xs
xsm
sm
md
lg

"นครศรีฯ" มากี่ทีก็ประทับใจ เล่นเซิร์ฟเท่ๆ กลางทะเลสิชล-ชิมคราฟท์ช็อกโกแลตฝีมือคนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
กิจกรรมวินด์เซิร์ฟเท่ๆ ที่หาดสิชล
มานครศรีธรรมราชครั้งใด เป็นต้องได้เจอกับความประทับใจใหม่ๆ ทุกครั้ง...

อย่างเช่นในครั้งนี้ที่มาเยือนนครศรีธรรมราช-สงขลา พร้อมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. หรือเรียกง่ายๆ ว่า "ทีเส็บ" (TCEB) ซึ่งจัดทริป “7 MICE Magnificent Themes Journey” พาเรามาค้นหากิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช-สงขลา ที่มีศักยภาพและความโดดเด่นสำหรับการจัดกิจกรรม MICE ซึ่งก็ได้แก่ การจัดประชุม (Meetings) การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) การประชุมวิชาชีพ (Conventions) และการแสดงสินค้านานาชาติ (Exhibitions)

ทาง TCEB มองว่า นักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจหรือกลุ่มไมซ์นี้ไม่ได้อยากมาเจอแต่ห้องสี่เหลี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่อยากจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้และสัมผัส ทั้งยังต้องการสถานที่แปลกใหม่ที่จะทำให้การเดินทางมาประชุมนั้นกลายเป็นทริปที่น่าจดจำ และอาจทำให้เกิดการเดินทางซ้ำในรูปแบบอื่นต่อไปได้อีก
บรรยากาศชิลชิลริมทะเลที่สิชล คาบาน่า
เรือคายัคเตรียมพร้อมริมทะเล
ดังนั้นทาง TCEB จึงได้พยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่ในพื้นที่ไมซ์ซิตี้และเมืองรองใกล้เคียง อย่างเช่นในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีภูเก็ตเป็นไมซ์ซิตี้ ก็ได้ขยายพื้นที่ให้นครศรีธรรมราชและสงขลาเป็นเมืองรองสำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่เหมาะๆ สำหรับกลุ่มไมซ์ด้วย

เพิ่มความเฉพาะเจาะจงลงไปอีกด้วยการแบ่งธีมออกเป็น 7 แบบตามพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางไมซ์ อันได้แก่ ธีมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ธีมผจญภัย ธีมการสร้างทีมเวิร์ค ธีม CSR และการประชุมเชิงอนุรักษ์ ธีมกิจกรรมบรรยากาศชายหาด ธีมการจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ และธีมกิจกรรมนำเสนออาหารไทย

ในทริปนี้เราได้เดินทางไปทั้งนครศรีธรรมราชและสงขลา แต่จะขอนำเสนอจังหวัดนครศรีธรรมราชกันก่อน เริ่มกันที่ “สิชล คาบาน่า บีช รีสอร์ท” ใน ตำบลสิชล อำเภอสิชล (ธีมผจญภัย / ธีมกิจกรรมบรรยากาศชายหาด) ที่นี่เป็นรีสอร์ทริมชายหาดสิชลที่สวยงามเงียบสงบ มีพร้อมทั้งห้องพักสะดวกสบาย ห้องประชุมขนาดย่อมๆ คาเฟ่น่ารักๆ และพื้นที่ชายหาดให้นั่งชิลไปกับธรรมชาติ ที่สำคัญคือมีกิจกรรมเท่ๆ ของคนรักกีฬาทางน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างวินด์เซิร์ฟ เซิร์ฟบอร์ด และแพดเดิ้ลบอร์ด ให้ทดลองเล่นกันด้วย
ปาล์ม  เบญจภพ เบญจธรรมธร เจ้าของรีสอร์ท และผู้สอนเล่นเซิร์ฟ
ฝึกหัดเล่นเซิร์ฟบอร์ดก่อนลงทะเลลองของจริง
เนื่องจากเจ้าของรีสอร์ท ปาล์ม เบญจภพ เบญจธรรมธร เป็นผู้ที่รักและเล่นกีฬาเซิร์ฟบอร์ดอยู่แล้ว จึงเปิดส่วนหนึ่งของรีสอร์ทเป็นโรงเรียนสอนเซิร์ฟบอร์ดและวินด์เซิร์ฟ โดยปาล์มกล่าวว่าคลื่นที่สิชลก็ถือว่าอยู่ในขั้น Advance สวยและสนุกไม่เป็นรองที่ไหน โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเล่นเซิร์ฟบอร์ดคือช่วงหน้ามรสุมช่วงปลายปีราวเดือน ต.ค.-ธ.ค. และช่วงที่เหมาะสมกับการเล่นวินด์เซิร์ฟก็คือหน้าร้อนช่วง มี.ค.-เม.ย.
หลากหลายกิจกรรมทางน้ำที่สิชล คาบาน่า
ส่วนแพดเดิ้ลบอร์ดที่ต้องใช้การทรงตัวบนบอร์ดที่ลอยน้ำนั้นใช้เวลาหัดไม่นานก็เล่นได้ สามารถเช่าพายเล่นเองได้ รวมถึงเรือคายัคทางรีสอร์ทก็มีบริการสำหรับคนที่สนใจด้วยเช่นกัน ถือได้ว่าที่นี่เป็น Active Beach ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย เหมาะสำหรับคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทางทะเลอย่างยิ่ง ใครสนใจมาทำกิจกรรมที่นี่ติดต่อได้เลยที่โทร.0 7553 6055 หรือเฟซบุค : Sichon Cabana Beach Resort
ข้าวมันทะเลโคลน ผัดหมี่ทะเลโคลน รองด้วยใบโกงกางชุบแป้งทอด
มาต่อกันที่ “บ้านแหลมโฮมสเตย์” (ธีมวัฒนธรรม / ธีมอาหาร) ในตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา เป็นอีกหนึ่งชุมชนชาวประมงที่มีวิถีชีวิตน่าสนใจ โดยคนในชุมชนได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวโดยนำวิถีชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์ให้เป็นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น อาทิ สปาโคลน ซึ่งเป็นโคลนจากบริเวณป่าชายเลนของชุมชนซึ่งผ่านการตรวจสอบจากศูนย์วิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ว่ามีแร่ธาตุมากกว่า 40 ชนิด หากใครไปเที่ยวถึงที่ก็จะได้ลงไปสปาโคลนด้วยตัวเอง หรือจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่างๆ ที่ทางชุมชนได้แปรรูปมาก็ได้

