xs
xsm
sm
md
lg

“ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก" มรดกของชาติสุดล้ำค่าที่วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ อุบลราชธานี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ธรรมาสน์” ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในศาลาการเปรียญ สะท้อนความวิจิตรอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยรูปร่างของ “สิงห์” ที่ดูอ่อนช้อยราวเคลื่อนไหวได้ ยืนเทินบุษบก (มณฑปขนาดเล็ก) ที่มีความงามกลมกลืนไปด้วยกัน เป็นงานศิลป์ล้ำค่ามีเพียงหนึ่งเดียวของไทย และได้รับสถานะเป็นมรดกของชาติ


“อันซีนอุบลฯ ชิ้นเดียวในโลก”
“วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์” ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี มีโบราณวัตถุสุดล้ำค่าที่เปรียบเป็นงานศิลปะทางพุทธศาสนาแนวผสมผสานที่หาชมได้ยากยิ่ง นั่นคือ “ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก” ซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลาการเปรียญ หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า หอแจก

สันนิษฐานว่า ธรรมาสน์กับศาลาการเปรียญสร้างขึ้นพร้อมๆกันในช่วง พ.ศ. 2468-2470 โดย “พระอุปัชฌาวงศ์ พรหมฺสโร" เจ้าอาวาสวัด กับชาวญวนชื่อ “เวียง" ช่างญวน-อีสาน หรือชาวบ้านเรียกว่า แกวเวียง ซึ่งมาขออาศัยอยู่ภายในวัด เป็นผู้สร้างธรรมมาสน์สิงห์ในส่วนฐานจนถึงยอด ส่วนงานบันไดนาค รั้วกั้น พร้อมกับเสาหงส์เป็นฝีมือของพระอุปัชฌาวงศ์ กับนายคำหมา แสงงาม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การปั้นแกะสลัก) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่มาเรียนวิชาศิลปะกับพระอุปัชฌาวงศ์


งานศิลปะแห่งพุทธศาสนาชิ้นนี้จึงปรากฏศิลปกรรมแบบญวน-อีสาน ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน นับเป็นอันซีนอุบลราชธานีที่หาชมได้ยากยิ่งแบบ “ชิ้นเดียวในโลก" จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติ และหากนับจากการเริ่มต้นก่อสร้าง จึงมีอายุครบ 100 ปี เมื่อปี พ.ศ.2568 ที่ผ่านมา


ลักษณะเด่นของ “ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก"
ธรรมาสน์ก่ออิฐถือปูน ส่วนฐานเป็นรูปสิงห์หันหัวไปทางทิศตะวันออก ลักษณะสิงห์เงยหน้า อ้าปาก มีหงอนเป็นเปลว ขาทั้งสี่ตั้งตรง ลำตัวใหญ่บึกบึน ส่วนหางยกขึ้น ขนชี้ชันเป็นเปลว ตัวสิงห์ทาพื้นด้วยสีขาว แต้มลายสีน้ำเงินสลับสีเหลืองเป็นเกล็ดตามตัว แต่งเติมด้วยปูนปั้นลายเครือเถา ลายเมฆ ส่วนคอทำเป็นสร้อยสังวาลย์ประดับกระจกสี หลังสิงห์เป็นส่วนเรือนธรรมาสน์ สำหรับพระภิกษุนั่งแสดงพระธรรมเทศนา

ด้านในธรรมมาสน์
เรือนธรรมาสน์ลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีช่องหน้าต่างส่วนปลายเป็นวงโค้ง 3 ด้าน คือ ด้านทิศตะวันออก ทิศเหนือ และทิศตะวันตก เฉพาะด้านทิศตะวันตกมีบานหน้าต่างไม้ 2 บาน ฉลุลายดอกไม้และเครือเถาปิดไว้ ส่วนทิศใต้ทำเป็นช่องทางเข้าสู่เรือนธรรมาสน์ ปลายเป็นวงโค้งเช่นเดียวกับช่องหน้าต่าง และมีบันไดนาคทำจากไม้พาดสำหรับขึ้น-ลง

ผนังเรือนธรรมาสน์ประดับลวดลายปูนปั้น พื้นเป็นสีเหลือง แต้มลายด้วยสีน้ำเงิน สีเขียว สีน้ำตาลแดง โดยมุมทั้ง 4 ปั้นเป็นเสากลมประดับด้วยบัวฐานเสาและบัวหัวเสาทุกมุม กลางเสาปั้นเป็นลายมังกรเกี้ยวเสา ส่วนยอดธรรมาสน์หรือยอดบุษบก เป็นไม้ฉลุลายปิดทองร่องชาด ลดหลั่นกันขึ้นไป 3 ชั้น


