xs
xsm
sm
md
lg

สัมผัสเสน่ห์ “ลำพูน” ผ่านรถราง ย้อนเวลาชมเมืองเก่า ในบรรยากาศสโลว์ไลฟ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หากพูดถึงภาคเหนือ หลายคนอาจนึกถึงความคึกคักของเชียงใหม่เป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมว่าห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร ยังมีจังหวัดเล็กๆ อย่าง “ลำพูน” ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบและเรียบง่าย พร้อมอวดเสน่ห์แบบล้านนาดั้งเดิมที่หาไม่ได้จากเมืองใหญ่

ที่นี่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นจุดหมายสำหรับคนที่ต้องการพักกายพักใจ ทิ้งความวุ่นวาย แล้วมาสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม

วิธีที่คลาสสิกและเข้าถึงหัวใจของเมืองลำพูนได้ดีที่สุดคือ "การนั่งรถรางเที่ยวชมเมือง" ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด รถรางไม้ดีไซน์น่ารักจะพาคุณลัดเลาะไปตามถนนสายวัฒนธรรม ผ่านย่านเมืองเก่าที่ยังมีลมหายใจกับจุดเช็คอินที่จะพาคุณแวะชมสถานที่สำคัญถึง 10 จุดทั่วมือง โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง


ระหว่างทางไม่เพียงแต่นั่งชมวิวอย่างเพลิดเพลิน เพราะคนขับรถรางจะทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์เฉพาะกิจ คอยบอกเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์และเรื่องราวสนุกๆ ที่หาอ่านไม่ได้จากไกด์บุ๊กทั่วไป ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง การเคลื่อนตัวช้าๆ ของรถรางช่วยให้เราเห็นรายละเอียดของเมือง ทั้งบ้านเรือนไม้เก่าแก่และรอยยิ้มของผู้คนตลอดสองข้างทาง


จุดที่หนึ่งก็คือจุดขึ้นรถรางเที่ยวเมืองลำพูนอยู่ที่ “วัดพระธาตุหริภุญชัย” เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และเป็นที่ประดิษฐาน “พระธาตุหริภุญชัย” พระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูน และพระธาตุประจำปีคนเกิดปีระกา (ไก่) ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา ภายในประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุอยู่ในโกศทองคำ ซึ่งในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาไหว้องค์พระธาตุหริภุญชัยกันไม่ได้ขาด


หลังจากขึ้นรถรางแล้ว จุดที่สองก็คือ “พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน” ซึ่งเดิมอาคารนี้ก็คือคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ คุ้มเจ้าเมืองลำพูน ปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี เป็นสถานที่จัดแสดง ชั้นล่างจะจัดแสดงประวัติคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ และการเปลี่ยนแปลงมาจนกระทั่งปัจจุบัน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้สมัยก่อน ภาพถ่ายเกี่ยวกับประเพณี พิธีกรรม และนางงามผู้มีชื่อเสียงของจังหวัด บนชั้นสองก็ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับอาคารโบราณ และประวัติของคุ้ม โดยเฉพาะในจังหวัดลำพูน




จุดที่สาม มาแวะสักการะ “อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี” องค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหิภุญชัย มีปรากฏโดดเด่นอยู่ในตำนานต่างๆ ของล้านนา ที่กล่าวถึงว่าทรงเป็นสตรีที่มีพระสิริโฉมงดงาม เป็นปราชญ์ที่มีคุณธรรม แต่ขณะเดียวกันก็ทรงมีความเด็ดขาด พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่สร้างความรุ่งเรืองให้บังเกิดบนแผ่นดินล้านนา และได้นำพุทธศาสนาศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้จนมีความรุ่งเรืองสืบมาจนถึงปัจจุบัน นอกนี้ยังทรงเป็นต้นวงศ์กษัตริย์ หริภุญไชย ที่มีการสืบทอดครองราชย์ต่อเนื่องกันมากว่า 600 ปี จนถือเป็นรัฐที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสยามครั้งอดีต โดยอนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525


จุดที่สี่คือ “วัดจามเทวี” เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนาไทย บางแห่งก็ว่าพระนางจามเทวีทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1292 โดยใช้ช่างฝีมือชาวขอม บ้างก็ว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวี ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของพระนาง

ภายในวัดมีเจดีย์ขนาดใหญ่ชื่อว่า “สุวรรณจังโกฏิเจดีย์” ลักษณะเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย มีพระพุทธรูปปางประทานพรยืนอยู่ในซุ้ม ทั้งหมดมี 60 องค์ ต่อมายอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชามบ้านจึงเรียกกันว่า “กู่กุด” นอกจากนี้ยังมี “รัตนเจดีย์” เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ที่เชื่อว่าเป็นเจดีย์ที่ใช้บรรจุข้าวของเครื่องใช้ของพระนางจามเทวี และยังมี กู่บรรจุอัฐืของครูบาเจ้าศรีวิชัย ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ


