xs
xsm
sm
md
lg

แจกพิกัด “9 จุดไหว้ไฮไลต์” เสริมความปังที่ “วัดท่าไม้” สมุทรสาคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วัดท่าไม้ (ภาพจากเพจวัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร)
หากพูดถึงวัดดังของจังหวัดสมุทรสาคร เชื่อได้เลยว่าชื่อของ “วัดท่าไม้” จะต้องผุดขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ แน่นอน ครั้งนี้จะขอพามาชมบรรยากาศภายในวัดท่าไม้และแนะนำสิ่งที่น่าสนใจกับ 9 จุดไหว้ไฮไลต์ห้ามพลาดภายในวัดให้ได้รู้จักกัน

อุโบสถทองคำ
วัดท่าไม้ ตั้งอยู่ที่ บ้านกงสีล้ง ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เดิมเคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน ชื่อ “สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี (ท่าไม้)“ ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 สำนักสงฆ์แห่งนี้ได้รับใบอนุญาตให้สร้างวัด โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปีพุทธศักราช 2537

วัดท่าไม้ปัจจุบันมี “พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร” หรือ “พระอาจารย์อุเทน” ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และหากย้อนอดีตไปเมื่อราว 10 กว่าปีที่แล้ว วัดท่าไม้เคยโด่งดังจนเป็นที่ติดตากับ “สติ๊กเกอร์วัดท่าไม้” ที่ติดอยู่ท้ายรถยนต์หลายแสนคัน ซึ่งผู้คนมองเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง จนเกิดปรากฏการณ์สติ๊กเกอร์ท้ายรถที่มีการทำตามเป็นจำนวนมาก

พระประธานภายในอุโบสถทองคำ
ปัจจุบันวัดท่าไม้ ถือเป็นหนึ่งในวัดดังสายมูลำดับต้น ๆ ของเมืองไทย ซึ่งภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายให้สักการะบูชา ขอพรอธิษฐาน แก้กรรม แก้ปีชง เสริมดวงชะตา และทำบุญกันตามจิตศรัทธา ครั้งนี้เราจึงได้รวบรวม 9 จุดไหว้ไฮไลต์สำคัญภายในวัดให้มาได้ไหว้ขอพรกัน

เริ่มที่จุดแรก “อุโบสถมหาปรินิพพาน” หรือ “อุโบสถทองคำ” ที่มีการลงรักปิดทองทั้งหมด ด้านหน้าของอุโบสถจะมี “หลวงพ่อบารมี 30 ทัศน์” ให้ได้ขอพรก่อนเข้าด้านใน ซึ่งกล่าวกันว่า ภายในองค์พระมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่

ส่วนภายในมีไฮไลต์คือ “หลวงพ่อเพชร” หรือ “พระสัมพุทธบัญชร“ พระประธานองค์ใหญ่ที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวสมุทรสาคร ถัดมาคือ “สมเด็จพระธรรมจักรแก้ว” เป็นพระพุทธรูปสมัยทราวดี นั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงถือดอกบัวสี่ดอก

หลวงพ่อแก่นจันทน์
และ “หลวงพ่อพระพุทธปรินิพพาน” พระพุทธรูปที่ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่มีปาฏิหาริย์ดังเทพบันดาล มองแล้วงดงามสงบเย็นแก่ผู้ได้มากราบนมัสการ

ส่วนด้านหลังพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแก่นจันทน์” พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร มีความสูง 2.26 เมตร โดยลักษณะการอุ้มบาตรจะแตกต่างจากพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรทั่วไป เพราะมองดูแล้วพระหัตถ์คล้ายจะเป็นการจับที่สิ่งหนึ่งที่ติดอยู่กับปากบาตรมากกว่าจะเป็นการอุ้มบาตรนั่นเอง