งานศิลปกรรมมรดกของชาติชิ้นนี้ สร้างด้วยเชิงสัญลักษณ์แบบพุทธศาสนานิกายมหายานแบบจีนผสมกับเรื่องราวในไตรภูมิและชาดกประกอบกัน จึงปรากฏความหลากหลายทั้งจิตรกรรมนูนต่ำและลวดลายต่างๆ เช่น ลายจีน ดอกโบตั๋น มังกร ทวารบาล เทวดา ทหาร ชาวจีน ชาวเมียนมา ชาวฝรั่งเศส ฯลฯ เป็นงานศิลปะพื้นบ้านของอีสานที่มีเอกลักษณ์และมีแห่งเดียวในโลก

งานปั้น ศิลปะแบบผสมผสาน
วัตถุประสงค์ในสร้างธรรมมาสน์สิงห์ คือเป็นที่สำหรับให้พระสงฆ์นั่งเทศน์มหาชาติในงานบุญเดือน 4 หรือบุญผะเหวด หรือบุญมหาชาติเท่านั้น ซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้งตามประเพณีฮีต 12 ของชาวอีสาน การเทศน์นี้มีทั้งหมด 13 กัณฑ์ ชาวอีสานมีความเชื่อว่าการฟังเทศน์มหาชาติจะได้อานิสงส์สูง หากฟังครบทั้ง 13 กัณฑ์จบภายในวันเดียวจะทำให้ผู้นั้นได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ หรือนิพพานสมบัติ หากปรารถนาที่จะพบพระศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยก็จะได้พบสมความปรารถนา

งานเทศน์ปฐมสมโพธิแบบโบราณ
ในทุกๆ ปีจะมีงานการจัดงานเทศน์ปฐมสมโพธิแบบโบราณ บนธรรมมาสสิงห์เทินบุษบก คือการเทศน์เรื่องพระประวัติของพระพุทธเจ้า ตั้งแต่ประสูติจนตรัสรู้ ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบโบราณ สามารถสอบถามกำหนดจัดงานได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชีทวน โทร. 0 4521 0624

งานเทศน์ปฐมสมโพธิแบบโบราณ
ความงามใน “ศาลาการเปรียญ”
เป็นอาคารโถงยกพื้นเตี้ย ปูด้วยไม้กระดานโดยตลอด สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ด้านในสุดของอาคารยกพื้นขึ้นเป็นอาสนะพระภิกษุสามเณร หลังคาทรงจั่วมุงสังกะสี ต่อชายคาปีกกว้าง ทั้ง 4 ด้าน สันหลังคาประดับไม้ฉลุลายนาค 4 ตน เลื้อยโดยตลอด หน้าบันเป็นไม้ ด้านหน้าส่วนบนตกแต่ง ด้วยไม้กระดานเป็นลายแสงตะวัน กึ่งกลางประดับพระพุทธรูปปางมารวิชัยในซุ้มเรือนแก้วบนหลังช้างเอราวัณสามเศียร ช่อฟ้า (โหง่) เป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์ต่อปลียอด สลักลวดลายหน้ากาล ปั้นลมสลักลายดอกไม้ในวงกลมเป็นช่วงๆ มีใบระกาประดับตลอดแนว ส่วนปลายประดับหางหงส์เป็นรูปหัวนาค

อีกความโดดเด่น คือ งานจิตรกรรมบนฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานเป็นไม้กระดานทา ด้วยสีฟ้า เขียนด้วยสีเหลือง สีเขียวและสีน้ำเงินเป็นลายเครือเถา ดาวเพดาน และสัตว์หิมพานต์ ลวดลายมีความต่อเนื่อง สวยงาม ได้สัดส่วน มีลวดลาย เช่น พระลักษณ์ พระราม มังกร หงส์ เต่า กิเลน กามเทพ โดยใช้เทคนิคการเขียนสีแบบพระราชวังแวร์ชายส์ คือ การสร้างโครงไม้ขึ้นไปเขียนลวดลายต่างๆ บนฝ้าเพดาน นับว่าเป็นศิลปกรรมที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์และมีอยู่หลังเดียวในไทย

จิตรกรรมบนเพดานศาลาการเปรียญ
ทั้งนี้ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานศาลาธรรมาสน์สิงห์ วัดศรีนวล
แสงสว่างอารมณ์ ในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 12 กันยายน 2540


วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์
ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมือง 26 กิโลเมตร เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 23 (อุบลราชธานี-ยโสธร) ประมาณ 22 กิโลเมตร จะถึงบ้านท่าวารี ทางหลวงหมายเลข 2412 มีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้าน 5 กิโลเมตร

ข้อมูลอ้างอิง
สำนักเทคโนโลยีดิจิทัลและทรัพยากรการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)