xs
xsm
sm
md
lg

เสริมสิริมงคล “วัดนาคปรก” สักการะพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สักการะพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ
"วัดนาคปรก" ตั้งอยู่บนถนนเทอดไท แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมาสักการะขอพรและชมความงดงามของสถาปัตยกรรม หากใครมีโอกาสได้มาเยือนกรุงเทพฯ ควรหาโอกาสมาเยี่ยมชมวัดแห่งนี้สักครั้ง


“วัดนาคปรก” มีอายุเก่าแก่เกือบ 300 ปี แต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดปก” เนื่องจากตั้งอยู่กลางสวนป่าที่ปกคลุมไว้ สันนิษฐานการสร้างวัดว่า ประชาชนชาวบ้านในชุมชนร่วมกันสร้างขึ้น ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ราวปี พ.ศ.2291 หรือก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ เพียง 19 ปี และสืบเนื่องจากภาวะทางสงคราม ประชาชนต่างพากันเดือดร้อนและต้องหลบหนีลี้ภัย เป็นเหตุให้วัดปกถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน มีสภาพที่เสื่อมโทรม ให้เห็นเพียงอุโบสถและวิหารที่เหลือแต่หลังคาและฝาผนังเท่านั้น

อุโบสถวัดนาคปรก
ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๓ “เจ้าสัวพุก” พ่อค้าคหบดีเชื้อสายจีน (ต่อมาดำรงตำแหน่งเป็น พระยาโชฏึกราชเศรษฐี (พุก แซ่ตัน) ต้นสกุล "โชติกพุกกณะ") ได้มีศรัทธาเข้ามาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดปก หรือวัดนาคปรก จากการชักชวนจากพระยาโชฏึกราชเศรษฐี (จ๋อง ต้นสกุลอิงคานนท์) ซึ่งเป็นผู้บูรณะวัดนางชีโชติการาม

เพราะความที่เป็นผู้มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา และความกตัญญูต่อแผ่นดินไทยที่ได้อาศัยทำการค้าขายจนมั่งคั่ง ท่านพระยาโชฏึกราชเศรษฐี (พุก) จึงได้เริ่มบูรณะวัดปก ตั้งแต่ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๓ ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๔ ท่านได้เริ่มบูรณะอุโบสถก่อน โดยลักษณะพิเศษของอุโบสถนั้น เป็นอาคารที่มีลักษณะโค้งแอ่นคล้ายท้องเรือสำเภาจีน เป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมผสาน

ภายในอุโบสถ
ภายในอุโบสถ เป็นภาพวาดจิตรกรรมจีน ซึ่งได้ว่าจ้างจิตกรฝีมือดีจากเมืองจีนเขียนภาพจิตรกรรมลงบนฝาผนังด้านบนโดยรอบทั้ง 4 ด้าน จัดเรียงเป็นช่อง ๆ แสดงถึงเครื่องมงคลสำหรับบูชาทางพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ตามความเชื่อของชาวจีนแต่โบราณ ซึ่งถือได้ว่าภาพจิตรกรรมจีนโบราณบนฝาผนังอุโบสถวัดนาคปรก เป็นภาพจิตรกรรมที่สวยงามตามแบบฉบับดั้งเดิม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้ ท่านพระยาโชฏึกราชเศรษฐี (เจ้าสัวพุก แซ่ตัน) ยังได้อัญเชิญ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย มีพระพุทธลักษณะที่งดงาม อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี (นับจากปัจจุบัน) จำนวน 2 องค์ นำมาประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ เพื่อทดแทนพระประธานองค์เดิมซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นและมีสภาพชำรุดทรุดโทรม พระพุทธรูปองค์ปัจจุบันนี้ เป็นที่รู้จักกันในนามว่า “หลวงพ่อเจ้าสัว”

สักการะพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ
ส่วนอีกองค์หนึ่ง ประดิษฐานไว้เป็นพระประธานในวิหาร ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ได้รับการบูรณะต่อจากอุโบสถ และภายในวิหารได้ให้ช่างจิตรกรฝีมือดีเขียนภาพจิตรกรรมไทยบนฝาผนังเช่นกัน โดยด้านหลังเป็นภาพการเสด็จดำเนินลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังการแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา ส่วนด้านหน้าเป็นภาพเรื่องราวการชนะพญามารและเสนามารก่อนการตรัสรู้ พระประธานองค์นี้ ท่านพระยาโชฏึกราชเศรษฐีได้สร้างพญานาคปรกขึ้นครอบไว้ มีขนดกายม้วนขึ้นซ้อนกัน 4 ชั้น มีเศียร 7 เศียร แผ่พังพาน โดยสร้างด้วยปูนปั้นและมีแกนโครงสร้างเป็นไม้ตะเคียน ปูนปั้นทำสีประดับลายกระจก พระประธานองค์นี้จึงได้รับการเรียกขานนามกันว่า “หลวงพ่อนาคปรก” และการเรียกชื่อวัดปรกจึงได้กลายมาเป็นชื่อ “วัดนาคปรก” นับแต่จากนั้นเป็นต้นมา