จุดที่ห้าคือ “วัดมหาวัน” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองลำพูน หนึ่งในวัดสี่มุมเมืองที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด สร้างมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวีเสด็จขึ้นครองราชที่นครหริภุญชัย ภายในวัดมี “พระพุทธสิกขีปฏิมากร” (พระศิลาดำ) หรือ “พระรอดหลวง” ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระประธานในวิหาร ซึ่งเป็นแม่พิมพ์พระสกุล “พระรอดลำพูน” อันลือลั่น เป็น 1 ใน 5 พระเบญจภาคีที่มีราคาแพงที่สุด


ไปต่อกันที่จุดที่หก “วัดพระคงฤาษี” เป็นหนึ่งในวัดสี่มุมเมืองทางทิศเหนือ เป็นพระอารามหลวงในสมัยพระนางจามเทวี วัดนี้มีชื่อเสียงด้วยมีพระพิมพ์ที่เรียกว่า “พระคง” บริเวณวัดมีเจดีย์ลักษณะแปลกกว่าเจดีย์อื่นๆ มีซุ้มคูหาสี่ด้าน ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปพระคงฤาษี


จุดที่เจ็ด “วัดสันป่ายางหลวง” อีกหนึ่งวัดอันงดงามวิจิตรแห่งดินแดนล้านนา เดิมเคยเป็นศาสนสถานของพราหมณ์-ฮินดู เนื่องจากมีการขุดค้นพบพระพิฆเนศในบริเวณนี้ หลังจากนั้นก็มีพระจากพม่าเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาจนชาวบ้านเลื่อมใส และเปลี่ยนสถานที่นี้เป็นวัดชื่อว่า ขอมลำโพง เป็นวัดทางพุทธศาสนาแห่งแรกของล้านนา ต่อมามีการปฏิสังขรณ์และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า อาพัทธารามป่าไม้ยางหลวง และเชื่อว่าวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระนางจามเทวี

ภายในวัดประดิษฐาน “พระเจ้าเขียวโขง” หรือ “พระพุทธอัญญรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิแกะสลักด้วยหินสีเขียวเนื้อละเอียดจากแม่น้ำโขงที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ประดิษฐานอยู่ด้านบนพระพุทธเมตไตรจำลองมาจากพุทธคยา ตอนที่พระพุทธเจ้าโคตรมะบรรลุธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


สำหรับจุดที่แปดคือ “โบราณสถานกู่ช้าง กู่ม้า” หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่ชาวเมืองลำพูนเคารพนับถือกันมาก โดยเฉพาะกู่ช้าง ที่สร้างเป็นสถูปทรงกระบอกปลายมน เชื่อกันว่าเป็น “ปู้ก่ำงาเขียว” ช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ซึ่งหากใครได้มากราบไหว้ขอพรและได้ลอดท้องรูปปั้นช้างปู้ก่ำงาเขียว เชื่อว่าจะได้รับพรแห่งชัยชนะ สมหวังทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และการดำเนินชีวิต


จุดที่เก้า อยู่ที่ “ศูนย์การเรียนรู้ลำพูนไหมไทย” ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ ประกอบด้วยแปลงหม่อนและโรงเลี้ยงหม่อนไหม เป็นจุดเรียนรู้ต้นกำเนิดของความเป็นไหมไทย มีกิจกรรมเรียนรู้วิธีการเก็บผลหม่อน โรงย้อมผ้าสีธรรมชาติและโรงทอผ้าไหม เป็นจุดเรียนรู้กระบวนการย้อมสีธรรมชาติ เช่น แก่นฝาง แก่นไม้ประโหด ใบหูกวาง และดอกไม้ให้สี มีกิจกรรมให้ได้ทดลองย้อมสีธรรมชาติด้วยเทคนิคมัดย้อม การกรอไหมและการทอผ้าไหม ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์และพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมยกดอก เป็นแหล่งรวบรวมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม


และหากใครมานั่งรถรางเที่ยวชมในวันเสาร์ ก็จะได้ไปยังจุดที่สิบซึ่งเป็นจุดสุดท้ายคือ “ข่วงพันปี-ตลาดรถแก้ว(วันเสาร์)” อีกด้วย จากนั้นเมื่อครบทุกเส้นทางแล้วรถรางก็จะวนกลับมาส่งที่จุดขึ้นรถคือ บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย ซึ่งบริเวณนี้ก็ยังมีให้เดินเลือกซื้อหาของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านได้ด้วย

รถรางนำเที่ยวเมืองลำพูน ให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) รอบเช้าเริ่มเวลา 09.30 น. รอบบ่ายเริ่มเวลา 13.30 น. (แนะนำให้มาซื้อตั๋วก่อนเวลา) ค่าบริการ เด็ก 20 บาท/คน ผู้ใหญ่ 50 บาท/คน ต่างชาติ 100 บาท/คน จุดบริการขึ้นรถและซื้อตั๋วอยู่บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


กำลังโหลดความคิดเห็น