กิจกรรมที่ชุมชนบ้านแหลมก็คือการเรียนรู้ระบบป่าชายเลน กิจกรรมปลูกต้นโกงกาง และเรียนรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากใบโกงกางจากภูมิปัญญาของคนในชุมชน เช่น การทำชาใบโกงกาง การทำผ้ามัดย้อมจากใบโกงกาง ซึ่งในครั้งนี้แม้เราจะไม่ได้ไปเยือนที่ชุมชนบ้านแหลมโดยตรง และชาวบ้านแหลมก็ยกเอาอาหาร ผลิตภัณฑ์ความงาม และสินค้าหลากหลายจากชุมชนมาให้เราได้ชมกันถึงที่ที่สิชล คาบาน่า
ทดลองทำผ้ามัดย้อมจากใบโกงกาง
ฝีมือการมัดย้อมที่สวยงาม
เราได้ชิมอาหารรสเด็ดอย่างข้าวมันทะเลโคลน ผัดหมี่ทะเลโคลน ที่ต่อยอดมาจาก “โคลน” ของดีของชุมชน โดยใช้ดีหมึกมาผัดคลุกกับข้าวและเส้นหมี่ให้มีสีดำคล้ายโคลน แต่รสชาติอร่อยกลมกล่อม กินคู่กับใบโกงกางชุบแป้งทอดพร้อมกับซีฟูดสดใหม่และน้ำจิ้มสุดแซบที่ช่วยเสริมรสของอาหารให้เด่นขึ้น ได้ทดลองทำผ้ามัดย้อมจากใบโกงกางที่ให้สีน้ำตาลสวยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งนี่ก็เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่หากใครต้องการจัดประชุมที่สิชล คาบาน่า หรือรีสอร์ทอื่นๆ ก็สามารถดึงเอาชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงมาร่วมจัดกิจกรรมด้วยได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มสีสัน เพิ่มกิจกรรมที่น่าสนใจให้มากขึ้นแล้ว ก็ยังต่อยอดให้นักท่องเที่ยวอยากไปเห็นอยากไปเยือนที่ชุมชนได้เพิ่มขึ้นอีก ใครสนใจอยากไปสามารถติดต่อได้ที่โทร.08 9510 1592, 08 2760 4480 หรือเฟซบุค : วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์
อ.ท่าศาลา เป็นแหล่งปลูกโกโก้แห่งแรกๆ ของประเทศไทย
ที่อำเภอท่าศาลายังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มไมซ์อย่าง “โรส โกโก้ การ์เดน” (Rose Cacao Garden) (ธีมอาหาร) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆ สวนของท่าศาลาที่มีการปลูกโกโก้แซมไปกับผลไม้ในสวน เนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับต้นโกโก้ ช่วงก่อนหน้านี้ทางการก็สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกัน แต่ภายหลังมีปัญหาเรื่องตลาดรับซื้อ เกษตรกรบางส่วนจึงโค่นต้นโกโก้ทิ้งและปลูกพืชชนิดอื่น

