xs
xsm
sm
md
lg

“หุงน้ำทิพย์-ประดับตุงไชย” สร้างสีสัน 725 ปี ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บ่อน้ำทิพย์แห่งวัดบุพพาราม
ในปี 2564 นี้เมืองเชียงใหม่จะมีอายุครบ 725 ปี สงกรานต์เชียงใหม่ปีนี้จึงมีความพิเศษอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมาคือการหุงน้ำทิพย์ปีใหม่เมือง อันเป็นพิธีล้านนาโบราณหาชมได้ยาก และไม่มีการประกอบพิธีนี้มานานกว่า 100 ปี

น้ำทิพย์ดังกล่าวนำมาจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 3 แห่ง ด้วยกัน แห่งแรกคือ “แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ขุนน้ำปิง” อุทยานแห่งชาติผาแดง อำเภอเชียงดาว ซึ่งถือเป็นต้นแม่น้ำปิง แม่น้ำสายหลักของเชียงใหม่ อันจะไหลมารวมกับแม่น้ำสายหลักอื่นๆ จนกลายมาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายสำคัญของประเทศ

แหล่งที่ 2 คือ “แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์อ่างกาหลวง” อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สูงสุดกว่าแห่งใดในประเทศ

และแหล่งสุดท้ายคือ “แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดบุพพาราม” อำเภอเมืองเชียงใหม่ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียวในเขตกำแพงเวียงเก่าเชียงใหม่

บ่อน้ำทิพย์เก่าแก่ของวัด
การทำพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน ณ วัดบุพพาราม วันที่ 6 เมษายน ณ อ่างกาหลวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และในวันนี้ (7 เมษายน) ณ ขุนน้ำแม่ปิง อุทยานแห่งชาติผาแดง

ส่วนการประกอบพิธีหุงน้ำศักดิ์สิทธิ์จะมีขึ้นในวันที่ 9 เมษายน เวลา 09.19 น. โดยจะได้อัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ของวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร ร่วมหุงด้วย

พิธีหุงน้ำศักดิ์สิทธิ์อันเป็นพิธีล้านนาโบราณนี้จะมีการกล่าวคำโองการอัญเชิญเทวดาทั้งหลายมารับของพลีกรรม แล้วนำน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นเทผ่านผ้าขาวกรอง 7 ชั้น ผู้ทำพิธีจะนำไม้หอมใส่ไปในหม้อหุงน้ำ พร้อมทั้งสวดบริกรรมพระคาถา จากนั้นนำน้ำทิพย์ที่ผ่านการหุงและเย็นตัวลงแล้วเทผ่านผ้าขาวกรองน้ำ 7 ชั้นอีกครั้ง เพื่อเตรียมนำเข้าสู่พิธีเจริญพระพุทธมนต์ อันเป็นบทสวดพุทธคุณ บทสวดรัตนสูตร หรือบทสวดเจ็ดตำนานเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยจะทำพิธีสวดในเวลา 19.19 น. ในวันเดียวกัน

พระธาตุเจดีย์
“น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมือง” นี้จะแบ่งใส่ขวดเล็กๆ จำนวน 9,725 ขวด (ตามตัวเลขอายุเมืองเชียงใหม่ 725 ปี) และจะนำไปเตรียมแจกจ่ายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเพื่อใช้สรงน้ำพระและใช้ประพรมเป็นน้ำพระพุทธมนต์เพื่อเสริมความสิริมงคลของตนเองและครอบครัว ในวันที่ 11-13 เมษายน ณ วัดพระสิงห์ วัดบุพพาราม อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร ใครที่อยากได้ต้องเตรียมตัวไปรับได้ตามสถานที่ดังกล่าว

หรือใครที่เดินทางไปท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่และต้องการไปชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 3 แห่งที่สามารถเดินทางไปได้ง่ายดายและสะดวกเพราะอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็สามารถไปได้ที่ “วัดบุพพาราม” บนถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่

พระวิหารไม้หลังเล็ก
พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน ท่านเจ้าอาวาสวัดบุพพาราม เล่าให้ฟังถึงที่มาของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งวัดบุพพารามว่า วัดนี้เดิมเป็นพระราชอุทยานของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 4 และบ่อน้ำทิพย์ก็มีมานับแต่นั้น ต่อมาพระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ซึ่งเป็นเหลนของพระองค์ ได้ใช้พื้นที่พระราชอุทยานเดิมสร้างเป็นวัดแล้ว ก็ทรงสร้างพระเจดีย์บรรลุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเคยแสดงอภินิหาร มีแสงสว่างให้ปรากฏเป็นฉัพพรรณรังษีในวันเพ็ญทั้งข้างขึ้นข้างแรมอยู่เสมอ พระราชาและพระมหาเถระทั้งหลายต่างก็มีศรัทธาปสาทะ เกิดความความเลื่อมใส

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงจำต้องหาน้ำอันบริสุทธิ์สะอาดมาสรงองค์พระบรมสารีริกธาตุเจ้าอันเป็นที่เคารพสักการะ ยิ่ง จึงได้สงวนบ่อน้ำเก่าแก่นี้ไว้เพื่อเป็นน้ำสำหรับสรงพระบรมธาตุ

น้ำจากบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ยังได้เคยนำไปถวายเป็นน้ำสรง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งมีพระชนม์มายุ 5 รอบ ในปี 2530 และใช้เป็นน้ำสรงอภิเษกเนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในปี 2554

หอพระมณฑปแห่งวัดบุพพาราม
และครั้งล่าสุดก็ได้ใช้น้ำจากบ่อน้ำทิพย์วัดบุพพารามเป็นน้ำสรงอภิเษก เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ พร้อมกับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแหล่งน้ำทั่วประเทศอีกด้วย

บ่อน้ำทิพย์แห่งนี้มีน้ำใสสะอาดตลอดทั้งปีไม่เคยแห้ง ความลึกปากบ่อถึงก้นบ่อประมาณ 7 เมตร 20 เซนติเมตร ห้ามผู้หญิงเข้าไปบริเวณบ่อ

ภายในวัดบุพพารามยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พระเจดีย์ (บรรจุพระเกศาธาตุ) พระวิหารหลังเล็กเป็นพระวิหารไม้อายุกว่า 300 ปี พระวิหารหลังใหญ่ พระอุโบสถ วิหารพระเจ้าทันใจ และหอมณเฑียรธรรมทรงจตุรมุขแบบล้านนา 2 ชั้น ด้านบนประดิษฐานพระพุทธรูปไม้สักนามว่า “พระพุทธนเรศร์สักชัยไพรีพินาศ” ที่เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างไว้ที่พม่าอีกด้วย

ประดับตุงบริเวณหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์
อีกหนึ่งกิจกรรมดีงามของสงกรานต์เมืองเชียงใหม่ก็คือกิจกรรมการตกแต่งเมืองเชียงใหม่ “ตานตุงไชย ฟื้นใจ๋เมืองเชียงใหม่” ในวันที่ 1-19 เมษายน ในพื้นที่เมืองเก่าเชียงใหม่ ซึ่งจะมีการปัก “ตุง” หรือธงล้านนา ซึ่งมีทั้งตุงขึ้นก๊าง ตุงไชย ตุงชาติพันธุ์ และตุงจากพ่อครูแม่ครูภูมิปัญญาล้านนา บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และ 4 แจ่งเมือง จุดละ 725 ต้น เพื่อเป็นการร่วม ฉลอง 725 ปีเมืองเชียงใหม่ในช่วงปี๋ใหม่เมือง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเมืองเชียงใหม่ในช่วงนี้ก็จะได้เห็นการประดับประดาตกแต่งสถานที่ด้วยตุงที่พลิ้วไสวอย่างสวยงาม แต่หากอยากมีส่วนร่วมในการทำตุงไชยของตัวเองและนำไปประดับด้วยนั้น ก็สามารถไปเรียนรู้และลองทำตุงด้วยตัวเองได้ที่ “โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา” (ถ.รัตนโกสินทร์ อ.เมืองเชียงใหม่)

ตุงพลิ้วไสว
ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้วิชาภูมิปัญญาล้านนา และศิลปวัฒธรรมอุษาคเนย์ เพื่อเรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้ให้ยืนยาวสืบต่อไป มีการสอนวิชาน่าสนใจหลายอย่าง อาทิ การฟ้อนแง้น ฟ้อนเล็บ อักษรล้านนาขั้นพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ล้านนา ดนตรีพื้นเมือง กลองปู่จา รวมถึงการทำตุงล้านนา ดังที่วันนี้เราได้มาทำ “ตุงตั๋วเปิ้ง” หรือตุงประจำปีเกิด เป็นตุงทำด้วยกระดาษ ประดับด้วยลายนักษัตรตามปีเกิดของแต่ละคน และตกแต่งให้สวยงามด้วยกระดาษฉลุ พร้อมกับเขียนชื่อของตน นิยมทำและนำไปปักบนเจดีย์ทรายหรือตกแต่งสถานที่ในเทศกาลสงกรานต์ หรือแขวนบริเวณหน้าพระประธาน

ที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนาจะมีครูในแขนงต่างๆ คอยแนะนำและสอนทำกิจกรรมตามที่เราสนใจ ซึ่งหากอยากลองทำตุงตั๋วเปิ้งหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก็สามารถติดต่อไปก่อนได้ที่โทร.0 5324 4231 หรือดูรายละเอียดได้ที่เฟซบุค : โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา Lanna Wisdom School

ทำตุงตั๋วเปิ้งที่โฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา

ประดับตุงด้วยนักษัตร

เขียนชื่อด้วยตัวอักษรล้านนา

ภายในโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา
ทั้งสองกิจกรรมทั้งการหุงน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ และการประดับตกแต่งตานตุงไชยไปทั่วเมืองในครั้งนี้ น่าจะทำให้เมืองเชียงใหม่มีสีสันงดงามตามประเพณีสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองได้ไม่น้อยทีเดียว

ผู้ที่สนใจกิจกรรมงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง สงกรานต์เมืองเชียงใหม่ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทวไทย สำนักงานเชียงใหม่ โทร.0 5324 8604

#################

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...