xs
xsm
sm
md
lg

“กินสู้โรค” ส่องสารพัดอาหาร-สมุนไพรสู้โควิด-19

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Youtube :Travel MGR

เลือกของกินสู้โควิด-19
หลังจากโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก นอกเหนือจากการกินยารักษาอาการตามแบบแพทย์แผนปัจจุบัน หลายๆ ที่ก็มีการเลือกสรรอาหาร สมุนไพร หรือของกินอื่นๆ ที่จะช่วยรักษา ป้องกัน และบรรเทาอาการต่างๆ จากเชื้อโควิด-19

และนี่คือส่วนหนึ่งในของกินที่ผู้คนเลือกกินตามข้อมูลและความเชื่อ

ปาร์ตี้ฉี่วัว ประเทศอินเดีย
ปาร์ตี้ฉี่วัว - ประเทศอินเดีย
สื่อต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มชาวฮินดูในประเทศอินเดียได้จัดงานปาร์ตี้เพื่อดื่มปัสสาวะวัว เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยชาวฮินดูจำนวนมากเชื่อว่าวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และบางคนดื่มปัสสาวะวัวเพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติเป็นยารักษาโรคได้

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญออกมายืนยันหลายครั้งแล้วว่า ปัสสาวะของวัวไม่สามารถรักษาความเจ็บป่วยได้ เช่น โรคมะเร็ง เป็นต้น และไม่มีหลักฐานว่า จะสามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้

ทั้งนี้ งานปาร์ตี้ดังกล่าวจัดขึ้นโดยกลุ่ม Akhil Bharat Hindu Mahasabha (All India Hindu Union) ที่สำนักงานใหญ่ของกลุ่มในกรุงนิวเดลี โดยมีผู้เข้าร่วม 200 คน โดยทางผู้จัดงานคาดว่าจะจัดงานเช่นนี้ขึ้นที่เมืองอื่นๆ ในอินเดียด้วย

ใช้ตำรับยาแพทย์แผนจีนสู้โรค (ภาพจาก Tiantai news)
ตำรับยาแพทย์แผนจีนสู้โควิด-19
สำหรับในประเทศที่เป็นต้นทางของโควิด-19 ก็มีการคิดค้นสูตรการรักษา ทั้งในแบบแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนจีน ซึ่งตำรับยาแพทย์แผนจีนที่ทดลองใช้กับผู้ป่วยนั้นได้ผลดีมาก มีการคัดเลือกยาสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์กำจัดเชื้อไวรัสต่างๆ มาใช้แล้วกว่า 30 รายการ โดยใช้ควบคู่กับยาฝรั่งเช่น อินดินาเวียร์ (Indinavir) ซาควินาเวียร์ (Saquinavir) โลพินาเวียร์ (Lopinavir) ฯลฯ

การแพทย์แผนจีนใช้หลักคิดเรื่องความสมดุลของ “ความร้อน ความเย็น ความชื้น” ในร่างกาย วิธีการรักษาด้วยสมุนไพรจึงช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ กลับคืนมาสู่สภาพปกติไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป โดยเฉพาะพยายามให้พืชที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

ตำรับยาจีนเน้ความสมดุล (ภาพ peoples daily china)
ตำรับยาบางส่วนที่มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมา อาทิ ชุดยาต้ม "Qingfei Paidutang" ช่วยลดอาการไข้หรือไอในผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงได้ ส่วนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงนั้น ยาแผนจีนจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ และฟื้นฟูความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ป้องกันไม่ให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักจนถึงขั้นวิกฤต นำไปทดลองใช้รักษาผู้ป่วย 700 ราย ผลออกมาว่า 130 คน มีอาการหายขาด ผู้ป่วยที่เหลือส่วนใหญ่อาการดีขึ้นและหยุดไอหลังจากได้รับยาต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน

“เทียนฮวาเฟิ่น” (Trichosanthes kirilowii) เป็นยาสมุนไพรแตงกวาจีน ถูกนำมาเป็นตัวหลักในการรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรน่า เพราะสรรพคุณพิเศษ ช่วยรักษาอาการไอที่เกิดจากปอดทำงานผิดปกติ อาการเจ็บคอหรือคอบวม และยังช่วยเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงให้กับร่างกาย ออกฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคต่าง ๆ รวมถึงการเพิ่มปริมาณไหลเวียนหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ด้วย