แต่สำหรับสวนโรสโกโก้นี้ไม่ต้องหาตลาด แถมยังรับซื้อเมล็ดโกโก้จากสวนอื่นๆ ด้วย เนื่องจากที่นี่สามารถแปรรูปโกโก้ได้เองครบทุกกระบวนการจากต้นโกโก้ไปจนเป็นช็อคโกแลตแท่ง หรือ Tree to Bar โดยเรียกว่าเป็น “คราฟท์ช็อกโกแลต” ซึ่งปรีชา อินทร์คง เจ้าของสวนโรสโกโก้เป็นผู้พาชมและเล่าอธิบายทุกๆ ขั้นตอนอย่างละเอียดสำหรับผู้ที่สนใจและหลงใหลในช็อกโกแลต
ปรีชา อินทร์คง เจ้าของสวนโรสโกโก้
ผลิตภัณฑ์โกโก้ที่ทางสวนทำเองก็มีจำหน่าย
หากจะเล่าคร่าวๆ ก็คือเมื่อเก็บผลโกโก้สุกมาแล้วก็จะนำเนื้อในมาหมักและตากให้แห้ง จากนั้นนำเมล็ดไปคั่วและแกะเปลือกด้วยมือจนได้เป็น “โกโก้นิบส์” แล้วจึงนำไปเข้าเครื่องนวดจนออกมาเป็น “โกโก้แมส” ที่มีเนื้อเหลว ก่อนจะนำไปปรับอุณหภูมิแล้วเทใส่บล็อกเป็นช็อกโกแลตแท่ง ที่ต้องใช้เวลารวมแล้ว 20 กว่าวัน จึงจะได้ออกมาเป็นช็อกโกแลตแท่งให้เรากินกัน
เวิร์คช้อปทำช็อกโกแลตบาร์
ที่นี่เหมาะสำหรับกลุ่มไมซ์กลุ่มเล็กๆ ที่อยากจะมาเที่ยวชมสวนโกโก้ ดูกระบวนการผลิตจาก Tree to Bar แล้วยังจะได้ลองทำเวิร์คช็อปทำช็อกโกแลตแท่งด้วยตัวเอง ส่วนใครที่อยากชิมคราฟท์ช็อกโกแลตแท้ๆ จากสวนโรสโกโก้ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โทร. 06 4697 4659
ส้มโอทับทิมสยาม ทั้งสวยทั้งหวานอร่อยจากสวนสวัสดิ์สุข
ปิดท้ายแหล่งท่องเที่ยวที่กลุ่มไมซ์น่าจะชื่นชอบกันที่ “สวนส้มโอทับทิมสยาม ไร่สวัสดิ์สุข” อำเภอปากพนัง (ธีมอาหาร) ซึ่งมีอัมพร สวัสดิ์สุข เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2562 เป็นผู้ดูแล

สำหรับ “ส้มโอทับทิมสยาม” เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของปากพนังที่ใครๆ ก็ต้องติดใจเมื่อได้ชิม โดยชื่อทับทิมสยามนั้นเรียกตามเนื้อในที่มีสีแดงสดเหมือนทับทิม รสชาติก็หวานอร่อยกินเพลินแทบหยุดไม่ได้ อีกทั้งส้มโอชนิดนี้ยังได้ขึ้นทะเบียน GI เป็นของดีของฝากจากนครศรีธรรมราชที่ใครได้รับก็ต้องยินดีแน่นอน
ส้มโอผลงามๆ บนต้น
เลือกซื้อส้มโอที่สวนเป็นของฝาก
ที่ไร่สวัสดิ์สุขนี้เปิดไร่ให้กลุ่มผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูกส้มโอแบบอินทรีย์ปลอดสารเคมีและเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกร ที่นี่มีศาลาเอนกประสงค์ที่สามารถรองรับกลุ่มได้ราว 40 คน และที่ห้ามพลาดก็คือกิจกรรมการชิมส้มโอทับทิมสยามแสนอร่อย รวมไปถึงลิ้มลองเมนูที่ทำจากส้มโออย่างยำส้มโอสุดแซบด้วย และแน่นอนว่าใครจะซื้อฝากคนที่บ้าน ที่นี่ก็มีบริการบรรจุกล่องอย่างดี หรือจะให้ส่งไปรษณีย์ไปที่บ้านเลยก็ยังได้ ใครสนใจมาเยือนไร่สวัสดิ์สุขแห่งนี้สามารถติดต่อมาก่อนได้ที่โทร.08 9605 4388 หรือเฟซบุค : ส้มโอทับทิมสยามไร่สวัสดิ์สุข
ใครได้ชิมส้มโอทับทิมสยามเป็นต้องติดใจ
นี่เฉพาะแค่จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจสำหรับกลุ่มไมซ์ของจังหวัดสงขลาที่จะนำเสนอในโอกาสต่อไป ขอให้ติดตามรับชม
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...