xs
xsm
sm
md
lg

ไหว้พระใหญ่ “พุทธอุทยานโฝกวงซัน” เกาสง ไต้หวัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พุทธอุทยานโฝกวงซัน
ไหว้พระใหญ่ ที่ “พุทธอุทยานโฝกวงซัน” ในเกาสง ไต้หวัน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสูงถึง 50 เมตร แต่ถ้ายังไม่ได้ไปเกาสง ที่เมืองไทยก็มี “วัดโฝวกวงซัน” ในกรุงเทพฯ ที่เป็นวัดสาขาจากไต้หวัน ให้ไปสักการะขอพรกัน

“เกาสง” เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังใน “ไต้หวัน” ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่าชายทะเลสุดอาร์ต ด้วยการเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของไต้หวันและเป็นเมืองท่าที่สำคัญ โดยท่าเรือของเกาสงเป็น 1 ใน 4 ของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังเป็นเมืองอาร์ต ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะมีผลงานศิลปะจะแสดง หรือการปรับปรุงพื้นที่ที่สอดแทรกงานศิลปะเอาไว้อยู่เสมอ

นอกจากการเป็นเมืองศิลปะสวยๆ แล้ว ที่เกาสงก็ยังมีอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปชม นั่นคือ “พุทธอุทยานโฝกวงซัน” ที่ตั้งอยู่ชานเมืองเกาสง ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร

พุทธอุทยานโฝกวงซัน เกาสง ไต้หวัน

ทางเข้าพุทธอุทยานโฝกวงซัน
“พุทธอุทยานโฝกวงซัน” เป็นวัดในนิกายมหายานสายรินไซเซ็น สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1967 โดยพระอาจารย์ซิงหยุน (Master Hsing Yun) และลูกศิษย์ มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาให้แพร่หลายไปทั่วโลก และเป็นพุทธศาสนาของโลกมนุษย์ โดยยึดหลักให้การศึกษาในการพัฒนาบุคคล สืบสานวัฒนธรรมในการประกาศพุทธธรรมคำสอน บำเพ็ญกุศลในการช่วยเหลือพัฒนาสังคม

ศูนย์กลางแหล่งปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมภูเขาเกือบทั้งลูก โดยบริเวณวัดที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ เริ่มเปิดให้เข้าชมครั้งแรกช่วงปลายปี ค.ศ.2011 สถาปัตยกรรมของที่นี่ ส่วนหนึ่งนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากพุทธศิลปะของอินเดีย

ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่เรียกกันว่า “พระใหญ่โฝกวงซาน” (Fo Guang Shan Big Buddha) หรือ องค์พระศากยมุนี พระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดงองค์ใหญ่ มีความสูงถึง 50 เมตร ประดิษฐานอยู่บนจุดสูงสุดของพุทธอุทยาน สามารถมองเห็นได้จากทั่วลานกว้างด้านหน้า

พระใหญ่โฝกวงซาน

เจดีย์ที่เรียงรายด้านข้างลานพระใหญ่
สองฝั่งของลานด้านหน้าองค์พระใหญ่ มีเจดีย์ 8 องค์เรียงรายอยู่ เจดีย์แต่ละองค์ก็จะถ่ายทอดคำสอนในพุทธศาสนาในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป

บริเวณฐานขององค์พระใหญ่ แบ่งเป็นห้องต่างๆ ที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และสิ่งของล้ำค่าต่างๆ อยู่ด้านใน สามารถเดินชมได้โดยรอบ (แต่ภายในไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ) ที่สำคัญคือ หอพระหยก (Jade Buddha Shrine) เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุส่วนพระเขี้ยว หรือ ฟันของพระพุทธเจ้า ซึ่งบรรจุอยู่ด้านบนของ องค์พระพุทธรูปแกะสลักด้วยหยกจากเมียนมา

พุทธอุทยานโฝกวงซาน ถือเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับศาสนาพุทธที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของไต้หวัน จึงทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้อยู่เป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี

ด้านในฐานองค์พระใหญ่
ส่วนใครที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางไปที่เกาสง ที่เมืองไทยก็มี “วัดโฝวกวงซัน” ในย่านคู้บอน กรุงเทพมหานคร ให้ไปเยี่ยมชมกัน

