xs
xsm
sm
md
lg

“บ้านสะนำ” อุทัยธานี เที่ยวชุมชนยลวิถี วัฒนธรรมลาวครั่ง - มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รากไม้สีน้ำตาลขนาดยักษ์โผล่พ้นเหนือผืนดินเสมือนฐานประคองล้อมลำต้นที่สูงตระหง่านราว 50 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาปกคลุมร่มเงาไปทั่วบริเวณ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้มาเยือนจนอาจกล่าวได้ว่าต้นไม้ยักษ์แห่ง “บ้านสะนำ” เป็นหนึ่งในอันซีนอุทัยธานี


“ต้นแบบเที่ยวชุมชน ยลวิถี”
เมื่อเดือนมกราคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรมได้เปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” (ประจำปีงบประมาณ 2568) ซึ่งได้แก่ “ชุมชนบ้านสะนำ” ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โดยการเลือกชุมชนต้นแบบที่บ้านสะนำ กระทรวงวัฒนธรรมได้ชูจุดเด่นอัตลักษณ์ของ “ลาวครั่ง” พร้อมทั้งมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ เพื่อพัฒนาเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยว

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันพลังวัฒนธรรมสู่พลังเศรษฐกิจ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยชุมชนบ้านสะนำได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 จากความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนให้คนในพื้นที่

สำหรับชุมชนบ้านสะนำถือเป็น “เพชรเม็ดงาม” ของจังหวัดอุทัยธานี โดดเด่นด้วยต้นเซียงยักษ์อายุกว่า 400 ปี ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ท่ามกลางป่าหมาก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่ง ชมผ้าทอมือ ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น และท่องเที่ยวแหล่งใกล้เคียง เช่น วัดเขาวง ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวาย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตเรียบง่ายตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบและการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างแท้จริง

ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ
ประวัติความเป็นมาของชุมชนโบราณ
ข้อมูลจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ระบุว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ในจังหวัดอุทัยธานี ย้อนอดีตเชื่อมโยงกับกลุ่มชาวบ้านที่อพยพหนีภัยการเมืองมาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ราว พ.ศ. 2370 ที่เจ้าอนุวงศ์ เจ้าเมืองเวียงจันทน์ที่เป็นเมืองขึ้นของไทยในยุคนั้นได้ก่อกบฏยกกองทัพมาตีกรุงเทพฯ โดยผ่านนครราชสีมา เกิดการต่อสู้กันเป็นเวลานานนับปีจนยุติลงเมื่อเจ้าอนุวงศ์และครอบครัวถูกจับเป็นเชลยส่งมากรุงเทพฯ

ในช่วงสงครามสู้รบกันระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพของเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ได้มีการกวาดต้อนผู้คนกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งบรรพบุรุษของชาวสะนำได้อพยพหนีภัยสงครามมาในครั้งนั้น เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินและปลูกบ้านสร้างเรือนอยู่ ณ สถานที่ที่ตั้งหมู่บ้านในปัจจุบัน

เดิมพื้นที่เขตตำบลบ้านไร่มีลักษณะเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าชุกชุม มีลำคลอง ห้วยละหานไหลผ่านตลอดปี มีพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำไร่ ทำนา เพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารมาก ภาษาพูดที่ชาวสะนำและชาวบ้านน้อยพัฒนาพูดเป็นภาษาถิ่น ภาษาลาวสำเนียงคล้ายคนลาวในนครเวียงจันทน์ และใกล้เคียงกับชาวเมืองสุวรรณเขต ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงเชื่อว่าบรรพบุรุษของชาวสะนำน่าจะเป็นคนลาวที่อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ หรือจำปาศักดิ์

ขณะที่บรรพบุรุษของคนบ้านสะนำ คือ นางสาซึ่งเป็นคนบ้านทัพคล้าย มีสามีชื่อ นายนำ มาอยู่ที่บ้านสะนำก่อน จึงนำมาเป็นชื่อบ้านว่า บ้านสานำ และเพี้ยนมาเป็น บ้านสะนำ ในเวลาต่อมา "หมู่บ้านสะนำ" จึงถือเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของชุมชนลาวครั่งที่ใหญ่ที่สุดของตำบลบ้านไร่ และเป็นชุมชนดั้งเดิมที่แยกออกมาจากกลุ่มบ้านทัพคล้าย เมื่อสงครามสิ้นสุดลง

ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ
ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ
“ต้นเชียง" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ต้นผึ้ง” ต้นไม้ยักษ์ ขนาด 40 คนโอบ เส้นรอบโคนต้นความยาว 97 เมตร อายุกว่าร้อยปี นับเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของบ้านสะนำ ต้นไม้ยักษ์ตระหง่านเด่นอยู่ท่ามกลางป่าหมากอันร่มรื่น ถือเป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของชุมชน

แต่เดิมเป็นพื้นที่ของพ่อตาของ “นายเฮียง ชาวป่า” ซึ่งขอต้นไม้นี้กับพ่อตาไว้ เพราะเห็นคุณค่า และจะหาต้นไม้ใหญ่แบบนี้ในชุมชนไม่มีอีกแล้ว จึงอยากอนุรักษ์ต้นไม้ไว้ให้ลูกหลานได้เห็นความสำคัญ ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ รวมทั้งเผยแพร่มรดกของดีในหมู่บ้านให้คนภายนอกได้รับรู้ ทั้งนี้ต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ ยังเป็นหนึ่งใน “รุกขมรดกของแผ่นดินใต้ร่มพระบารมี” โดยกระทรวงวัฒนธรรม