สมุนไพรชวนเกียง
นอกจากนี้ยังมียาชุดที่ประกอบด้วยสมุนไพรจีน 6 ชนิด ได้แก่ “ฉิ่งผ้วย” หรือ “เปลือกผลส้มจีน” มีสรรพคุณช่วยลมปราณไหลเวียน ละลายเสมหะ ขจัดความชื้น ทำให้พลังชี่ของปอดและม้ามไหลเวียนสะดวก, “กิมหงึ่งฮวย” หรือ “ดอกสายน้ำผึ้ง” ตำรายาจีนเชื่อว่ามีฤทธิ์เย็นต่อปอดและกระเพาะอาหาร ใช้ขับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ รักษาโรคผิวหนังและแก้ลำไส้อักเสบ ท้องเสีย ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ, “โหล่วกิง” หรือ “รากหญ้าแขม” ใช้รากแห้งมาต้มกินเพื่อแก้อาการหลอดลมอักเสบ รักษาอาการไอและขับเสมหะ บรรเทาอาการร้อนใน กระหายนํ้า เพิ่มความชุ่มชื้นให้ปอดและกระเพาะอาหาร ระงับคลื่นไส้ อาเจียน

“ปักคี้” เป็นพืชล้มลุกตระกูลถั่ว ตำราแพทย์แผนจีนจัดลำดับยาปักคี้ให้มีสรรพคุณเช่นเดียวกับโสม ช่วยเพิ่มกำลังบำรุงผู้มีร่างกายอ่อนแอ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย แก้อาการอักเสบ และช่วยเสริมระบบและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยลดการสูญเสียโปรตีนที่ออกมาพร้อมปัสสาวะ เนื่องจากไตทำงานผิดปกติ, “ซังเยี่ย” หรือ “ใบหม่อน” ใช้ใบตากแห้งต้มกิน บรรเทาเจ็บคอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ทำให้เนื้อเยื่อชุ่มชื้น ช่วยระงับอาการทางประสาทบางประเภท ที่สำคัญคือมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ โรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ป่วยที่แขนขาอ่อนแรงหรือหมดความรู้สึก หมอจีนนิยมใช้ เปลือกราก กิ่งอ่อน ใบ ผล ทำเป็นยาบำรุง แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก ไอ หืด วัณโรคปอด และ “ชวนเกียง” หรือ “เหง้าโกฐหัวบัว” ตำราแพทย์แผนจีนใช้ช่วยการไหลเวียนของชี่และรักษาอาการปวดจากเลือดคั่ง ทำให้ลดการตีบตันของเส้นเลือด อาการปวดศรีษะ ส่วนตำรายาไทยนั้น มักนำเหง้าโกฐหัวบัว มาช่วยผู้ป่วยริดสีดวงทวาร แก้โรคโลหิตจาง แก้ปวดประจำเดือน รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ บำรุงเลือด

ซึ่งตำรับยาแผนจีนบางส่วนที่ใช้ได้ผลดี ก็มีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประเทศอื่นๆ ทดลองใช้ตาม เพื่อจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วย ช่วยรักษา และบรรเทาอาการจากโควิด-19 อย่างเช่นทางกลุ่มประเทศแอฟริกา หน่วยงานสาธารณสุขของนามิเบีย ได้อนุมัติให้แพทย์แผนจีนเป็หนึ่งในวิธีการรักษา รวมถึงอีกหลายประเทศก็กำลังทยอยดำเนินการเช่นกัน

ฟ้าทะลายโจร ทางเลือกต้านไวรัส
ฟ้าทะลายโจร ทางเลือกต้านไวรัส
ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยก็เริ่มมีกระแสการกิน “ฟ้าทะลายโจร” เพื่อสู้โรค จากข้อมูลที่เป็นยาสมุนไพรมีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ต้านการอักเสบ และต้านไวรัส โดยเฉพาะไวรัสในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ ซึ่งกระแสการกินฟ้าทะลายโจรนี้ถึงขั้นทำให้ยาขาดตลาดเลยทีเดียว

จากข้อมูลการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าการใช้ฟ้าทะลายโจรในการป้องกันเชื้อโควิด-19 ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองเท่านั้น ไม่มีการยืนยันผลว่าใช้ได้จริงในขณะนี้ ซึ่งจากการวิจัยในอดีตพบว่าโครงสร้างโมเลกุลยาสามารถจับเชื้อโคโรนาไวรัสได้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทดลองกับคน ก่อนจะสรุปผลได้ในภายหลัง

ฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูล
สรรพคุณของยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรช่วยลดอาการจากไข้หวัดธรรมดาได้ โดยมีข้อมูลว่าฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจได้ เช่น อาการไอ และเจ็บคอ นอกจากนี้ฟ้าทะลายโจรยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และแก้ปวด ต้านเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคบางชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย

