xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก "วัดมหาวัน" ต้นกำเนิด พระรอดลำพูน 1 ใน 5 พระเครื่องชุดเบญจภาคี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางเมืองเก่าลำพูนที่ยังคงหายใจด้วยกลิ่นอายอารยธรรมหริภุญไชย “วัดมหาวัน” เปรียบเสมือนหน้าประวัติศาสตร์ที่เปิดรอให้ผู้มาเยือนได้หยุดอ่านอย่างตั้งใจ วัดโบราณแห่งนี้ไม่เพียงเป็นศาสนสถานคู่บ้านคู่เมือง หากยังเป็นที่ประดิษฐาน "พระรอด" พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ของภาคเหนือ ที่ผู้ศรัทธาเดินทางมานมัสการไม่ขาดสาย

"วัดมหาวัน" มีชื่อเดิมว่า "วัดมหาวันนาราม" สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.1204 ในรัชสมัยของพระนางจามเทวี กษัตริย์พระองค์แรกของนครหริภุญชัย วัดมหาวันนอกจากเป็นพระอารามหลวงของพระนามจามเทวีแล้ว ยังเป็นสถานที่บรรจุพระรอด พระพิมพ์ที่สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก และยังเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระสักขีปฏิมากรหรือคนทั่วไปเรียกว่า “พระรอดหลวง”


จากหนังสือจามเทวีวงศ์ กล่าวว่า พระนางจามเทวีพร้อมด้วยพะรภิกษุสงฆ์ พรามหมณ์ราชบัฑ แทพย์ ช่างแขนงต่าง ๆ เศรษฐี คหบดี ได้เสด็จจากเมืองละโว้มาทางชลมารคตามคำเชิญของวาสุเทพฤาษีและสุกกทันตฤาษี ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองหริภุญไชยบนริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำกวงเพื่อมาปกครองเมืองนี้ หลังจากพิธีราชาภิเษกพระนามจามเทวีบนผ่นดินทองสุวรรณอาสน์เป็นปฐมกษัตริย์แล้ว (นครแห่งนี้จึงมีชื่อว่า นครหริภุญไชย)


พระนางจามเทวีได้ชักชวนบรรดาประชาราษฎร์ให้สร้างพระอารามน้อยใหญ่ ให้เป็นที่พำนักอาศัยขอพระภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูป ที่พระนางได้อารธนามาจากกรุงละโว้ และพระนางก็ได้สร้างมหาวิหารรวม 4 แห่ง ในนครหริภุญไชย (ไม่นับรวมวัดมาลุวาราม ที่ตั้งด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันมีชื่อเรียกว่า วัดรมณียารามหรือวัดกู่ละมัก เพราะสร้างก่อนพิธีราชาภิเษก) คือ

1. อรัญญิกรัมมาราม อยู่ด้านตะวันออก ปัจจุบันเรียกว่า วัดดอนแก้ว(วัดต้นแก้ว)
2. อาพัทธาราม อยู่ทางด้านทิศเหนือ ปัจจุบันเรียกว่า วัดพระคงฤาษี
3. มหาลดาราม อยู่ทางทิศใต้ ปัจจุบันเรียกว่า วัดประตูลี้หรือวัดสังฆาราม
4. มหาวนาราม อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ปัจจุบันเรียกว่า วัดมหาวัน


เมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระนามจามเทวีได้สร้างพระพุทธรูปและพระพิมพ์หลายชนิดเป็นจำนวนมาก พระพิมพ์ส่วนหนึ่งบรรจุไว้ในเจดีย์ของมหาวิหาร 4 แห่ง อีกส่วนหนึ่งแจกจ่ายให้ทหาร ข้าราชบริพาร และประชาชนทั่วไป มหาวิหารทั้ง 4 มีความเจริญรึ่งเรืองมาโดยตลอดรัชสมัยของพระนามจามเทวี หลังจากพระนามจามเทวีสวรรคตไปแล้ว วัดมหาวนารามยังคงอยู่ในความอุปถัมภ์ราชวงศ์จามเทวีตลอดมา ตำนามมูลศาสนาบันทึกไว้ว่า พญาสรรพสิทธิ์ กษัตริย์แห่งนครหริภุญไชยเคยบรรพชาเป็นสามเณรจำพรรษาที่วัดนี้ เมื่อปี พ.ศ.1620 พญาสรรพสิทธิ์ได้เป็นประธานบูรณปฏิสังขรณ์วัดมหาวนารามและพระเจดีย์ ได้สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ปางมารวิชัย 1 องค์ เป็นพระประธานในวิหารและได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น ”วัดมหาวัน” กาลต่อมาวัดมหาวันได้กลายเป็นวัดร้าง แต่จะร้างไปเป็นระยะเวลากี่ปีไม่มีข้อมูลแน่ชัด


จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2365 จึงได้ข้อมูลปรากฏว่า ได้มีพระภิกษุและสามเณรจำนวนหนึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาวัน ซึ่งครูบาอินทรภิกษุเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2373 มีครูบาอริยวังโสดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดมหาวัน ซึ่งท่านได้พัฒนาด้านการศึกษาของพระสงฆ์และสามเณรในวัดจนมีความเจริญขึ้นเป็นอย่างมาก ท่านจารึกคัมภีร์ บาลีไวยกรณ์ต่าง ๆ มากมาย ทิ้งไว้เป็นมาดกให้แก่วันมหาวันจนทุกวันนี้


สำหรับพระพุทธสิกขีปฏิมากร หรือ พระรอดหลวง ประดิษฐาน อยู่ตรงเบื้องหน้าพระประธานในวิหารของวัดมหาวัน ศิลปะแบบทวารวดี สันนิษฐานกันว่าอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 14 จากประวัติระบุว่าพระนางจามเทวีอัญเชิญมาจากเมืองละโว้ ครั้งมาสร้างแคว้นหริภุญชัย เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ แกะสลักจากหินดำ ปัจจุบันเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองชาวลำพูน


ด้วยกาลเวลาที่ไหลผ่านอย่างสงบนิ่ง วัดมหาวันยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของเมืองลำพูน ทั้งในฐานะแหล่งศรัทธาและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางเพื่อชมโบราณสถาน หากคือให้เราได้สัมผัสเรื่องราวของอดีต รับฟังเสียงกระซิบของประวัติศาสตร์ และซึมซับพลังแห่งความศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


กำลังโหลดความคิดเห็น