เดินลอดโบสถ์ขอพรองค์ปู่ภาษีใต้อุโบสถทองคำ (ภาพจากเพจวัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร)
สำหรับจุดไหว้ไฮไลต์ที่สองยังคงที่อยู่ที่อุโบสถทองคำ นั่นคือการ “ลอดโบสถ์“ ที่ชั้นล่าง ซึ่งเชื่อว่าการเดินลอดโบสถ์นี้เป็นการล้างอาถรรพ์ที่ติดตัวมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และภายในชั้นล่างของโบสถ์ยังมีจุดสักการะขอพรองค์ปู่ภาษี พระอิศวร และพระพิฆเนศ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องขอความสำเร็จในหน้าที่การงานนั่นเอง

พญาช้างงากลับ
จากนั้นเดินลงจากพระอุโบสถทองคำมาจะมี “องค์ท้าวเวสสุวรรณอธิบดีจาตุมหาราชิกาเทพเจ้าอสูรทรงฤทธิ์“ ยืนเด่นเป็นสง่าดูน่าเกรงขาม และบริเวณด้านซ้ายของพระอุโบสถทองคำสามารถเดินมา “ลอดท้องพญาโพธิสัตว์“ หรือ “พญาช้างงากลับ” ที่เป็นกุศโลบายว่าให้เรื่องร้ายกลับกลายเป็นดีได้

บ่วงนาคบาศ
จากนั้นเดินมาตามทางเดินด้านหน้าองค์ท้าวเวสสุวรรณ จะพบกับ “บ่วงนาคบาศ“ ขนาดใหญ่ที่มีรูปลักษณ์คล้ายงูกินหาง ให้เดินลอดขอโชคลาภเงินทอง และยังมีความเชื่อว่าบ่วงนาคบาศเป็นสุดยอดพุทธคุณให้แคล้วคลาดอีกด้วย

เจ้าแม่กวนอิม (ภาพจากเพจวัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร)
ด้านขวาของบ่วงนาคบาศยังมี “ท่านพ่อท้าวมหาพรหมชินบัญชร“ พระพุทธรูปปางประธานพรขนาดใหญ่ อีกหนึ่งจุดกราบไหว้ขอพรก่อนเดินต่อไปยังไฮไลต์ที่สามที่ “วิหารฟ้าบันดาล“ (ซึ่งขณะนี้ 14 ก.พ. 68 ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง) จุดสักการะ ”เจ้าแม่กวนอิม“ ให้ขอพรช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยต่างๆ และบันดาลพรให้ประสบความสำเร็จ

พระราหู
จุดไหว้ไฮไลต์ที่สี่คือที่ “ศาลาเทพพิทักษ์“ หรือ “ศาลาเทวาพิทักษ์” สถานที่ประดิษฐาน “พระราหู” องค์ใหญ่ เทพเจ้าแห่งโชคลากและโอกาสที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ซึ่งครั้งหนึ่งวัดท่าไม้เคยโด่งดังเป็นอย่างมากในเรื่อง “บูชาพระราหู” อีกด้วย

ภายในศาลายังมีการจำลองถ้ำซึ่งด้านบนถ้ำประดิษฐาน “หลวงพ่อโตเงิน” ที่ขึ้นชื่อในเรื่องประทานทรัพย์สินเงินทอง ตามพระนามของท่านคือ "โตเงิน โตทอง" ส่วนด้านในถ้ำประดิษฐาน “สมเด็จพระเจ้าล้านช้างรุ่งเรือง” พระพุทธรูปโบราณนาคปรกนาค 7 เศียร อายุ 665 ปี

พระพุทธชินราชองค์จำลองในอุโบสถหลังเก่า
ไม่ไกลจากศาลาเทพพิทักษ์จะเป็น “อุโบสถหลังเก่า” ที่เป็นจุดไหว้ไฮไลต์ที่ห้า ภายในประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” องค์จำลอง หน้าตัก 69 นิ้ว เป็นพระประธาน ส่วนด้านหน้าบริเวณประตูโบสถ์มีรูปเคารพ “หลวงปู่รุ่ง” และ “หลวงปู่บุญ” ให้สักการะกัน