เภสัชกร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ออกมาให้ข้อมูลว่า คนที่อาจเป็นหวัด เช่น มีไข้ เจ็บคอ ปวดเนื้อตัว กินฟ้าทะลายโจรได้ แต่ภายใน 24 ชั่วโมง หากอาการแย่ลงควรไปพบแพทย์ ส่วนการกินเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน แนะนำให้กินเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติเป็นหวัดบ่อย ติดเชื้อง่าย แต่การกิจจะต้องกินในปริมาณโดสต่ำๆ โดยในงานวิจัยของประเทศชิลีระบุว่า ต้องกินฟ้าทะลายโจรที่มีสารสำคัญ “แอนโดรกราโฟไลด์” ในปริมาณวันละ 11.2 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งปัจจุบันการผลิตแคปซูลฟ้าทะลายโจรที่มีปริมาณสารดังกล่าวของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกัน

แต่ก็ยังมีข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ยาติดต่อกันนานเกินไป เนื่องจากยามีฤทธิ์เย็น และมีผลต่อตับ หลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ที่ได้รับยากดภูมิ เนื่องจากสมุนไพรจะไปลดฤทธิ์ของยา หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่ได้รับยาลดความดัน สารกันเลือกเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น วาฟาร์ริน แอสไพริน และห้ามใช้กับผู้มีประวัติแพ้ฟ้าทะลายโจร หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้มีความผิดปกติของตับและไต และผู้ที่เป็นโรคหัวใจรูห์มาติค

ใบเหลียง มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง
ผัก-สมุนไพรพื้นบ้าน เพิ่มภูมิต้านทาน
สำหรับผักและพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยหลายๆ ตัว ก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานเชื้อโควิด-19 ได้เช่นกัน โดยทางกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแนะนำให้กินผัก ผลไม้ และสมุนไพร 3 กลุ่ม ช่วยเสริมภูมิต้านทานของร่างกายต่อการติดเชื้อโควิด-19 โดยยืนยันมีผลวิจัยชัดเจนว่าสามารถช่วยได้

1.กลุ่มเสริมภูมิคุ้มกัน ได้แก่ พลูคาวหรือผักคาวตอง เห็ดต่าง ๆ ซึ่งมีสารสำคัญคือเบต้ากลูแคน เช่น เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็ดออรินจิ เห็ดหลินจือ และตรีผลา ได้แก่สมุนไพร 3 ชนิด คือ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม รับประทานในรูปของน้ำต้มดื่ม

2.กลุ่มที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ดอกขี้เหล็ก ยอดมะยม ใบเหลียง ยอดสะเดา ฟักข้าว มะระขี้นก ผักเชียงดา คะน้า มะรุม ผักแพว มะขามป้อม หรือสมุนไพรที่มีสารกลุ่มแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารเฟลโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ลูกหม่อน และผักผลไม้หลากสี ที่ช่วยเสริมการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน

ผักพื้นบ้าน ปรุงเป็นเมนูอร่อย
3.กลุ่มที่มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) และรูติน (rutin) สูง จำพวก พืชตระกูลส้ม อาทิ ส้ม มะนาว มะกรูด ส้มซ่า, ผักผลไม้ที่มีสารเคอร์ซีติน (quercetin) สูง ได้แก่ พลูคาวหรือผักคาวตอง หอมแดง หอมหัวใหญ่ มะรุม ใบหม่อน แอปเปิล

รวมถึง กะเพรา มีโอเรียนทิน (orientin) เป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพ ในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์, เปลือกส้ม และใบหม่อน เป็นสมุนไพร 2 ในจำนวน 6 ชนิด ของตำรับยาจีน ที่ใช้ชงดื่มแทนน้ำชาป้องกันปอดบวมอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวทางของมณฑลหูเป่ย

ทั้งนี้ยังแนะนำให้ คนไทยเตรียมความพร้อมในการสร้างสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานอาหารที่มีสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และมีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส ก็จะเป็นเกราะป้องกันตนเอง ลดโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ หรือหากติดเชื้อก็อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงได้ รวมถึงการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมง ออกกำลังกายเป็นประจำ

สำหรับผู้ที่ยังไม่ป่วย หากจะเลือกอาหารเสริม หรือสมุนไพร ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน หรือต่อต้านเชื้อไวรัสต่างๆ แนะนำให้หาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนที่จะบริโภค เนื่องจากยา อาหารเสริม และสมุนไพรทุกชนิด มีทั้งประโยชน์ และมีโทษหากใช้ผิดวิธี
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager

ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Travel MGR



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...