พระนาคปรกในวิหารวัดนาคปรกแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นพระนาคปรกแห่งเดียวที่องค์พระพุทธรูปเป็นปางมารวิชัย ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิ และถือได้ว่าเป็นพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นที่เชื่อกันว่า พระยาโชฏึกราชเศรษฐี หรือ พระบริบูรณ์ธนากร หรือ ท่านเจ้าสัวพุก ได้บูรณะอุโบสถเพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีงามแก่ตนเอง และบูรณะวิหารเพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีงามแก่ภรรยาผู้เป็นที่รัก ด้วยความศรัทธาเลื่อมใสพระพุทธศาสนาและความกตัญญูต่อแผ่นดินไทย จึงถือได้ว่าอุโบสถและวิหารแห่งนี้ เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ความศรัทธา และความกตัญญูต่อแผ่นดิน ให้สาธุชนทั้งหลายได้พึ่งระลึกถึงโดยทั่วกัน

วิหารหลวงพ่อโต

สักการะหลวงพ่อโต
ต่อมาในปี พ.ศ.2555 ทางวัดจึงได้บูรณะบูรณะใหม่ยกขึ้นเป็น 2 ชั้น เป็นสีขาวตั้งตระหง่านมีราวบันไดพญานาคราชคู่ทอดกายลงเพื่อเฝ้ารักษาคุ้มครอง พร้อมกันได้ซ่อมแซมภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าโบราณทั้งหมดด้วย หลังจากนั้น ได้ทำพิธียกช่อฟ้า เป็นการปิดโครงการบูรณะในปีพ.ศ.2557

บรรยากาศภายในวัด
ปัจจุบันอุโบสถบันไดพญานาคราชสีขาวตั้งตระหง่านดั่งดอกอุบลขาวที่กำลังเบิกบานรับแสงอาทิตย์ในยามเช้า ให้ผู้คนได้สัมผัสถึงความสงบและความสุขเมื่อได้พบเห็น

ภายในวัดนาคปรก
จากนั้นได้ปิดทององค์พระพุทธประธานใหม่ และสร้างฐานองค์พระใหม่ด้วยการปั้นเป็นมังกร 8 ตัว พันเกลียวกันขึ้นเป็นฐานพระ (ด้านหน้า 5 ตัว ด้านหลัง 3 ตัว) เพื่อทรงไว้ซึ่งศิลปะและความเชื่ออันเป็นมงคลของชาวจีน และเป็นคติธรรมในทางพระพุทธศาสนา คือ มรรคมีองค์ 8 เป็นทางไปสู่พระนิพพาน และหากแยกเป็น 2 ส่วนคือ ฐานด้านหน้ามังกร 5 ตัว หมายถึง พละคือกำลัง 5 ฐานด้านหลัง คือ ไตรสิกขา 3 อย่าง ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งธรรมเหล่านี้เป็นกำลังและแนวทางแห่งการหลุดพ้นสู่บรมสุข

สักการะรูปปั้น หลวงปู่ชู คงชูนาม
นอกจากนี้ภายในวัดนาคปรกยังมีสถาปัตยกรรมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้ได้เยี่ยมชม พร้อมสักการบูชา เริ่มด้วยการไปการสักการะรูปปั้น หลวงปู่ชู คงชูนาม อดีตเจ้าอาวาสวัดนาคปรก เกจิอาจารย์ชื่อดัง ณ มณฑปบริเวณด้านหน้าของวัด เมื่อจุดธูปเทียนเรียบร้อยแล้วให้อ้อมไปทางด้านหลังองค์ท่าน และนำหน้าผากแตะที่สังฆาฏิ (อัฐิหลวงปู่อยู่ในองค์ท่าน) ขอพรด้านชาตรี แคล้วคลาด ปลอดภัย พร้อมรับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นำกลับบ้าน

สักการะรูปปั้น หลวงปู่ชู คงชูนาม

ท้าวเวสสุวรรณแบบโบราณ

เดินลอดโบสถ์เสริมมงคล
แล้วไปเดินลอดโบสถ์เพื่อล้างอาถรรพ์ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต รวมถึงเสริมความเป็นสิริมงคล บารมี แคล้วคลาดจากโรคภัยไข้เจ็บ พบเจอแต่ความโชคดีในด้านต่าง ๆ รวมถึงบูชาท้าวเวสสุวรรณแบบโบราณที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก

ภายในใต้ฐานโบสถ์

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


กำลังโหลดความคิดเห็น