นอกจากนั้นที่จุดนี้ยังสามารถไหว้ขอพรเทพเจ้ากวนอูและเทพไท้ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคชะตาเพื่อแก้ปีชง รวมถึงถวายโคมแดงหรือโคมเต็งลั้ง
เพิ่มเสริมสิริมงคลให้ชีวิตมีแต่ความสว่างไสวโชติช่วงได้

พระปิดเคราะห์ (ภาพจากเพจวัดท่าไม้ จังหวัดสมุทรสาคร)
เดินต่อมาจะถึงจุดไหว้ไฮไลต์ที่หกคือ “วิหารบูรพาจารย์” หรือ “วิหารหลวงปู่รุ่ง” นับได้ว่าเป็นจุดที่ต้องมาให้ได้ เพราะที่นี่เป็นที่บรรจุพระอัฐิธาตุของหลวงปู่รุ่ง

และยังเป็นประดิษฐานพระเกจิดังในเมืองไทย ซึ่งทางวัดท่าไม้ได้อัญเชิญประดิษฐานได้แก่ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และหลวงพ่อยี รวมถึงเป็นจุดสักการะขอพร “พระปิดเคราะห์” เพื่อปกป้องเคราะห์ต่างๆ ที่จะเข้ามา และสักการะพระ 3 สมัย คือหลวงพ่อเชียงแสน หลวงพ่ออู่ทอง และหลวงพ่อสุโขทัย เพื่อชีวิตที่สุขสมดังใจหวังอีกด้วย

พระเจ้าน้ำเงินน้ำทอง
สำหรับจุดไหว้ไฮไลต์ที่เจ็ดคือ “วิหารลดามหาปสาธน์” ภายในประดิษฐานพระประธาน “พระพุทธหิรัญราช” (พระเจ้าน้ำเงินน้ำทอง) หรือ “หลวงพ่อใหญ่“ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางประทานพรสุดงดงามตระการตา

ท้าวเวสสุวรรณโณและพญาปู่ยมมราช
เดินออกจากวิหารมาจะเจอกับจุดไหว้ไฮไลต์ที่แปด นั่นคือ “ท้าวเวสสุวรรณโณ” ราชาแห่งยักษ์ ที่ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เปิดทรัพย์รับโชค และ “ปู่พญายมราช” เทพเจ้าแห่งนรกและความตาย ที่ช่วยคุ้มครองดวงชะตาชีวิต แคล้วคลาดจากสิ่งอัปมงคล

ใกล้ๆ กันยังมีจุดให้ผูกโบว์อธิษฐานสีต่างๆ เพื่อช่วยเสริมสิริมงคลให้สมปรารถนาในเรื่องต่างๆ ตามความหมายของโบว์แต่ละสีอีกด้วย

สักการะพญานาคทุกๆ ตระกูลที่ดงนาค
ปิดท้ายที่จุดไหว้ไฮไลต์ที่เก้าคือ “ดงนาค” สักการะพญานาคทุกๆ ตระกูล ให้แคล้วคลาดปลอดภัย และขอพรให้เปิดทรัพย์รับโชค มีกิน มีใช้ ไม่ขาดมือ

รูปเคารพพระพิฆเนศ
ซึ่งนอกจาก 9 จุดไหว้ไฮไลต์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ที่วัดท่าไม้ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่น ๆ อาทิ รูปเคารพพระพิฆเนศหลากหลายปาง, รูปเคารพฤาษี, รูปเคารพเซียนต่าง ๆ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ อีกหลากหลายให้สักการะบูชากัน

และก่อนกลับอย่าลืมแวะมาที่แพริมน้ำซึ่งเป็นจุดปล่อยปลา ไหว้พระแม่คงคา นั่งพักผ่อนชมวิวแม่น้ำท่าจีน และมีร้านอาหารให้ได้อิ่มท้องก่อนกลับอีกด้วย

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


กำลังโหลดความคิดเห็น