืองเก่า เช่น ถนนนางงาม, ถนนนครใน และ ถนนนครนอก เปรียบเสมือนเส้นทางแห่งรสชาติ ที่ผู้มาเยือนสามารถเดินชิมอาหารจากร้านเก่าแก่ซึ่งสืบทอดสูตรมาหลายชั่วอายุคน ร้านอาหารบางแห่งเปิดมาตั้งแต่สมัยที่เมืองยังคึกคักด้วยเรือสำเภา และยังคงใช้วิธีการปรุงแบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


หนึ่งในชื่อที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต้องนึกถึงคือ แต้เฮียงอิ้ว ร้านอาหารไทย–จีนแต้จิ๋วที่เปิดให้บริการมาเกือบ 100 ปี ตั้งอยู่บนถนนนางงาม ใจกลางย่านเมืองเก่าสงขลา ที่เต็มไปด้วยตึกแถวเก่าและกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนโพ้นทะเลที่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้

ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่เพียงเป็นร้านอาหารธรรมดา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อาหารของเมืองสงขลา ที่ถ่ายทอดสูตรอาหารจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงรักษารสชาติแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือบรรยากาศเรียบง่ายแบบร้านอาหารจีนสมัยก่อน โต๊ะกลม เก้าอี้ไม้ และการตกแต่งแบบวินเทจ ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคที่สงขลาเป็นเมืองท่าสำคัญของภาคใต้ บรรยากาศภายในร้านโปร่ง โล่ง และอบอวลด้วยกลิ่นหอมของอาหารทะเลสดใหม่จากทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ร้านเลือกใช้มาตลอดหลายสิบปี

อาหารของแต้เฮียงอิ้วเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารไทยภาคใต้กับอาหารจีนแต้จิ๋วอย่างลงตัว
รสชาติจะ ไม่จัดจ้านแบบอาหารใต้แท้ ๆ แต่ก็ไม่จืดแบบอาหารจีน เป็นรสชาติกลาง ๆ ที่กลมกล่อม กินง่าย และเข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบทะเลสด ๆ ของสงขลา


อีกหนึ่งร้านบนถนนนางงามที่ทุกคนต้องแวะชิมคือ
ร้านเกียดฟั่ง (โกยาว) ร้านเล็ก ๆ ที่ดูธรรมดา ซึ่งถือเป็นต้นตำรับ “ข้าวสตู” ของสงขลา เปิดขายมายาวนานเกือบ 90 ปี และยังคงรักษารสชาติสูตรดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

เมนูที่ทำให้ร้านนี้โด่งดัง คือ “ข้าวสตู” อาหารที่มีที่มาจากการผสมผสานวัฒนธรรมหลายชาติ
สตูเป็นอาหารสไตล์ยุโรปที่ถูกนำมาปรับให้เข้ากับรสชาติแบบจีนและวัตถุดิบไทย จนกลายเป็นเมนูประจำเมืองสงขลา น้ำซุปมีความหอมของเครื่องเทศจีน รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้าน

นอกจากข้าวสตูแล้ว อีกเมนูที่คนพูดถึงมากคือ ซาลาเปาลูกใหญ่ ซาลาเปาของร้านมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ไส้แน่นเต็มลูก ทั้งหมูสับ ไข่ต้ม และกุนเชียง ลูกเดียวอิ่มได้ทั้งวัน จนกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อกลับบ้าน


เดินลัดเลาะผ่านไปพบกับร้านขนมไทยเล็ก ๆ นั่นคือร้าน จงดี ขนมไทย ร้านขนมที่โดดเด่นด้วยเมนูขนมไทยโบราณอย่าง ทองเอก และ สัมปันนี ซึ่งทำจากสูตรดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากภูมิปัญญาของคนเฒ่าคนแก่ในชุมชน

เจ้าของร้านอย่าง คุณจงดี ช่องไพบูลย์ ได้รับสูตรขนมเหล่านี้จากผู้ใหญ่ในละแวกบ้าน ก่อนจะนำมาลองปรับและทดลองทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้ได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด เมื่อสูตรประสบความสำเร็จและได้รับคำชื่นชมจากผู้ที่ได้ลิ้มลอง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดร้าน “จงดี ขนมไทย” ขึ้นมาอย่างจริงจัง


จากนั้นมายังจุดสาธิตการทำไข่ครอบ อาหารพื้นถิ่นและสินค้า GI ขึ้นชื่อของสงขลา เรื่องราวของไข่ครอบเริ่มต้นจากวิถีชีวิตของชาวประมงในพื้นที่รอบ ทะเลสาบสงขลา ในอดีตชาวประมงจะจับปลาและนำมาทำ ปลาเค็ม หรือ ปลาแห้ง โดยขั้นตอนหนึ่งคือการใช้ ไข่ขาวของไข่เป็ด มาชุบปลาก่อนตากแดด เพื่อช่วยให้เนื้อปลาเงาสวยและเก็บได้นานขึ้น เมื่อใช้เฉพาะไข่ขาวแล้ว ไข่แดงจำนวนมากจึงเหลืออยู่ ชาวบ้านจึงคิดวิธีถนอมอาหารไม่ให้เสีย จนเกิดเป็นเมนู “ไข่ครอบ” ขึ้นมา

วิธีทำคือการนำไข่แดงสองฟองใส่ลงในเปลือกไข่เป็ดครึ่งหนึ่ง แล้วนำอีกครึ่งมาครอบ จากนั้นนำไปนึ่งจนสุก กลายเป็นไข่แดงเนื้อแน่น สีส้มเข้ม รสชาติเค็มมัน

ด้วยความโดดเด่นทั้งในด้านรสชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ ไข่ครอบสงขลา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด ภายใต้ชื่อ ไข่ครอบสงขลา


และมาปิดท้ายด้วยเมนูเด่นของจังหวัดสงขลา คงต้องยกให้กับ "ไก่ทอดหาดใหญ่" ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในพื้นที่ภาคใต้และทั่วประเทศ ด้วยเอกลักษณ์ของไก่ทอดที่มีรสชาติเข้มข้น และมักเสิร์ฟคู่กับหอมเจียวและข้าวเหนียวร้อน ๆ มักขายตาม ตลาดเช้าและร้านข้าวเหนียว เมนูนี้จึงกลายเป็นอาหารเช้าที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่นักเดินทาง จนเกิดการบอกต่อและนำสูตรไปขายในจังหวัดต่าง ๆ ทำให้กลายเป็นชื่อเรียกเฉพาะของไก่ทอดสไตล์นี้


สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline