ประเทศไทยเป็นหนึ่งในดินแดนแห่งไดโนเสาร์ที่มีความโดดเด่นในระดับโลก ปัจจุบันบ้านเรามีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิล ของเหล่าไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ รวมแล้วหลายร้อยชนิด บางชนิดไม่เคยพบเจอที่ไหนในโลกนอกจากในเมืองไทย
ทั้งยังมีการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน (ต้นปี 2569) ไทยมีการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก 13 สายพันธุ์ และข่าวดีบ้านเราจะมีไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก (ลำดับที่ 14) ในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่แวดวงไดโนเสาร์ของไทยในช่วงหลังก็คึกคักเป็นอย่างยิ่ง วันนี้บ้านเรามีพื้นที่การท่องเที่ยวเรียนรู้ด้านไดโนเสาร์แห่งใหม่ริมเจ้าพระยาคือ “Thainosaur Museum” (พิพิธภัณฑ์ ไทยโนซอร์) ที่ตั้งอยู่ที่เอเชียทีคฯ กรุงเทพมหานคร
Thainosaur Museum แหล่งรวมไดโนเสาร์พันธุ์ไทยครบเครื่อง
Thainosaur Museum เป็นแหล่งรวมไดโนเสาร์พันธุ์ไทยที่ครบถ้วนทุกสายพันธุ์ ภายใต้แนวคิด “Witness the First. Meet the Biggest.” เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าประเทศไทยคือดินแดนที่มีซากดึกดำบรรพ์สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
Thainosaur Museum จะพาเราย้อนเวลาไปในโลกยุค “มหายุคมีโซโซอิก” (อายุราว 251-65 ล้านปี) หรือยุคไดโนเสาร์ครองโลก ที่แบ่งออกเป็น 3 ยุคด้วยกัน ได้แก่ “ยุคไทรแอสซิก” (Triassic) ยุคเริ่มต้นของไดโนเสาร์ “ยุคจูแรสซิก” (Jurassic) ยุคทองของไดโนเสาร์บนโลกใบนี้ และ “ยุคครีเทเชียส” (Cretaceous) ยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์ก่อนจะสูญพันธุ์ ซึ่งบ้านเรามีการขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในยุคนี้อยู่หลายตัวด้วยกัน
ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีการจัดแสดง ไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทยครบทุกสายพันธุ์เท่าที่เคยมีจัดแสดง ทั้งไดโนเสาร์กินพืช กินเนื้อ เดิน 2 ขา 4 ขา ไดโนเสาร์คอยาว ไดโนเสาร์นักล่า นักวิ่ง เป็นต้น
รวมถึง “เทอร์โรซอร์” (สัตว์เลี้อยคลานบินได้ร่วมยุคไดโนเสาร์) และสัตว์กลุ่มจระเข้ดึกดำบรรพ์ ตลอดจนสัตว์ดึกดำบรรพ์หายากบางชนิดที่หลายคนไม่เคยรู้ว่าพวกมันมีต้นกําเนิดในเมืองไทย
โดยทางพิพิธภัณฑ์ได้คัดสรรฟอสซิลของจริงหาชมยากมาจัดแสดงให้ชมกัน และที่สำคัญคือการจำลองไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์พันธุ์ไทยต่าง ๆ ขนาดเท่าของจริงมาให้ชมกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
ทั้งหุ่นจำลองไดโนเสาร์แบบเสมือนจริงที่เก็บรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์จนบางตัวดูปานประหนึ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็น หน้าตา ผิวหนัง เส้นขน เล็บ หนัง เกล็ด กล้ามเนื้อ และสีสันต่าง ๆ กับโมเดลโครงสร้างกระดูกและท่วงท่าการเคลื่อนไหว ที่ล้วนต่างอ้างอิงแบบถูกต้องตามหลักฐานทางบรรพชีวินวิทยา
นอกจากนี้ยังมีเส้นขนและฟอสซิลไดโนเสาร์ของจริงให้เราได้สัมผัสกัน รวมถึงการร่วมเปิดประสบการณ์มองโลกผ่านดวงตาไดโนเสาร์ ที่ให้สีสันสดใสกว่าดวงตาของมนุษย์เราไม่น้อยเลย รวมถึงมีผลงานสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของ “ไทวิจิต พึ่งเกษตรสมบูรณ์” ศิลปินรุ่นเก๋าที่ผสานเรื่องราวระหว่างโลกแห่งบรรพชีวินกับงานศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีเศษชิ้นส่วนอุกกาบาต (ในจุดสุดท้าย) ซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ไดโนเสาร์เกือบทั้งโลกสูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งแม้พวกมันจะสูญพันธุ์ไปจากโลกเมื่อนานมากแล้ว แต่วันนี้เรื่องราวของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ยังคงอยู่ ให้มนุษย์ได้ค้นคว้าศึกษาถึงความน่าทึ่งของเหล่าบรรดาสัตว์ยักษ์เหล่านี้กันอย่างต่อเนื่อง