“วัดโฝวกวงซัน” หรือ “สถาบันพุทธศาสนา เถรวาท-มหายาน” เป็นวัดสาขาจากไต้หวัน สถานที่แห่งนี้ได้ถูกออกแบบตามสถาปัตยกรรมของไต้หวัน เมื่อใครไปเยือนที่วัดนี้แล้วจะรู้สึกราวกับว่าเดินทางมายังไต้หวันกันทีเดียว

ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพหลายองค์ให้ไปกราบไหว้ขอพร เมื่อเดินเข้าไปบริเวณวัดจะเห็นประตูวัดขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวที่มายังแห่งนี้จะต้องไม่พลาดถ่ายรูปกับประตูสูงเด่น ด้านข้างมีพระศากยมุนีหยกขาวให้กราบไหว้ก่อนเดินเข้าไปด้านใน

วัดโฝวกวงซัน คู้บอน

ด้านในของวิหารกลางจะมีองค์พระ 3 องค์
หลังจากเดินเข้าไปภายในวัด จะเห็นบรรยากาศโดยรอบดูกว้างขวางและงดงาม เพราะที่นี่ได้ออกแบบพุทธวิหารทั้งหมดเป็นศิลปะแบบจีน ประกอบไปด้วย วิหารกลาง วิหารพระอวโลกิเตศวร ห้องวิปัสสนา หอฉัน ห้องเรียนพุทธศาสนา ห้องประชุม เรือนรับรอง (ห้องพักของสาธุชน) หอพระไตรปิฎก (ห้องสมุด) เป็นต้น ทุกรายละเอียดของวัดถูกประดับตกแต่งได้อย่างสวยงาม

จากโถงรับรองเดินผ่านลานกว้างเพื่อมุ่งสู่วิหารกลาง ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นศูนย์กลางของทุกสายตาของผู้มาเยือน ด้านหน้าของวิหารกลางแกะสลักเป็นรูปมังกรสีขาวอ่อนช้อยวิจิตรงดงาม

ด้านในของ “วิหารกลาง” จะมีองค์พระ 3 องค์ เปรียบเสมือนเป็นองค์พระประธานของวิหารนี้ ริมผนังโดยรอบจะมีช่องขนาดต่างๆ วางองค์พระหลากหลายขนาดประดับอยู่ ส่วนริมผนังด้านนอกตกแต่งด้วยแผ่นกระเบื้อง ฐานวิหารเป็นเป็นหินแกะสลักรูปดอกไม้สวยงาม เมื่อเดินชมรอบวิหารจะพบกับวิหารพระกษิติครรภ์และวิหารพระศากยมุนีตั้งอยู่บริเวณด้านหลัง

หอระฆัง
นอกจากนี้ยังมีหอระฆัง (คัณฑฆระ) ซึ่งอารามที่มีขนาดใหญ่บางแห่งในจีน จะมีการหล่อสร้างระฆังให้มีขนาดใหญ่ และมีปริมาณน้ำหนักมาก โดยจะสร้างอาคารเพื่อสำหรับการแขวนระฆังขนาดใหญ่โดยเฉพาะ เรียกว่า หอระฆัง (คัณฑฆระ) โดยจะตั้งอยู่ทางด้านขวาของ “มหาวีระรัตนอุโบสถวิหาร” หากวัดหันหน้าไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ หอระฆังจะอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนหอกลองจะตั้งอยู่ทิศตะวันตก ซึ่งระฆังและกลองจึงถือเป็นเครื่องอุปกรณ์ดุริยางคธรรม ที่ใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเพื่อบอกกล่าวเวลา ตามช่วงขณะในกิจวัตรต่างๆ ของพระสงฆ์ในอาราม และบางครั้งเมื่อมีพระอาคันตุกเถระได้ธรรมยาตรามาเยือน ก็จะต้องมีการเคาะระฆังตีกลอง เพื่อความเป็นสิริมงคลถวายการต้อนรับที่ธรรมยาตรามาเยือน เป็นต้น

อีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์” หรือบริเวณองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีทองตั้งสูงสง่างาม รวมถึงมีรูปปั้นเทพจีนประดับอยู่รอบๆ ภายในเป็นห้องแอร์ มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประดิษฐานอยู่ตรงกลางวิหาร ทั้ง 4 ปาง ได้แก่ ปรางค์ประธานบุตร ปางประทานพร ปางประทานทรัพย์ และปางประธานโชคลาภ

 วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์

เจ้าแม่กวนอิม 4 ปาง

#########################################

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline