พาไปรู้จักกับเขตปกครองตนเอง “ซินเจียง” ถิ่นอยู่อาศัยหลักของชาวอุยกูร์ในประเทศจีน ซึ่งหลังนโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ได้เปลี่ยนโฉมดินแดนแห่งนี้ให้เติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม และคุณภาพชีวิต รวมถึงการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็วซึ่งเมื่อปี 2567 มีผู้มาเยือนซินเจียงสูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ ถึงกว่า 300 ล้านครั้งเลยทีเดียว
“ซินเจียง” เป็นดินแดนที่อยู่ทางภาคตะวันตกที่สุดของประเทศจีน เป็นเขตการปกครองที่มีสถานะเทียบเท่ามณฑลของประเทศจีน แต่เนื่องจากประชาชนในซินเจียงมากกว่าครึ่งเป็นชาว “อุยกูร์” นับถือศาสนาอิสลาม รัฐบาลจีนจึงจัดตั้ง “เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์” ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) เพื่อให้ชาวอุยกูร์มีสิทธิในการปกครองตนเองเป็นพิเศษ
ซินเจียง ถือเป็นเขตปกครองตนเองแห่งแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีเมือง “อุรุมซี” หรือ “อูหลู่มู่ฉี” เป็นเมืองหลวงหรือเมืองเอก ซึ่งปัจจุบันดินแดนซินเจียงนั้นเปรียบดังมณฑลที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน คือมากกว่า 1,660,000 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าประเทศไทยกว่า 3 เท่าตัว)
นอกจากชาวอุยกูร์แล้ว ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อยู่ในซินเจียงราว 40-50 ชนชาติ อาทิ ชาวฮั่น, ชาวคีร์กีซ, ชาวมองโกล, ชาวหุย, ชาวคาซัค เป็นต้น โดยพื้นที่ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้อาศัยอยู่จำนวนมากได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดปกครองตนเอง / อำเภอปกครองตนเอง อยู่ภายใต้เขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งการให้สิทธิปกครองตนเองกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ สะท้อนจุดยืนของทางการจีน คือซินเจียงเป็นดินแดนที่มีหลากหลายวัฒนธรรม หลายชาติพันธุ์ และศาสนาอยู่ร่วมกัน
ซินเจียงเป็นพื้นที่สำคัญในเส้นทางสายไหมทางบก ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญในสมัยโบราณ เชื่อมโยงจีนไปอินเดีย และตะวันออกกลาง หรือที่ในอดีตเรียกว่า เปอร์เซีย และไปสิ้นสุดที่ทวีปยุโรป
ด้วยลักษณะพิเศษทั้งด้านชาติพันธุ์และภูมิรัฐศาสตร์ ซินเจียงในอดีตจึงตกเป็นเป้าหมายของขบวนการแบ่งแยกดินแดน กลุ่มก่อการร้าย และกลุ่มสุดโต่งทางศาสนา โดยตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซินเจียงต้องเผชิญปัญหาจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดน มีเหตุก่อการร้าย วินาศกรรมอยู่บ่อยครั้ง ทำให้รัฐบาลจีนต้องงัดทั้ง “ไม้แข็ง” และ “ไม้อ่อน” มาจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ในซินเจียง
โดย “ไม้แข็ง” คือใช้กฎหมายในการปราบปรามขบวนการก่อการร้าย ขณะเดียวกันก็ชี้นำประชาชนให้แยกแยะว่าแนวคิดสุดโต่งไม่ใช่แนวทางของอิสลาม ชักจูงให้ประชาชนที่หลงผิดให้หวนคืนสู่สังคม
ส่วน “ไม้อ่อน” ก็คือสร้างพัฒนาการเศรษฐกิจ เพราะเมื่อชาวซินเจียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก็จะไม่หลงไปเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะนโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ BRI เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ที่เป็นเหมือนการฟื้นคืนชีวิต “เส้นทางสายไหมในยุคใหม่” ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนโฉมซินเจียง ที่เคยเป็นดินแดนเสี่ยงอันตราย ให้กลายเป็นหนึ่งในดินแดนน่าเที่ยวของประเทศจีน โดยที่ประชาชนชาวซินเจียงวันนี้ก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเป็นอยู่ อาชีพการงาน การศึกษา อายุขัย และรายได้เฉลี่ยของประชากร
สำหรับพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในซินเจียงที่สัมผัสเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน เช่น รถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมเมืองต่าง ๆ ในซินเจียง ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้การเดินทางของผู้คนสะดวกสบายมากขึ้น แต่ยังช่วยสร้างงานให้ชาวซินเจียง ทำให้ชาวซินเจียงได้ออกไปเห็นพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศจีน และเห็นโลกมากขึ้น
นอกจากนี้เส้นทางรถไฟความเร็วสูง และเที่ยวบินต่าง ๆ อีกจำนวนมาก ยังทำนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนซินเจียงกันอย่างคึกคัก โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีการค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวซินเจียงเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัว
สำหรับมนต์เสน่ห์ของซินเจียงที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างชาตินั้นก็ได้แก่ การเป็นเขตปกครองตนเองที่มีภูมิทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม ตั้งแต่ยอดเขาสูงตระหง่าน โกรกธารลึก จนถึงทะเลทรายกว้างใหญ่และทะเลสาบเงียบสงบ กลายเป็นจุดหมายห้ามพลาดสำหรับผู้อยากชื่นชมความมหัศจรรย์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เช่น ภูเขาเทียนซาน ทะเลสาบซ่ายหลี่มู่ ซากโบราณเจียวเหอ และเมืองเก่าคัชการ์
นอกจากนี้ซินเจียง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ อย่างเช่น ตรอกลิ่วซิง เมืองอี้หนิง แคว้นปกครองตนเองอีหลี กลุ่มชาติพันธุ์คาซัค สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่มาแรง ซึ่งเป็นย่านที่มีการรวมตัวของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มานานเกือบ 100 ปี จนมีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ซึ่งปัจจุบันตรอกดังกล่าวมีทั้งกิจกรรมการท่องเที่ยว นิทรรศการทางวัฒนธรรม การทำงานฝีมือและงานศิลปะ
สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ได้รายงานจำนวนการเดินทางเยือนซินเจียงในปี พ.ศ. 2567 (ค.ศ.2024) ที่ผ่านมาว่า สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 300 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบปีต่อปี และรายได้จากการท่องเที่ยวสูงราว 3.55 แสนล้านหยวน (ราว 1.66 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 21
โดย อวี๋เจี๋ย รองผู้อำนวยการสำนักฯ กล่าวว่าซินเจียงยังคงพยายามพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจ ครอบคลุมรอบด้าน และสามารถเข้าถึงได้ยิ่งขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยวโดยมุ่งพัฒนาจุดหมายท่องเที่ยว รีสอร์ต และเมือง รวมถึงปรับปรุงถนนชมวิวสายหลัก เช่น ทางหลวงตู๋คู่ เป็นเส้นทางขับขี่อัตโนมัติชั้นนำ
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจต่าง ๆ แล้ว ซินเจียงยังเป็นดินแดนแห่งสาวงามที่มีดาราดัง ๆ ยืนโดดเด่นในวงการบันเทิงจีนหลายคนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ตี๋ลี่เร่อปา, กู่ลี่นาจา, มาดิน่า เมเมท, เรยซา อาลิมจาน, ถงลี่ย่า และ ฮาหนี่เคอจื่อ เป็นต้น โดยเฉพาะ ตี๋ลี่เร่อปา หรือ ชื่อจริง ดิลราบา ดิลมูรัต ที่เคยคว้าตำแหน่งผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก เมื่อปี 2566 นั้นวันนี้ (ต้นปี 2568) ถือเป็นนักแสดงหญิงที่มีค่าตัวสูงที่สุดในวงการบันเทิงจีน โดยเธอได้รับค่าตัวต่อเรื่องราว 80-100 ล้านหยวน หรือราว 400-500 ล้านบาทเลยทีเดียว
และด้วยมนต์เสน่ห์ต่าง ๆ รวมถึงการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วขึ้น ทำให้วันนี้ซินเจียงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองจีน ซึ่งพร้อมต้อนรอรับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นจากทั่วทุกสารทิศให้ไปเที่ยวชมดินแดนงามแห่งนี้ด้วยความจริงใจ