xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวดี! “ศรีลังกา” ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ชวนคนไทยทัวร์บุญ-ไหว้ “พระเขี้ยวแก้ว” รับบุญกุศลสูงล้น

เผยแพร่:   โดย: ปิ่น บุตรี

โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

Facebook Travel Unlimited / เที่ยวถึงไหนถึงกัน
ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการสักการะ พระเขี้ยวแก้ว ที่ศรีลังกา
สายเที่ยวมีเฮอีกครั้ง ศรีลังกาประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศไทยและกว่า 40 ประเทศ ตั้งแต่วันนี้-31 ม.ค. 63 พร้อมชูแคมเปญ So Srilanka กระตุ้นท่องเที่ยวครั้งใหญ่ ชวนคนไทยท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา-มรดกโลก นำโดยไฮไลท์ ไหว้พระเขี้ยวแก้ว รับบุญกุศลสูงล้นที่เมืองแคนดี้ และ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ 2 แห่งสมัยพุทธกาล ที่นครศักดิ์สิทธิ์แห่งอนุราธปุระ

ยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่า

ประเทศศรีลังกาเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยว ประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวให้กับนักเดินทางกว่า 40 ประเทศจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยเบื้องต้นได้เริ่มทดลองแผนยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นไปตามประกาศของ Department of Immigration and Emigration Sri Lanka
โคลัมโบ เมืองหลวงของศรีลังกา
ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนขอวีซ่าท่องเที่ยวออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ eta.gov.lk พร้อมแนบหลักฐานประกอบการขอวีซ่า อาทิ พาสปอร์ตที่มีอายุเหลือเกิน 6 เดือน, หลักฐานทางการเงิน, เอกสารการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และเอกสารการจองที่พัก เป็นต้น

เมื่อวีซ่าได้รับการอนุมัติแล้ว ก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยมีระยะเวลาพำนักในศรีลังกาได้ไม่เกิน 30 วัน

ศรีลังกากับศาสนาพุทธ

ศรีลังกา (สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา) เป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย (ห่างจากอินเดียประมาณ 80 กม.) มีเนื้อที่ 65,610 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 8 เท่า

ศรีลังกาเป็นหนึ่งในประเทศที่แนบแน่นในวิถีแห่งพระพุทธศาสนานิกาย “เถรวาท” เช่นเดียวกับประเทศไทย ศาสนาพุทธได้เข้าไปเผยแผ่ในศรีลังกาเมื่อกว่า 2 พันปีที่แล้ว โดยมีตำนานเล่าขานว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จไปที่ศรีลังกา 3 ครั้งด้วยกัน
วิถีแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา (วัดกัลยาณี)
ความที่ศรีลังกาเป็นประเทศที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทเช่นเดียวกับไทย ทำให้ไทยกับศรีลังกามีมิตรไมตรีความสัมพันธ์กันมาช้านาน โดยเฉพาะกับเหตุการณ์สำคัญในปี พ.ศ. 2293 สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา สยามประเทศได้ส่งพระสมณทูตจากไทยจำนวน 10 รูป ไปช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกา (ลังกาทวีป) หลังลังกาถูกชาติตะวันตกเข้ามายึดครองและทำพระพุทธศาสนาตกต่ำ

การส่งพระสมณทูตไทยไปครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดนิกาย “สยามวงศ์” หรือ “ลังกาวงศ์” ขึ้น ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 นิกายที่ถือกำเนิดในยุคนั้น และได้ลงรากหยั่งลึกเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวศรีลังกันมาจนถึงทุกวันนี้ (อีก 2 นิกายคือ อมรปุรนิกาย-พม่า และ รามัญนิกาย-มอญ)

So Srilanka
พระราชวังลอยฟ้า สิกิริยา หนึ่งในมรดกโลกเลื่องชื่อของศรีลังกา
ปัจจุบันศรีลังกานอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในเชิงพุทธศาสนา โบราณสถาน และศิลปวัฒนธรรมแล้ว ก็ยังมีแหล่งธรรมชาติ ป่าเขา ท้องทะเล ซาฟารี และความเป็น “ประเทศแห่งชา” ที่มีชื่อเสียงลือลั่นไปทั่วโลก รวมถึงมีแหล่งมรดกโลกอยู่ 7 แห่งด้วยกัน

ด้วยศักยภาพอันโดดเด่นทางการท่องเที่ยว ทำให้ศรีลังกาได้รับเลือกให้เป็นประเทศที่น่าเที่ยวที่สุดแห่งปีจาก “Lonely Planet” เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา

