xs
xsm
sm
md
lg

อนุสรณ์สถานฯ เหยื่อสังหารหมู่ที่ “หนานจิง” “Dark Tourism” ระดับโลกของจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Credit: www.19371213.com
“1937.12.13 – 1938.1” ตัวเลขที่สลักปรากฏเด่นบนแท่นเสาหิน หาใช่รหัสลับใดๆ แต่เป็นตัวเลขสื่อถึงช่วงวันเวลา 6 สัปดาห์ของเหตุการณ์อันโหดร้ายครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สงครามที่มนุษย์กระทำต่อกัน และเสาหินอิฐสีเทานั้นเป็นสัญลักษณ์ที่ตระหง่านอยู่บริเวณ “อนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง” ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนว “Dark Tourism” ระดับโลกของประเทศจีน

แท่นเสาหินสลักช่วงเวลาอันเลวร้าย (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
“Dark Tourism” ท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้โศกนาฏกรรม ความตาย และความสูญเสีย
Dark Tourism แปลความหมายตรงตัวได้ว่า “การท่องเที่ยวด้านมืด” ซึ่งเป็นคำที่ Malcolm Foley กับ J. John Lennon แห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ คาเลโดเนียน ประเทศสกอตแลนด์ ริเริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 1996 ในงาน JFK and dark tourism: a fascination with assassination เพื่อเรียกรูปแบบการท่องเที่ยวในพื้นที่ หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุโศกนาฏกรรมและความตาย โดยไม่มีปัจจัยด้านความกลัวหรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมาเกี่ยวข้อง (อ้างอิง: พงศ์ปรีดา ลิ้มวัฒนะกุล, วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า)

Credit: www.19371213.com
จุดหมายการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ จึงไม่ใช่สถานที่สร้างความรื่นเริงบันเทิงใจเหมือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปตามนิยาม หรือภาพจำที่เราคุ้นชิน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นตรงกันข้าม ด้วยการเป็นสถานที่ที่อาจสร้างความรู้สึกหดหู่ เศร้าสลด สะเทือนใจอย่างรุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม ในความเศร้าที่ว่า ก็เพื่อจุดมุ่งหมายให้มนุษย์เกิดความ “ตระหนัก” ในเรื่องราวที่เกิดขึ้น เกิดข้อคิดเป็นบทเรียนสอนใจว่า ไม่ควรให้มีเหตุการณ์ลักษณะนั้นเกิดขึ้นอีกบนโลกใบนี้

Dark Tourism ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของโลก เช่น ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ โปแลนด์, อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ 9/11 นิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกา, อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า ญี่ปุ่น หรือในเมืองไทยก็มีสุสานทหารสัมพันธมิตร-พิพิธภัณฑ์ และช่องเขาขาดในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น

สำหรับ Dark Tourism ประเทศจีน สถานที่ที่นับว่ามีชื่อเสียงระดับโลก ต้องยกให้ “อนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง” หรือ ชื่อทางการว่า “The Memorial Hall of the Victims in Nanjing Massacre by Japanese Invaders” ในเมืองหนานจิง (Nanjing) มณฑลเจียงซู

ประติมากรรมสื่อถึงความโหดร้ายในสงคราม (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)

ประติมากรรมสื่อถึงความโหดร้ายในสงคราม (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
อนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเหยื่อจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง
แม้ปัจจุบันเมืองหนานจิง ไม่ต่างจากเมืองอื่นในจีนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและทันสมัย แต่ยังมีพื้นที่หนึ่งที่มีความเงียบสงบอย่างทรงพลัง เปรียบดั่งพื้นที่เก็บความทรงจำทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยความเจ็บปวด การสูญเสีย และความหวังต่อสันติภาพ นั่นคือ อนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิงโดยกองทัพญี่ปุ่น

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดที่เคยพบหลุมศพจำนวนมากของเหยื่อในเหตุการณ์สังหารหมู่ ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1937– มกราคม 1938 ซึ่งระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ กลายเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจลบเลือน โดยทางการจีนระบุว่า กองทัพญี่ปุ่นสังหารทหารจีน และประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปราว 300,000 คน ซึ่งเหตุการณ์อันเลวร้ายครั้งนั้น ยังได้รับการขนานนามว่า “การกระทําชําเราแห่งหนานจิง” (The Rape of Nanking) ด้วยเหตุการณ์สุดเลวร้ายที่ว่ากองทัพญี่ปุ่นข่มขืนกระทำชำเราพลเรือนหญิงชาวจีนแบบไม่เลือกหน้า ไม่เว้นแม้แต่เด็ก คนชรา แม่ชี หรือแม้กระทั่งหญิงมีครรภ์ ก่อนจะสังหารในภายหลังเพื่อเลี่ยงหลักฐานการเอาผิด

อนุสรณ์สถานฯ เปิดทำการเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1985 จึงไม่ใช่เพียงการเปิดพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่สำหรับการไว้อาลัย การทบทวนอดีต และให้คนปัจจุบันตระหนักถึงประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง

ภาพถ่ายภายในพิพิธภัณฑ์ฯ (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
พื้นที่แห่งความทรงจำโศกนาฏกรรมของมนุษยชาติ
เมื่อผู้มาเยือนก้าวเข้าสู่พื้นที่กว่า 103,000 ตารางเมตรจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตั้งใจออกแบบให้กระตุ้นความรู้สึกครุ่นคิด ไม่ว่าจะเป็นลานรูปปั้นสื่อถึงผู้คนที่ถูกพรากชีวิตไป ลานไว้อาลัยอันเงียบสงบ และพื้นที่หลุมฝังศพหมู่หมื่นศพซึ่งทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ของโศกนาฏกรรมโลกไม่ลืม

ภายในโซนพิพิธภัณฑ์มีเรื่องราวของนิทรรศการที่เป็นมากกว่าการบอกเล่า หัวใจของอนุสรณ์สถานคือ “นิทรรศการเหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง” ซึ่งไม่เพียงจัดแสดงเอกสาร ภาพถ่าย และวัตถุพยาน แต่ยังเล่าเรื่องผ่านเสียง พื้นที่ และผ่านประสบการณ์ของผู้รอดชีวิต มีนิทรรศการพิเศษ เช่น “ความยุติธรรมจะมีชัย สันติภาพจะมีชัย ประชาชนจะมีชัย” และนิทรรศการเกี่ยวกับ “สตรีบำเรอกาม” ในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ผู้ชมเห็นภาพกว้างของสงคราม ไม่ใช่แค่ในฐานะเหตุการณ์ทางทหาร แต่ในฐานะโศกนาฏกรรมของมนุษยชาติ

ภาพถ่ายชาวหนานจิงในปีนั้น (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
แม้สิ่งที่ผู้มาเยือนเต็มไปด้วยความหดหู่ แต่การจัดแสดงเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปลุกความเกลียดชัง แต่เพื่อปลูกฝังความเข้าใจว่า สันติภาพมีคุณค่าเพียงใด และให้มนุษย์ตระหนักเป็นบทเรียนมิให้เกิดขึ้นซ้ำ โดยเนื้อหาที่บรรยายนั้นมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ฯ (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
จากพิพิธภัณฑ์สู่ศูนย์กลางความรู้
อนุสรณ์สถานแห่งนี้ เติบโตเป็นศูนย์กลางการวิจัยและการศึกษาด้านประวัติศาสตร์สงคราม โดยมีการก่อตั้งสมาคมวิจัยประวัติศาสตร์เหตุการณ์สังหารหมู่ที่หนานจิง และสถาบันคลังสมองด้านมรดกแห่งชาติและสันติภาพระหว่างประเทศ ทำให้เป็นสถานที่ที่มีบทบาทในเวทีวิชาการ ทั้งในจีน และระดับนานาชาติ วารสาร Journal of Japanese Invasion of China and Nanjing Massacre ที่ตีพิมพ์โดยอนุสรณ์สถาน ยังได้รับการยอมรับในวงวิชาการ และถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยทั่วโลก ทำให้เรื่องราวของหนานจิงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในจีน แต่กลายเป็นบทเรียนระดับโลก

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ฯ (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
สำหรับวัฒนธรรมร่วมสมัยในรูปแบบภาพยนตร์
มีภาพยนตร์ว่าด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนั้นให้รับชมมากมาย โดยล่าสุด (มกราคม 2569) ในเมืองไทยกำลังฉายเรื่อง “Dead to Rights (2025): บันทึก หนานจิง” เรื่องราวของการสังหารหมู่ที่หนานจิงในปี ค.ศ. 1937 นอกจากนี้กว่าสิบปีที่แล้วก็มีภาพยนตร์เรื่อง “The Flowers of War (2011): สงครามนานกิง สิ้นแผ่นดินไม่สิ้นเธอ” เรื่องราวว่าด้วยนางโลมผู้เสียสละดั่งวีรชนในสงครามครั้งนั้น ผลงานของผู้กำกับชื่อดัง “จาง อี้โหมว” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักดูหนัง

ประติมากรรมสื่อถึงความโหดร้ายในสงคราม (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)
ข้อมูลที่ตั้งและการเดินทาง
อนุสรณ์สถานฯ ตั้งอยู่ในเขตเจี้ยนเย่ เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน (เข้าชมฟรี)
การเดินทางที่ได้รับความนิยม คือ เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงจากเมืองเซี่ยงไฮ้ (ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2.5 ชั่วโมง แล้วแต่ประเภทขบวน) จาก Nanjing Railway Station ต่อรถไฟใต้ดินไปยังสถานี Yunjin Road (Yunjinlu Station)

ข้อมูลเพิ่มเติม www.19371213.com

ประติมากรรมสื่อถึงความโหดร้ายในสงคราม (ภาพ: ถาวร ปานพรเจริญ)


กำลังโหลดความคิดเห็น