หากใครกำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งความสนุก ความรู้ และแรงบันดาลใจแบบไม่จำเจ “อุทยานเรียนรู้เพ ลา เพลิน” จังหวัดบุรีรัมย์ คือจุดหมายที่ต้องปักหมุดไว้ในลิสต์ปีนี้ เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวกลางอีสานใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสุขและการเรียนรู้ไม่รู้จบ ที่พร้อมชวนทุกคนออกเดินทางย้อนเวลาไปไกลกว่าที่เคย
ภายใต้โครงการ “เพ ลา เพลิน อะคาเดมี่” เพ ลา เพลิน จับมือกับภาคีเครือข่าย เปิดตัวนิทรรศการสุดตื่นตา “SIAM FOSSIL Prehistoric Isan : ตะลุยแดนช้างยักษ์! ผจญภัยโลกฟอสซิลล้านปี” ในคอนเซ็ปต์เก๋ๆ “FOSSIL IN THE GARDEN” ที่เปลี่ยนสวนสวยให้กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ ชวนผู้มาเยือนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา วิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการเดินชม เล่น และลงมือสัมผัสจริง
ที่นี่จะพาคุณดำดิ่งสู่เรื่องราวของ “อีสานใต้” ดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “มหานครแห่งช้าง” ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จนนถึงปัจจุบัน ย้อนกลับไปเมื่อหลายล้านปีก่อน พื้นที่บุรีรัมย์–สุรินทร์–นครราชสีมา เคยเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และป่าดึกดำบรรพ์บนแผ่นดินภูเขาไฟ บ้านของช้างดึกดำบรรพ์หลากหลายสายพันธุ์ หลักฐานสำคัญคือฟอสซิลช้างและไม้กลายเป็นหินจำนวนมหาศาลที่ถูกค้นพบ และถูกนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าที่เข้าใจง่าย สนุก และน่าตื่นตาตื่นใจ
นายประณัย สายชมภู กรรมการผู้จัดการ เพ ลา เพลิน เปิดเผยถึงเบื้องหลังและแรงบันดาลใจสำคัญว่า “หัวใจของเพ ลา เพลิน ไม่ใช่แค่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่คือการเป็น ‘พื้นที่แห่งโอกาสในการเรียนรู้’ เรามีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ แรงบันดาลใจในการจัดนิทรรศการ SIAM FOSSIL ครั้งนี้ เกิดจากการที่เราอยากลบภาพจำวิชาวิทยาศาสตร์ที่ดูยากและน่าเบื่อในห้องเรียน ให้กลายเป็นเรื่องสนุกและจับต้องได้ เราอยากเห็นเด็กไทยตื่นตาตื่นใจกับรากเหง้าของแผ่นดินเกิด อยากให้เขาภูมิใจว่าบ้านของเขาคือขุมทรัพย์ทางธรณีวิทยาของโลก นี่คือพันธกิจของ ‘เพ ลา เพลิน อะคาเดมี่’ ที่มุ่งมั่นจะยกระดับคุณภาพคนและสังคมผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่มีความสุข”
ย้อนรอยตำนาน “เมืองช้าง” สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย สู่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์สเรื่องของฟอสซิลช้างบนแผ่นดินภูเขาไฟอีสานใต้ นิทรรศการนี้จะพาผู้เข้าชมดำดิ่งสู่ความมหัศจรรย์ของ “อีสานใต้” (บุรีรัมย์ – สุรินทร์ - นครราชสีมา) พื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางทางธรณีวิทยาและชีววิทยาที่สำคัญของเอเชีย จากอดีตย้อนกลับไปนับล้านปี พื้นที่แถบนี้คือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และป่าดึกดำบรรพ์บนดินแดนภูเขาไฟ เป็นบ้านของ “ช้างดึกดำบรรพ์” หลากหลายสายพันธุ์ที่วิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน หลักฐานคือฟอสซิลช้างและไม้กลายเป็นหินจำนวนมหาศาลที่ค้นพบในพื้นที่ สู่ปัจจุบัน สายใยแห่งเผ่าพันธุ์ยังคงสืบทอดมาสู่ “ช้างไทย” ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่สุรินทร์และบุรีรัมย์ ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองช้าง” ซึ่งมนุษย์และช้างอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกลายเป็นวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการส่งเสริมทัศนคติเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งแก่นของวัฒนธรรมประเพณี และความสมดุลทางธรรมชาติ และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้นยังมี “พังตุ้ม” ตัวแทนจิตวิญญาณแห่งเมืองช้าง ไฮไลต์สำคัญที่สุดของการเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน คือการจัดแสดงโครงกระดูก “ยายตุ้ม” (พังตุ้ม) ช้างเชือกสำคัญที่สิ้นบุญตอนอายุ 120 ปี จากวัดป่าอาเจียง จ.สุรินทร์ ยายตุ้มคือสัญลักษณ์ของ “ช้างต่อ” ผู้กล้าหาญที่เคยทำหน้าที่ในป่าลึก และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกูย การนำสรีระยายตุ้มมาจัดแสดงท่ามกลางฟอสซิลบรรพบุรุษ คือการประกาศก้องว่า “ตำนานช้างไทยไม่มีวันตาย” แต่ยังคงมีลมหายใจอยู่ในวิถีชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรม “ตุ้มโฮม” ของคนอีสานใต้สืบต่อไป
โดยงานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของลูกหลานอีสานและภาคีระดับประเทศ ได้แก่ อุทยานเรียนรู้ เพ ลา เพลิน ท่าพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ไทยโนซอร์ พิพิธภัณฑ์สนามบินสุโขทัย พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 3 สำนักงาน บุรีรัมย์-สุรินทร์-โคราช ที่มาร่วมกันร้อยเรียงเรื่องราว เพื่อยกระดับให้ “เส้นทางท่องเที่ยวอารยธรรมขอม-ดินแดนภูเขาไฟ-เมืองช้าง” กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก
ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของ “เมืองช้าง” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ได้ในนิทรรศการ “SIAM FOSSIL” ตั้งแต่วันนี้ – ธันวาคม 2569 ณ อุทยานเรียนรู้เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ โปรดสำรองการเข้าชมก่อนล่วงหน้าเพื่อประสบการณ์ในการรับชมของท่าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-504-2565 LINE: @PlayLaPloen หรือคลิ๊ก https://lin.ee/jIufYzR Facebook: www.facebook.com/PlayLaPloen
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