แต่อนิจจา...เหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ในกรุงโคลัมโบ เมืองหลวง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา นอกจากมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของศรีลังกาอย่างหนัก
วัดถ้ำดัมบูลลา อีกหนึ่งมรดกโลกอันโดดเด่นของศรีลังกา
อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนเมื่อรัฐบาลศรีลังกาสามารถจัดการกับปัญหาวิกฤติต่าง ๆ จนประเทศกลับสู่สภาวะปกติ ศรีลังกาก็ชูเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ เพื่อที่จะดึงนักท่องเที่ยวที่หายไปให้กลับมาเที่ยวศรีลังกาให้เร็วที่สุด โดยทางรัฐบาลศรีลังกาได้ชูแคมเปญ “So Srilanka” เพื่อนำเสนอแง่มุม แง่งามต่าง ๆ ของศรีลังกาให้ชาวโลกรับรู้ ด้วยหวังว่าพวกเขาจะเดินทางเข้ามาเที่ยวในศรีลังกากันเป็นจำนวนมากอีกครั้ง

ยกระดับท่องเที่ยวไทย-ศรีลังกา

หนึ่งในประเทศที่ศรีลังกาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการชวนคนให้กลับมาเที่ยวประเทศของตนนั้นก็คือ “ประเทศไทย” โดยเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา
ทางสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในการพัฒนาและยกระดับทางการท่องเที่ยวระหว่างไทย-ศรีลังกาให้มากยิ่งขึ้น
กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ศรีลังกา
ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิค ททท. กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่าง ททท. และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา จะเป็นการทำงานบูรณาการซึ่งกันและกัน โดยจะมุ่งเน้นร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างผู้เข้าร่วมทั้งสองฝ่ายให้มีประสิทธิภาพ มีความชัดเจน และตระหนักถึงประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ รวมทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น และสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต เพื่อทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของผู้ทั้งสองประเทศ มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา (ที่ 2 จากขวา) กับพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ไทย-ศรีลังกา
ด้าน อำนาจชัย มานะเลิศ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรัทธาทัวร์ จำกัด ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เอเชียใต้ อินเดีย ศรีลังกา เปิดเผยว่า สิ่งที่รัฐบาลศรีลังกาต้องทำอย่างเร่งด่วนในการเรียกนักท่องเที่ยวกลับมา นอกจากการเรียกความเชื่อมั่นความปลอดภัยแล้ว ยังต้องมีสิ่งดึงดูดใจให้กับนักท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่น การลดราคาต่าง ๆ ลงให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน โรงแรม สถานบริการ ทัวร์ และธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ เมื่อมีของดีราคาถูกเป็นแรงจูงใจ บวกกับความเชื่อมัน นักท่องเที่ยวก็จะเริ่มกลับมา

ชวนคนไทยทัวร์ธรรมะ-ลุ้นฟรีวีซ่า

สำหรับหลักใหญ่ใจความสำคัญของการร่วมมือทางการท่องเที่ยวระหว่างไทย-ศรีลังกาในครั้งนี้ก็คือ การพูดเรื่องการยกเลิกวีซ่า หรือ ฟรีวีซ่า ซึ่งทั้ง 2 ประเทศต่างก็รับหลักการและจะนำเรื่องไปพิจารณาโดยเร็ว
สีสันกรุงโคลัมโบ ยามราตรี
นอกจากนี้ทางสำนักงานการท่องเที่ยวศรีลังกา ยังได้ชูเส้นทางท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา หรือ ทัวร์ธรรมะ ทัวร์บุญ (Sri Lanka Buddhist Trail) ควบคู่ไปกับแหล่งมรดกโลกอันน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา-มรดกโลก นั้นก็อย่างเช่น

-กรุงโคลัมโบ (Colombo) เมืองหลวงศรีลังกา ที่เป็นศูนย์กลางในการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับเมืองต่าง ๆ ซึ่งผู้มาเยือนโคลัมโบนั้นก็ไม่ควรพลาด “วัดกัลยาณี” หนึ่งในวัดที่ชาวศรีลังกานับถือมากที่สุด
กัลยาณีย์เจดีย์ วัดกัลยาณี
-วัดกัลยาณี (Kelaniya) วัดเก่าแก่อายุกว่าสองพันปีที่มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเยือน (ครั้งที่ 2) โดยทรงประทับนั่งบนบัลลังก์แสดงธรรม ซึ่งปัจจุบันได้สร้าง “กัลยาณีย์เจดีย์” เป็นเจดีย์ทรงลอมฟางครอบบัลลังก์นั้นเอาไว้

