xs
xsm
sm
md
lg

กำเงิน 1,000 เดียว “ชิมช้อปใช้” 2 วัน 1 คืนที่ “อัมพวา”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
ตลาดน้ำอัมพวา
หลายคนคงทราบข่าวนี้กันแล้ว เรื่องโครงการ “ชิมช้อปใช้” ที่รัฐบาลจะแจกเงินคนละ 1,000 บาท (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้แล้ว) ไว้ใช้จ่ายในการท่องเที่ยวข้ามจังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเรื่องการท่องเที่ยวกันมาบ้างแล้ว ครั้งนี้เราจึงขอพาทุกคนมาเที่ยวที่ “อัมพวา” จ.สมุทรสงคราม อำเภอน่าเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ที่ทั้งเดินทางสะดวก ค่าครองชีพไม่สูง เพราะสามารถกำเงินมาคนละ 1,000 บาท ก็กินอิ่มนอนหลับสบายแล้ว
มุมมหาชนที่ตลาดน้ำอัมพวา
“อัมพวา” เป็นหนึ่งในสามอำเภอของ จ.สมุทรสงคราม จังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ด้วยความที่มีพื้นที่ขนาดเล็กทำให้การสัญจรไปมาภายในจังหวัดไม่อยากนัก อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ทำให้เดินทางมาท่องเที่ยวได้สะดวก แม้ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวมาเองก็สามารถมาได้
รถไฟสายบ้านแหลม-แม่กลอง
โดยในเรื่องการเดินทางมานั้นสามารถมาได้ทั้งทางรถไฟและทางรถตู้โดยสารประจำทาง ซึ่งแต่ละรูปแบบการเดินทางก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป อย่างถ้าเลือกเดินทางมาด้วย “รถไฟ” ก็จะประหยัดงบกว่ามากเรียกว่าแทบจะไม่มีค่าใช้จ่ายเลยก็ว่าได้ เริ่มจากขึ้นรถไฟสายแม่กลองที่สถานีวงเวียนใหญ่ไปลงที่สถานีมหาชัย (รถไฟฟรี) รอบแรกจะออกจากสถานีวงเวียนใหญ่ 05.30 น. และไปถึงสถานีมหาชัย 06.23 น.

และจากสถานีมหาชัยจะต้องเดินไปขึ้นเรือข้ามฟากจากท่าเรือมหาชัยมายังท่าเรือท่าฉลอม (ค่าโดยสาร 3 บาท) และจึงเดินต่อไปที่สถานีบ้านแหลมเพื่อต่อรถไฟไปที่สถานีแม่กลอง (รถไฟฟรี) รอบแรกจะออกจากสถานีบ้านแหลม 07.30 น. และไปถึงสถานีแม่กลอง 08.30 น.
ตลาดร่มหุบ
การเดินทางมาด้วยรถไฟถึงแม้จะประหยัดกว่าแต่ก็ใช้เวลารวมแล้วกว่า 2 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งหากมาด้วยรถตู้โดยสารประจำทางขึ้นจากสถานีขนส่งสายใต้ (หมอชิต) ,สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (บรมราชชนนี) และสถานีขนส่งสายใต้เก่า (ปิ่นเกล้า) จะรวดเร็วกว่าเพียงแค่ 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นก็ถึงแม่กลองแล้ว (หรือจะนั่งยาวไปถึงอัมพวาเลยก็ได้) ค่ารถอยู่ที่ 70-90 บาท แต่อาจจะไม่ได้สัมผัสความสวยงามข้างทางและมีค่าใช้จ่ายมากกว่านั่นเอง

และเมื่อมาถึง “แม่กลอง” ในยามเช้าแล้วก็ต้องพลาดไม่ได้ที่จะเยี่ยมชมตลาดเช้าของที่นี่ ซึ่งไฮไลต์เด็ดอันซีนไทยแลนด์ก็คือ “ตลาดร่มหุบ” นั่นเอง ซึ่งหากเราเลือกที่จะเดินทางมาด้วยรถไฟเราก็จะได้ภาพอีกมุมมองหนึ่งที่จะเห็นร่มของร้านค้าค่อยๆ หุบจากบนรถไฟ แต่ถ้ามาด้วยรถตู้เราก็จะได้รูปรถไฟค่อยๆ วิ่งเข้าชานชาลา สวยงามคนละแบบ
ของฝากหลากหลายริมทางรถไฟ
แน่นอนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง รอบๆ ตลาดแม่กลองนี่ก็จะมีร้านอร่อยหรือของกินเล่นเปิดอยู่มากมาย ซึ่งราคาก็จะเริ่มที่ 3 บาทเท่านั้น อย่างเช่น หมูปิ้งเตาถ่านร้อนๆ ไม้ละ 3 บาท ก๋วยจั๊บชามละ 14 บาท บะหมี่เกี๊ยวร้านก๋องเม้งจั้น ชามละ 40-50 บาท เกาเหลากรุงไทย ชามละ 40-50 บาท ฯลฯ
ร้านก๋วยจั๊บ 14 บาท
ลูกชิ้นทอดเริ่มที่ไม้ละ 5 บาท
หลวงพ่อบ้านแหลม
ท้องอิ่มแล้วขอพาเดินเท้าต่อเพื่อมากราบสักการะ “หลวงพ่อบ้านแหลม” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่กลองกันที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จากนั้นเดินกลับมาที่ตลาดแม่กลองอีกครั้งเพื่อขึ้นรถสองแถว (ค่าโดยสารคนละ 8 บาท) มาลงที่อัมพวา รถสองแถวจะจอดที่หน้าทางเข้าตลาดน้ำอัมพวาเลย ซึ่งหากนั่งรถตู้มาจากกรุงเทพฯ แล้วเลือกมาลงที่อัมพวาเลยก็จะมาจอดที่จุดนี้เช่นกัน
บ้านสีสรรอัมพวา
มาถึงอัมพวาแล้วแนะนำว่าให้เช็คอินเข้าที่พักก่อน จะได้เดินทางออกไปเที่ยวที่อื่นต่อสะดวกยิ่งขึ้น โดยที่พักมีให้เลือกหลายเรทราคา มีทั้งแบบโฮมสเตย์ริมน้ำขนานแท้ โรงแรม วิลล่า ซึ่งหากจะเลือกให้เหมาะกับสายแบ็คแพ็คก็ต้องเลือกพักแบบโฮมสเตย์ริมน้ำ เพราะราคาประหยัด แถมยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอย่างตลาดน้ำอัมพวาอีกด้วย