ไฮไลต์ 13+1 สายพันธุ์ใหม่ของโลก
สำหรับไฮไลต์ห้ามพลาดที่ Thainosaur Museum นำโดยไดโนเสาร์พันธุ์ไทย 13 สายพันธุ์ใหม่ของโลก ได้แก่
1.“ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” เป็นไดโนเสาร์คอยาว กินพืช เดิน 4 เท้า มีความยาวทั้งตัวประมาณ 15-20 เมตร 2.“กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส” มีลักษณะคล้ายนกกระจอกเทศ วิ่งเร็ว ว่องไว 3.“สยามโมซอรัส สุธีธรนิ” ไดโนเสาร์กินเนื้อ (ปลา) ขนาดใหญ่ชนิดแรกที่พบในเมืองไทย และเป็นไดโนเสาร์ตัวแรกที่มีการตั้งชื่อขึ้นในเมืองไทย
4.“สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส” ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ เดิน 2 เท้า 5.“อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ” ไดโนเสาร์คอยาวกินพืชเดิน 4 ขา 6.“ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ” ไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 1 เมตร
7.”สยามโมดอน นิ่มงามมิ” ไดโนเสาร์กินพืช มีกระดูกสะโพกแบบนก 8.“สิรินธรนา โคราชเอนซิส” ไดโนเสาร์อิกัวโนดอน กินพืชเป็นอาหาร มีกระดูกสะโพกแบบนก 9.”ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” เป็นไดโนเสาร์กินพืชที่มีสัดส่วนกรามยาวที่สุดในโลก
10.”ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ” ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง อยู่ในวงศ์เมกะแรพเตอรามีฉายาว่า “นักล่าแห่งเทือกเขาภูเวียง” 11.“สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ” ไดโนเสาร์กินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเท่าที่มีการค้นพบมา จนได้รับฉายาว่า “นักล่าแห่งสยาม” 12. “วายุแรพเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส” เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดกลาง อยู่ในวงศ์เมกะแรพเตอรามีฉายาว่า “จ้าวลมกรด”
และ 13.“มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส” ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกตัวล่าสุดของบ้านเรา มีขนาดเล็กจนได้รับฉายาว่า “นักวิ่งตัวจิ๋วแห่งภูน้อย”
นอกจากนี้ยังมี “การูแดปเทอรัส บุฟโตติ” เป็นเทอโรซอร์ (สัตว์เลื้อยคลานบินได้ร่วมยุคไดโนเสาร์) ชนิดใหม่ของโลกและเป็นเทอโรซอร์ชนิดแรกที่พบในเมืองไทย ซึ่งได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งการค้นพบที่สำคัญยิ่งในวงการไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ของบ้านเรา เพราะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการศึกษาเรื่องเทอโรซอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การูแดปเทอรัส บุฟโตติ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า “พญาครุฑ” มีลักษณะเด่นคือปากคล้ายนกปากช้อนและมีฟันแหลม พบเจอที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์พระปรง จังหวัดสระแก้ว มีอายุประมาณ 130 ล้านปี
ดาวเด่นอื่น ๆ
ที่นี่ยังมีไดโนเสาร์ดาวเด่นอื่น ๆ ให้ชมกัน นำโดย “ซอโรโพโดมอร์ฟ” บรรพบุรุษของไดโนเสาร์คอยาว เป็นซอโรพอดคอยาวยุคแรกเริ่มที่เริ่มเดินด้วย 2 ขา พบที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย และ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์
“สเตโกซอรัส” ไดโนเสาร์หุ้มเกาะตัวแรกของไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลักษณะเด่นคือมีเดือยหนามกลางลำตัวและปลายหาง และ “ไทแรนโนซอรอยด์” ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็กที่เป็นญาติเก่าแก่กับ ที.เร็กซ์
รวมถึงสัตว์ดาวเด่นร่วมยุคกับไดโนเสาร์ของบ้านเรานั่นก็คือ สัตว์ตระกูล “จระเข้” ซึ่งถือเป็นนักล่าเจ้าแห่งสัตว์น้ำนับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