-วัดถ้ำดัมบูลลา (Dambulla) มรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งคนโบราณได้เจาะ สลักภูเขาหินขนาดใหญ่ ให้กลายเป็นถ้ำและสร้างวัดขึ้นภายในนั้น ถือเป็นพลังแห่งศรัทธาที่ผสานกับพลังแห่งศรัทธาอันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยวัดถ้ำแห่งนี้มีทั้งหมด 5 ห้อง (โถงถ้ำ) ภายในมีการสลักหิน สร้างเจดีย์ พระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ไว้ให้สักการะกันเป็นจำนวนมาก
รูปสลักพระพุทธรูปที่วัดถ้ำดัมบูลลา
-“พระราชวังลอยฟ้า สิกิริยา” (Sigiriya) อีกหนึ่งแหล่งมรดกโลกอันน่าตื่นตาตื่นใจของศรีลังกา กับแท่งก้อนหินขนาดยักษ์ ซึ่งสร้างเป็นทั้งป้อมปราการ และปราสาทพระราชวังในคราวเดียวกัน

ก้อนหินยักษ์ก้อนนี้ถูกรังสรรค์ให้เป็นรูปสิงโต ปัจจุบันพังทลายลงเหลือแค่เท้าสิงโตยักษ์ 2 ข้าง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดกว่า 2,000 ขั้น ไต่เลาะหน้าผาอันสูงชันขึ้นไปชมสิ่งน่าสนใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพเขียนสีโบราณอายุกว่าพันปีใต้เพิงผา (Lion Rock) ฝีมือการสร้างสรรค์ของชาวสิงหล รอยอดีตอันรุ่งโรจน์ของ (ซาก) ป้อมปราการ ปราสาท พระราชวัง รวมถึงสามารถชมวิวทิวทัศน์อันงดงามบนยอดก้อนหินได้รอบทิศ 360 องศา
ทางเดินขึ้นบันไดผ่านเท้าสิงโตสู่ พระราชวังลอยฟ้า สิกิริยา
-“ต้นพระศรีมหาโพธิ์” แห่งนครศักดิ์สิทธิ์ เมืองอนุราธปุระ เมืองมรดกโลก หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของศรีลังกา กับต้นโพธิ์เก่าแก่อายุกว่า 2,300 ปี หน่อเนื้อเดียวกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ แห่งพุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประทับและตรัสรู้ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ก่อนที่จะนำหน่อไปปลูกที่เมืองอนุราธปุระ จนเจริญเติบโจแผ่สยายกิ่งก้านสาขาไปมากมาย
อาคารประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว
-“วัดพระเขี้ยวแก้ว” (Tooth Relic) แห่งเมืองแคนดี้ (Kandy) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของศรีลังกา เพราะเป็นวัดที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า

เชื่อกันว่าบนโลกมนุษย์มีพระเขี้ยวแก้วประดิษฐานอยู่เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนซ้าย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และ พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างขวา ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา ส่วนพระเขี้ยวแก้วอีก 2 องค์ที่เหลือ คือ พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวา เชื่อว่าประดิษฐานอยู่ ณ พระจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และ พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างซ้าย เชื่อว่าประดิษฐานอยู่ที่เมืองบาดาลของพญานาค
พุทธศาสนิกชนจุดเทียนบูชาพระเขี้ยวแก้ว
ด้วยความสำคัญยิ่งของพระเขี้ยวแก้ว ทำให้วัดพระเขี้ยวแก้ว ได้รับการตัดเลือกให้เป็นมรดกโลก ซึ่งจะเปิดให้ผู้คนเข้าสักการะในช่วง 6 โมงเช้า และ 6 โมงเย็น ของทุกวัน (ผู้เข้าสักการะควรแต่งชุดขาว) โดยทุก ๆ วันจะมีผู้คนทั้งชาวศรีลังกา และจากต่างถิ่นเดินทางมาสักการะพระเขี้ยวแก้ว และทำพิธีต่าง ๆ ตามความเชื่อกันอย่างเนื่องแน่น ซึ่งเชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาสักการะพระเขี้ยวแก้วนั้นจะได้รับบุญกุศลอานิสงส์สูงล้นยิ่ง

นั่นจึงทำให้ในแต่ละวันจึงมีภาพแห่งมหาศรัทธาที่วัดพระเขี้ยวแก้วกันอย่างอิ่มเอิบใจ

ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตกับการสักการะพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งนี่คือหนึ่งในมงคลสูงสุดสำหรับผู้ไปเยือนศรีลังกา อีกหนึ่งดินแดนอันทรงเสน่ห์และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ชาวศรีลังกาและนักท่องเที่ยวมาสักการะพระเขี้ยวแก้ว
....................................................................................................

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...