อย่าง “อภิญญาเกสท์เฮ้าส์” ราคาห้องพักแบบห้องพัดลมจะเริ่มต้นคืนละ 400 บาท นอนได้สองคน และห้องแอร์ราคาเริ่มต้นคืนละ 700 บาท นอนได้สองคนเช่นกัน และในละแวกใกล้เคียงก็ยังมีห้องพักอีกมากมายหลายราคา เช่น “สีสรรอัมพวา” ที่ราคาห้องแอร์จะเริ่มต้นที่คืนละ 1,200 บาท นอนได้สองคน เมื่อหารกับเพื่อนแล้วก็จะตกคนละ 600 บาทเท่านั้น
ภายในอุโบสถวัดอัมพวันเจติยาราม
บางที่พักอาจจะมีจักรยานให้ยืมปั่นเที่ยวรอบๆ ได้ หรือหากไม่มีก็สามารถเดินเท้าไปเที่ยวได้เช่นกัน เพราะแค่เพียงรัศมีโดยรอบตลาดน้ำก็มีแหล่งท่องเที่ยวให้เยี่ยมชมจนหมดวันแล้ว เริ่มที่จุดแรกคือ “วัดอัมพวันเจติยาราม” (ต.อัมพวา) วัดนี้มีความน่าสนใจตรงที่ภายในอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังส่วนหนึ่งที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงมือวาดด้วยพระองค์เองด้วย
อุทยาน ร.๒
ใกล้กับวัดอัมพวันฯ ก็คือ “อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “อุทยาน ร.๒” ภายในเป็นแหล่งรวมวิทยาการและศูนย์กลางการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทยในรัชสมัย ร.๒ และมีอาคารทรงไทยที่จัดเป็นพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด นอกจากนั้นยังมีต้นไม้นานาพันธุ์ ทำให้มีความร่มรื่นเขียวชอุ่ม ในยามเย็นจึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลังกายของประชาชนในละแวกใกล้เคียงอีกด้วย
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา
หากเดินเล่นภายในอุทยานจนท้องเริ่มหิวแล้ว แนะนำให้เดินทะลุด้านข้างของอุทยานกลับมาที่ “ตลาดน้ำอัมพวา” เพื่อตะลุยกินชิมช้อปของอร่อยนานาชนิด ทั้งอาหารทะเล ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ของกินมากมายถูกใจสายกินแน่นอน
ซีฟู้ดสดๆ ในตลาดน้ำ
เรือท่องเที่ยว
และเมื่อมาถึงตลาดน้ำแล้วก็ต้องห้ามพลาดลงเรือท่องเที่ยวไปชมธรรมชาติรอบเกาะ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. (คนละ 50 บาท) หรือถ้าใครสนใจอยากจะลงเรือไปไหว้พระก็มีเช่นกัน โดยจะมีทั้งแบบไหว้พระ 5 วัด ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. (คนละ 50 บาท) และสุดท้ายคือการนั่งเรือชมหิ่งห้อยในตอนกลางคืน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. (คนละ 60 บาท) เสร็จจากกลับมาจากนั่งเรือชมหิ่งห้อยหากใครหิวก็ยังสามารถเดินเล่นที่ตลาดน้ำอัมพวาได้อีกรอบหนึ่งอีกด้วย
ตักบาตรพระพายเรือที่บ้านโฮมสเตย์
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนกลับสามารถตักบาตรพระพายเรือที่ริมน้ำหน้าที่พักได้เลย รวมถึงยังฝากท้องมื้อเช้าไว้ที่ที่พักได้อีกด้วย หรือถ้าใครยังไม่อิ่มที่อัมพวายังมีคาเฟ่อาหารและเครื่องดื่มชวนนั่งอีกด้วย ซึ่งแต่ละร้านจะอยู่รอบๆ ตลาดน้ำ ราคาอาหารและเครื่องดื่มแต่ละอย่างจะอยู่ที่ประมาณ 30-150 บาท เมื่อท้องอิ่มแล้วใครเลือกกลับด้วยรถตู้ก็สามารถขึ้นรถได้เลยที่หน้าทางเข้าตลาดน้ำอัมพวาจุดเดิม หรือใครจะเลือกกลับด้วยรถไฟอย่าลืมเช็คตารางเวลารถไฟก่อนกลับดีๆ จะได้ไม่เสียเที่ยวกัน
ร้านคาเฟ่ชวนนั่งในตลาดน้ำ
สรุปรวมค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ของเส้นทางการท่องเที่ยวนี้โดยเลือกการเดินทางไป-กลับด้วยรถตู้จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าเดินทางไป-กลับคนละ 140 บาท, ค่ารถสองแถวมาที่อัมพวาคนละ 8 บาท, ค่าที่พัก 1 คืนแบบห้องแอร์คนละ 350 บาท, ค่านั่งเรือไหว้พระ 5 วัดและนั่งเรือชมหิ่งห้อยคนละ 110 บาท รวมแล้วคร่าวๆ 608 บาท ส่วนเรื่องอาหารการกินใครกินเยอะกินน้อยก็บวกตามกำลังกินของตัวเอง แต่หากใครกินน้อยก็สามารถนำเงินส่วนที่เหลือไปเพิ่มราคาห้องพักให้สวยงามยิ่งขึ้นได้

และนี่คือ “อัมพวา” กับเส้นทางท่องเที่ยวแนะนำ ที่สามารถพกเงิน 1,000 บาท มากินเที่ยวพักครบจบแบบฟินๆ ได้แบบน่าประทับใจ
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...