บ้านเรามีการค้นพบจระเข้โบราณหลายสายพันธุ์ บางตัวเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก โดยจระเข้พันธุ์ไทยเบอร์หนึ่ง คือ “ชาละวัน ไทยแลนดิคัส” เป็นจระเข้ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย (ใหญ่ติด 1 ใน 10 ของโลก) ซึ่งเมื่ออ้างอิงจากฟอสซิลที่ค้นพบ จะมีความยาวมากกว่า 10 เมตรเลยทีเดียว
ชาละวัน ไทยแลนดิคัส เป็นหนึ่งในสมบัติสำคัญของชาติไทย มีอายุประมาณ 150 ล้านปีก่อน คาบเกี่ยวในยุคจูราสสิคตอนปลายถึงครีเทเชียสตอนต้น
ส่วน “วาราโนซูคัส สกลนครเอนซิส” เป็นจระเข้แคระโบราณสายพันธุ์ใหม่ของโลกที่สมบูรณ์สุดในเอเชีย มีอายุประมาณ 130 ล้านปี พบบนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร
วาราโนซูคัสฯ ได้รับฉายาว่า “จระเข้หน้าเหี้ย” ซึ่งเคยโด่งดังมากบนโลกโซเชียลเมื่อหลายปีที่แล้ว
นอกจากนี้ก็ยังมี “เต่าจมูกหมู” หรือ “เต่าบิน” เป็นเต่าน้ำจืดที่ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในน้ำจะขึ้นมาบนบกเฉพาะช่วงวางไข่เท่านั้น และ “ปลาปอด” ปลาดึกดำบรรพ์ที่ยังดำรงชีวิตอยู่มาจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีปลาปอดตัวเป็น ๆ หลายตัว แหวกว่ายในตู้ปลาให้ชมกันด้วย
ไทยทัน ไดโนเสาร์ยักษ์พันธุ์ไทย ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
Thainosaur Museum ยังมีไฮไลต์สำคัญที่ทางพิพิธภัณฑ์ได้เปิดตัว (หุ่นจำลองโครงกระดูกตัวเต็ม) เป็นครั้งแรกของโลกคือ เจ้ายักษ์ใหญ่ “ไทยทัน”ที่มีขนาดยาวถึง 27 เมตร ซึ่งเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์สายพันธุ์นี้มีขนาดตัวใหญ่ได้สูงสุดกว่า 30 เมตรเลยทีเดียว
ไทยทัน (Thaitan) มีชื่อมาจากยักษ์ไททัน (Titan) โดยมี “โปรเจ็ค ไทยทัน” (Project Thaitan) นำเสนอเรื่องราวของเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ตัวนี้ ขณะที่ทางพิพิธภัณฑ์ตั้งชื่อเล่นให้กับมันว่า “มงคล” ส่วนชื่อทางการของเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ตัวนี้จะมีการประกาศให้โลกรู้กันอีกไม่นานภายในปีนี้ (2569)
เจ้ายักษ์ใหญ่ไทยทัน เป็นไดโนเสาร์คอยาว เดิน 4 ขา ในกลุ่มซอมโฟสปอนดิลี (Somphospondyli) ซอโรพอดขนาดมหึมาตัวนี้ มีอายุประมาณ 130 ล้านปี ถูกพบโดยบังเอิญจากชาวบ้านที่ออกไปหาปลา (นายถนอม หลวงนันท์) ที่บ้านพนังเสื่อ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ
ไทยทันนอกจากจะเป็นเป็นไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยและใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่มีคนค้นพบในปัจจุบันแล้ว กูรูด้านไดโนเสาร์หลายคนในบ้านเรายังให้ข้อมูลตรงกันว่า เจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ตัวนี้น่าจะเป็นไดโนเสาร์สายพันธ์ใหม่ของโลก (ลำดับที่ 14 ของเมืองไทย) ซึ่งภายในปีนี้ (2569) คงจะมีข่าวดีมาสร้างความฮือฮาให้กับวงการไดโนเสาร์บ้านเรา นับเป็นอีกครั้งหนึ่งในการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่แห่งดินแดนไดโนเสาร์ของประเทศไทย
ขณะที่ Thainosaur Museum นั้นก็เป็นอีกหนึ่งพัฒนาการแห่งวงการไดโนเสาร์บ้านเรา กับแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้อันน่าตื่นตาตื่นใจของไดโนเสาร์พันธุ์ไทยและสัตว์ดึกดำบรรพ์พันธุ์ไทย ที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ครบเครื่อง และครบรส แบบจัดเต็ม จัดจบในที่เดียว
########################
“Thainosaur Museum” (พิพิธภัณฑ์ ไทยโนซอร์) ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 (ใต้) อาคารสกายฟลายเออร์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น กรุงเทพมหานคร เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. ค่าเข้าชม จันทร์-ศุกร์ ก่อน 16.00 น. ผู้ใหญ่ 250 บาท /เด็ก 150 บาท จันทร์-ศุกร์ หลัง 16.00 น. และเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ใหญ่ 290 บาท /เด็ก 180 บาท ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 081 132 1557 หรือที่เพจ Thainosaur Museum