ตลาดซาวไฮ่
ตลาดซาวไฮ่ บ้านไฮ่บ้านเฮา
ตลาดที่ผสานวิถีชุมชนตลาดกับศิลปะได้อย่างลงตัว ตลาดขนาดย่อมไม่ไกลจากชุมชนบ้านสะนำ ละลานตาไปด้วยสินค้าและของกินท้องถิ่นมาวางจำหน่าย ทั้งพืชผักพื้นบ้าน อาหารการกิน ขนม ผ้าทอ งานจักสาน เสื้อผ้า งานคราฟต์ ผลิตผลในท้องถิ่น ร้านกาแฟ เวิร์กช็อปศิลปะ การแสดงดนตรี ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ รวมทั้งโต๊ะที่นั่งที่เปิดโอกาสให้ซื้อของกินอร่อยๆมาซึมซับบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองของชาวชุมชนบ้านไร่ เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 8.30-16.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม https://facebook.com/sawhai2018

สินค้าจากท้องถิ่นในตลาดซาวไฮ่
พิพิธภัณฑ์ผ้าไทลาว-โบราณ บ้านป้าจำปี
(4 กม.จากบ้านสะนำ)
“จำปี ธรรมศิริ” หรือ “ป้าจำปี” ผู้มีชื่อเสียงในระดับอาเซียน ฐานะ “ศิลปินทอผ้าเล่าเรื่อง” เจ้าของรางวัล (ASEAN Selection 2016 –Innovative Crafts of Textiles in ASEAN, SACICT, รางวัลการเชิดชูเกียรติครูศิลป์ของแผ่นดิน (ผ้าทอลาวครั่ง) ประจำปี 2560 ด้วยการเป็นปราชญ์ท้องถิ่นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ สั่งสมวิชาการทอผ้าซิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวลาวครั่ง รวมถึงรางวัล Thailand Moral Answer 2023 ยกย่องเชิดชูเกียรติ สื่อ บุคคล ชุมชนและองค์กร ที่ช่วยสร้างพื้นที่ความดี ให้เกิดขึ้นในสังคม

ผ้าทอเล่าเรื่องพระราชกรณียกิจ ร.๙

ผ้าไทลาว-โบราณ บ้านป้าจำปี
บ้านป้าจำปีมีพื้นที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น อวดความงามของผ้าทอที่มีรูปแบบการทอที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะทั้งความงามตามมาตรฐานผสมผสานไปกับจินตนาการไปตามที่ใจคิดสร้างสรรค์ ทำให้ป้าจำปี ได้รับฉายาว่า “สมองสั่งลาย หัวใจสั่งทอ” โดยมีผลงานระดับมาสเตอร์พีซ เช่น ผ้าทอเล่าเรื่องพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ลายทุ่งใหญ่นเรศวร และผ้าทอเล่าเรื่องเมืองกระบี่ เป็นต้น (สอบถาม โทร. 08-9839-1446)

พิพิธภัณฑ์ผ้าไทลาว-โบราณ บ้านป้าจำปี
วัดถ้ำเขาวง
(8 กม.จากบ้านสะนำ)
การเดินธุดงค์ของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ได้พาคณะพระภิกษุธุดงค์ผ่านมาพบเห็นสถานที่นี้ซึ่งเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงได้สร้างเป็นธรรมสถานปฏิบัติธรรม

วัดถ้ำเขาวง
ไฮไลต์ของวัด คือ เรือนไทยประยุกต์ สูง 4 ชั้น ไล่ระดับกันไปตามเนินเขา เริ่มจากชั้นใต้ถุนที่ใช้เป็นลานอเนกประสงค์ ร้านขายของ ถัดขึ้นไปเป็นชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 เป็นโบสถ์ไม้สัก ไม้มะค่า ที่ได้รับบริจาคจากชาวบ้าน รวมทั้งไม้เก่าเรือนไทยจากอยุธยา อ่างทอง และลำพูน ภายในวัดแห่งนี้ มีลักษณะเป็นธรรมสถานเพื่อการปฎิบัติธรรม มีทางเดินไปชมถ้ำด้านหลังวัดที่เหมาะสำหรับเป็นสถานที่นั่งวิปัสสนา

เรือนไทยประยุกต์ วัดถ้ำเขาวง
ถ้ำพุหวาย
(10 กม. จากบ้านสะนำ)
นักท่องเที่ยวสายธรณีวิทยาไม่ควรพลาดแวะมาชมถ้ำขนาดใหญ่ในภูเขาหินปูนเขตวนอุทยานถ้ำเขาวง ภายในถ้ำพุหวายมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา เช่น รูปเจดีย์ อ่างน้ำ มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีโพรงทะลุถึงด้านตรงข้ามของภูเขา โดยโถงแรกมีพระพุทธรูปประดิษฐานท่ามกลางบรรยากาศสงบเงียบภายในถ้ำ ทั้งนี้ค่อนข้างถ้ำมืดสนิท แต่มีบริการไฟฉายที่ชาวบ้านนำมาให้เช่าบริเวณด้านหน้าถ้ำ

ภายในถ้ำพุหวาย



กำลังโหลดความคิดเห็น