xs
xsm
sm
md
lg

ลัดเลาะเส้นทาง R3A โอกาสของการท่องเที่ยวไทย-จีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
ด่านบ่อเต็น สปป.ลาว
“เชียงราย” เป็นจังหวัดทางตอนเหนือสุดของประเทศไทยที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึง 2 ประเทศ คือ พม่า และลาว และยังอยู่ใกล้กับเมืองสิบสองปันนาของประเทศจีน การเดินทางก็ทำได้สะดวกเพราะมีแม่น้ำโขงที่เชื่อมโยงกันในหลายๆ ประเทศ รวมไปถึงมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว/ไทย-พม่า ทำให้เชียงรายจึงเป็นดังเมืองการค้าเชื่อมโยงชายแดนที่มีความสำคัญยิ่ง และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนถึง 3 เขตอำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน และอำเภอเชียงของ

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชื่อมต่อระหว่าง บ้านดอนมหาวัน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับบ้านดอน เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เปิดใช้เมื่อปี 2556 เป็นการเชื่อมต่อกับเส้นทาง R3A ที่เชื่อมต่อระหว่างจีน ลาว และไทย เพื่อให้การคมนาคมระหว่างประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่เริ่มต้นขึ้นแล้วอีกด้วย
ด่านบ่อหาน ประตูสู่ประเทศจีน
เส้นทางดังกล่าวถูกใช้เป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าเศรษฐกิจจากจีนมาไทยและจากไทยไปจีน จนเกิดการขยายตัวทางการค้าภายในภูมิภาค ต่อมามีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเพื่อท่องเที่ยวแบบคาราวาน โดยขับรถยนต์เชื่อมโยงเริ่มต้นมาจากคุนหมิงสู่ไทยเพื่อเข้ามายังจังหวัดเชียงราย

ต่อมาเส้นทางหมายเลข R3A ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มคาราวาน ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายจำนวนนักท่องเที่ยว จึงได้มอบหมายให้ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงพื้นที่ในเส้นทางดังกล่าวเพื่อศึกษา สำรวจ และเก็บข้อมูล จากเชียงราย-คุนหมิง
คณะผู้ร่วมเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเส้นทาง R3A
ผศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทาง R3a ไทย-สปป.ลาว-จีน กล่าวว่า โครงการฯ จะเก็บข้อมูล รวมทั้งสำรวจแหล่งท่องเที่ยว จุดที่กำลังพัฒนา รายละเอียดเรื่องสถานที่พัก อาหาร เส้นทาง ฯลฯ บนเส้นทาง R3a รวมทั้งรายละเอียดข้อหารือต่างๆ นำไปสรุปและจัดส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณาและพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อทุกประเทศที่อยู่บนถนนสายนี้ทั้งด้านที่พัก และอาหาร

โดยการท่องเที่ยวคาราวานในเส้นทางนี้จากเชียงราย-คุนหมิง เริ่มจากเชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-บ่อหาน-เมืองหล้า-เชียงรุ่ง-คุนหมิง รวมระยะทางประมาณ 1,100 กิโลเมตร

จากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ในมณฑลยูนนานมีที่มาจากการเปิดใช้เส้นทาง R3A โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนยูนนานและจากมณฑลโดยรอบ นิยมขับรถยนต์รวมไปถึงรถบ้าน เดินทางผ่านเส้นทาง R3A โดยมีจุดเริ่มต้นที่คุนหมิง ผ่านสิบสองปันนา ลาว ถึงประเทศไทยที่ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย จากนั้นก็จะขับรถท่องเที่ยวในจังหวัดภาคเหนือของไทย และมีบางส่วนที่ขับรถต่อไปยังภาคอื่นๆ ของไทยอีกด้วย
วัดพระแก้ว วัดเก่าแก่ของ อ.เชียงของ
สำหรับแหล่งที่ท่องเที่ยวในอำเภอเชียงของที่สำคัญ อาทิ “วัดพระแก้ว” เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของอำเภอเชียงของ สร้างขึ้นราว พ.ศ.1240 ปัจจุบันมีอายุกว่า 1,300 ปี เดิมชื่อว่าวัดศรีบุญยืนต่อมาสมัยเจ้าอริยะสายเจ้าเมืองเชียงแสนได้มาปกครองเมืองเชียงของและได้ทำการบูรณะวัดครั้งใหญ่ ต่อมาชาวบ้านได้เรียกใหม่เป็นวัดพระแก้ว ตามที่ชาวบ้านเคยเรียกกันมาก่อน

จากคำบอกเล่าปากต่อปากตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ว่าครั้งหนึ่งพระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เคยประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้มาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ภายในวัดมีวิหารจำลองโบราณศิลปะล้านนาผสมไทยลื้อ พระเจดีย์วิหารโบราณ พระพุทธรูปปูนปั้นพระประธานปางมารวิชัย
วัดศรีดอนชัย อ.เชียงของ
อีกหนึ่งวัดที่มีความน่าสนใจของอำเชียงของก็คือ “วัดศรีดอนชัย” เดิมชื่อ "วัดตุงคำ" ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ "หลวงพ่อเพชร" ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเชียงของ และพระธาตุศรีเวียงดอนชัย และยังมีหลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ ปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองเหลือง เป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์มีชาวบ้านมากกราบสักการะขอพรกันเป็นจำนวนมาก
วัดป่าเชต์มหาราชฐาน
เมื่อเดินทางสู่สิบสองปันนามายัง “วัดป่าเชต์มหาราชฐาน” หรือ “วัดป่าเจ” ตั้งอยู่ในเขตปกครองพิเศษสิบสองปันนา เมืองเชียงรุ้ง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เป็นวัดของชาวไทลื้อที่เหลือเพียงแห่งเดียว ถือเป็นจุดศูนย์รวมชาวไทลื้อที่นับถือศาสนาพุทธมีอายุราว 800 ปี ในอดีตวัดแห่งนี้เคยเป็นวัดที่เจ้าปกครองสิบสองปันนาได้ใช้เป็นที่ไหว้พระและประกอบศาสนกิจ ภายในวัดมีวิหาร อุโบสถและกุฏิซึ่งเป็นที่จำวัดของพระสงค์ รวมไปถึงอาคารที่เป็นที่ตั้งของวิทยาลัยพุทธศาสนาของมณฑลยูนนานอีกด้วย
วัดของชาวไทลื้อที่เหลือเพียงแห่งเดียว ในสิบสองปันนา
ศิลปะของวัดแห่งนี้มีการผสมผสานระหว่างล้านนา พม่า และเขมร มีการประดับแผ่นดุนโลหะเงินที่มีลวดลายวิจิตรงดงาม จากช่างมากฝีมือชาวไทลื้อ ปัจจุบันมีชาวไทลื้อและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามานมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิภายในวัดอยู่ไม่ขาดสาย
โครงการ “9 จอม 12 เชียง”
อีกหนึ่งไฮไลต์เมื่อมาถึงที่สิบสองปันนาแล้ว จะต้องไม่พลาดมาชมความยิ่งใหญ่ของโครงการ “9 จอม 12 เชียง” หรือ “โครงการ 9 จอม 12 เจียง” เป็นโครงการสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ภายในประกอบด้วย “วัดเจดีย์ใหญ่” เขตนานาชาติ หกหมู่บ้าน และถนนหลักสองเส้น สำหรับวัดเจดีย์ใหญ่ จะเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของโครงการ
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...