ตรุษจีนปีนี้หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสเสน่ห์จีน ชมความงดงามและอบอวลด้วยศรัทธา “เมืองเก่าสงขลา” คือหนึ่งในจุดที่ควรปักหมุดจุดหมายที่ต้องมาเยือนสักครั้ง โดยเฉพาะการตระเวนไหว้พระ 5 ศาลเจ้ารับความเฮง ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกเก่าบนถนนสายวัฒนธรรม และกลิ่นอายของชุมชนจีนโพ้นทะเลที่ยังคงมีชีวิตชีวา
“ย่านเมืองเก่าสงขลา” จ.สงขลา มีประวัติความเป็นมาและมีอายุยืนยาวกว่า 200 ปี มีถนนที่สำคัญด้วยกัน 3 สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ถนนทั้งสามสายนี้มีเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ซึ่งก็ได้เกิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม กับชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมจีน สถาปัตยกรรมชิโนยูโรเปียน สถาปัตยกรรมผสม และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย สถาปัตยกรรมเหล่านี้ต่างก็มีความงดงามที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ย่านเมืองเก่าสงขลาแห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี โดยมีการเล่าเรื่องราวจิตรกรรมผ่านฝาผนังของอาคารและ บ้านเรือน เพื่อสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่นและเพื่อเป็นสถานที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมา เยี่ยมชม จังหวัดสงขลาอีกด้วย
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
เริ่มต้นความเป็นสิริมงคลกันที่ “ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา” เป็นศาลเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองสงขลามายาวกว่า 180 ปี ตั้งอยู่บนถนนนางงาม ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัย และย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของชาวจีนใน จ.สงขลา ศาลหลักเมืองก่อสร้างในสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ.2385
โดยทรงพระราชทานไม้ชัยพฤกษ์หลักชัยต้นหนึ่ง และเทียนชัยเล่มหนึ่ง พร้อมด้วยเครื่องไทยทานต่างๆ และโปรดเกล้าฯ ให้พระอุดมปิฎก ออกไปเป็นประธานด้านพุทธพิธี พร้อมด้วยฐานานุกรมเปรียญ 8 รูป และโปรดเกล้าฯ ให้พระครูอัฏฏาจารย์พราหมณ์ ออกไปเป็นประธานฝ่ายพิธีพราหมณ์ 8 นาย งานฝังหลักชัยเริ่มด้วยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา
ภายในมีสถาปัตยกรรมแบบจีนดั้งเดิมและมีการประดับด้วยลวดลายมังกรและโคมไฟจีน ประดิษฐานเสาหลักเมืองซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลา ศาลแห่งนี้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลตรุษจีน และเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ส่ำเล้งเตียนกวนแตกุ้น)
ถัดมาที่ “ศาลเจ้าพ่อกวนอู (ส่ำเล้งเตียนกวนแตกุ้น)” ตั้งอยู่ที่ถนนนางงาม มีอาณาเขตติดกับศาลเจ้าหลักเมือง โดยมีอาคารสงขลามูลนิธิ และที่ทำการของสมาคมฮกเกี้ยน อยู่ระหว่างศาลเจ้าทั้งในอดีตการเดินเรือมาทำการค้าขายของของชาวจีนนั้น ต้องเจออุปสรรคมากมาย ซึ่งผู้ที่ทำการเดินเรือต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง และมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว อดทน ให้ท่านได้ปกป้องคุ้มครอง ผู้คนจึงให้ความเคารพนับถือบูชาเทพเจ้ากวนอู ศาลเจ้าแห่งนี้ก่อสร้าง ปี พ.ศ. 2422 หรืออายุราวประมาณ 147 ปี ซึ่งตรงกับสมัยต้นรัชกาลที่ 4
ศาลเจ้าตั้งเช่งอ๋อง
จากนั้นมาที่ “ศาลเจ้าตั้งเช่งอ๋อง” เป็นอาคารที่มีการก่อสร้างแบบผสมผสานกันระหว่างปูนซีเมนต์กับไม้ ส่วนด้านบนของหลังคามีรูปมังกร 2 ตัวหันหน้าเข้าหาลูกแก้ว ความหมายว่า มังกรทั้ง 2 ตัวนั้น เฝ้าคอยดูแล และหวงแหนลูกแก้ว หน้าศาลเจ้ามีหินสลักเป็นรูปสิงห์ ซึ่งทาด้วยสีทองเป็นสิงห์แบบจีนมีอยู่ด้วยกัน 2 ตัว วางทั้งด้านซ้ายและขวาของประตู ซึ่งเชื่อว่ารูปปั้นสิงห์นั้นเป็นของขลังที่มีพลังอำนาจ สามารถใช้ป้องกันเพทภยันตรายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ศาลเจ้าโป้อันเตียน (โก๊ยเซ่งอ๋อง)
ไม่ไกลกันนักก็มาถึง “ศาลเจ้าโป้อันเตียน (โก๊ยเซ่งอ๋อง)” อยู่ที่ถนนยะลา ตั้งเซ่งอ๋องเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างเมืองจางโจว คนจีนทั่วไปนับถือเทพเจ้าองค์นี้ ในฐานะบรรพบุรุษหรือเทพเจ้าที่ช่วยให้ผู้บูชามีความสุขความเจริญ
ศาลเจ้าโป้อันเตียน (โก๊ยเซ่งอ๋อง) มีขนาดเล็ก กว้างยาวประมาณ 5 ม. เป็นอาคารทรงจีนแบบก่ออิฐฉาบปูนซีเมนต์ บริเวณไม้แปหลังคาด้านหน้าเป็นชายคาแผ่นไม้ทาด้วยสีแดง หลังคาบุงด้วยกระเบื้องดินเผาแบบจีนโบราณชนิดหนา เป็นกระเบื้องดินเผาแบบโบราณของจีน ซึ่งผลิตขึ้นเองในเขตเมืองสงขลา
ศาลเจ้าปุนเถ้ากง
และปิดท้ายมาไหว้ “เทพเจ้าปุนเถ้ากง” เชื่อว่าเป็นเทพเทพเจ้าที่ทางราชสำนักส่งมาดูแลการเดินเรือเช้าออกปากอ่าว เปรียบเสมือนข้าราชการของเจแม่ทับทิม
“ศาลเจ้าปุนเถ้ากง” ตั้งอยู่ที่บริเวณถนนหนองจิก ซึ่งเป็นถนนสายเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างถนนนางงาม ถนนนครใน และถนนนครนอก เป็นศาลเจ้าเล็กๆ หนึ่งคูหา คล้ายกับบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไปของคนจีน ลักษณะการก่อสร้างอาคาร มีการยกสูงจากถนนประมาณครึ่งเมตร ทางขึ้นเป็นลักษณะขั้นบันได
การมาเยือนเมืองเก่าสงขลาในช่วงตรุษจีน จึงไม่ใช่เพียงการออกเดินทางเพื่อไหว้เจ้าขอพร แต่คือการได้ซึมซับเรื่องราวของศรัทธาที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านศาลเจ้าทั้ง 5 แห่งที่ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางตึกเก่าและถนนสายประวัติศาสตร์ ทุกย่างก้าวอบอวลด้วยความหมายของความกตัญญู ความหวัง และการเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นสิริมงคล
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


