xs
xsm
sm
md
lg

คิดถึงจัง “ลำปาง” เยือนเมืองเล็กมีเสน่ห์ บ้าน-วัดเก่าแก่ แช่น้ำร้อนสุดฟิน อินบรรยากาศแสนสบาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
ยามเช้าที่แจ้ซ้อน
“ลำปาง” จังหวัดทางภาคเหนือของไทย อยู่ไม่ไกลนักจากหัวเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ จะขับรถขึ้นมาจากกรุงเทพฯ ก็สะดวกสบาย นั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่แล้วขับรถต่อมาชั่วโมงกว่าๆ หรือจะเลือกนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินลำปางเลยก็ได้

เดินทางสะดวกสบายแบบนี้ ถามว่าลำปางมีอะไรให้เที่ยวบ้าง ต้องตอบเลยว่าจังหวัดเล็กๆ แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยศักยภาพางการท่องเที่ยว ทั้งวัดงาม ชุมชนน่ารัก ธรรมชาติอันมีมนต์เสน่ห์ รวมถึงของกินท้องถิ่นแสนอร่อย เป็นเมืองที่มีมนต์สะกดให้รู้สึกเหมือนกับว่าเวลาเดินช้าลง จนอยากจะอยู่เที่ยวนานๆ มาได้บ่อยๆ ครั้งไม่มีเบื่อ
สถานีรถไฟนครลำปาง
ประตูโค้งที่ห้องโถงชั้นล่าง
มาถึงเมืองลำปางเขลางค์นคร ขอมาเริ่มต้นกันที่ “สถานีรถไฟนครลำปาง” กันเป็นจุดแรก และเป็นอีกเส้นทางที่สามารถเดินทางมาถึงเมืองลำปางแห่งนี้ได้ ยามเช้าๆ ที่หน้าสถานียังไม่คึกคักมากนักแต่ก็มีร้านกวยจั๊บชื่อดังให้อิ่มอร่อยท้องเป็นมื้อเช้า ก่อนจะเริ่มออกตัวไปเที่ยวกันตลอดทั้งวัน

สถานีรถไฟนครลำปาง อยู่ในตัวเมืองลำปาง บรรยากาศเป็นแบบย้อนยุคด้วยตัวอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือกับยุโรป รั้วระเบียงอาคารชั้นบนและเหนือวงกบประตูและหน้าต่างเป็นไม้ฉลุลายสวยงาม ส่วนทางเข้าห้องโถงชั้นล่างซึ่งเป็นห้องจำหน่ายตั๋วและทางขึ้นชั้นบนเป็นประตูรูปโค้งขนาดใหญ่ งดงามและได้รับการดูแลอย่างดีจนได้รับการคัดเลือกให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ประจำปี พ.ศ. 2536
หัวจักรรถไฟโบราณ
ด้านหน้าสถานียังมีหัวรถจักรโบราณตั้งเด่นอยู่ที่เกาะกลางตรงทางเข้า โดยหน้าสถานีนี้ยังเป็นจุดจอดรถม้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของลำปางอีกด้วย โดยทางจังหวัดลำปางก็ได้จัดงานรำลึกประวัติศาสตร์รถไฟ รถม้าลำปาง ช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรถไฟรถม้าลำปาง ซึ่งเป็นพาหนะสำคัญที่ชาวลำปางใช้สัญจรตั้งแต่อดีต ตั้งแต่รถไฟสายเหนือจากกรุงเทพฯ มาสู่นครลำปาง เป็นขบวนแรก เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 ในสมัย ร.6
บ้านป่องนัก
อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ย้อนยุคของเมืองลำปางต้องยกให้ที่นี่ “บ้านป่องนัก” หรือ “พิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32” ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของค่ายสุรศักด์มนตรี ในตัวเมืองลำปาง เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.

บ้านป่องนักสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2468 โดยกรมยุทธการทหารบก และควบคุมการก่อสร้างโดยพันโทพระมหาณรงค์เรืองเดช ผู้บังคับกองทัพที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปกว่า 16,000 บาท เพื่อใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อคราวเสด็จเยือนมณฑลพายัพ ในปี พ.ศ.2469 ซึ่งต่อมาก็ถูกจัดให้เป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ เมื่อปี พ.ศ.2501 อีกด้วย
ชั้นล่างจัดแสดงอาวุธยุโธปกรณ์ต่างๆ
จัดแสดงห้องบรรทม
อนุสาวรีย์จอมพลและมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี
เหตุที่ได้ชื่อว่า “บ้านป่องนัก” ก็เนื่องจากที่นี่มีช่องหน้าต่างมาก คำว่า “ป่อง” หมายถึงหน้าต่าง ส่วน “นัก” แปลว่ามาก เป็นภาษาคำเมือง รวมๆ แล้วหมายถึงบ้านที่มีหน้าต่างมากนั่นเอง ซึ่งที่นี่มีหน้าต่างแบบเป็นเกล็ด 250 บาท มีช่องหน้าต่าง 469 ช่อง อยู่รอบๆ ตัวอาคาร สถาปัตยกรรมเป็นแบบยุโรปคลาสสิกผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทย เป็นอาคารไม้สัก 2 ชั้นยกพื้นเตี้ย มีหน้ามุข 5 เหลี่ยม หลังคาทรงปิรามิด

ปัจจุบัน ที่นี่เปิดให้เข้าชมได้ โดยชั้นล่างจัดแสดงอาวุธยุโธปกรณ์ชนิดต่างๆ และสิ่งของเครื่องใช้ของทหาร และเครื่องแต่งกายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีภาพบรรยากาศสมัยก่อนประดับให้ได้ชม ส่วนชั้นบนจัดเป็นห้องบรรทม ห้องสรง และมีข้าวของเครื่องใช้สมัยก่อนจัดแสดงอยู่ด้วย และที่ด้านหน้าบ้านป่องนักก็มีอนุสาวรีย์จอมพลและมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเป็นแม่ทัพสำคัญที่ยกพลไปปราบกบฏเงี้ยวในสมัย ร.5
วัดปงสนุก
พระพุทธรูปในวิหารพระเจ้าพันองค์
ภายในวิหารพระนอนวัดปงสนุก
อีกสถานที่สวยๆ ที่ชวนชมในตัวเมืองลำปางก็คือ “วัดปงสนุก” เป็นวัดเก่าแก่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาช้านาน เมื่อเดินเข้ามาภายในวัดจะได้พบกับงานพุทธศิลป์ที่ทรงคุณค่าและงดงามเป็นอย่างมาก มีวิหารพระเจ้าพันองค์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า สร้างด้วยไม้ ลักษณะเป็นวิหารโถงทรงจัตุรมุขที่มีรูปสถาปัตยกรรมที่งดงาม ตรงกลางประดิษฐานพระพุทธรูป 4 องค์ ที่พระพักตร์แต่ละองค์หันออกไปยังทิศทั้ง 4 รอบตัวพระวิหาร ประดับด้วยพระพิมพ์องค์เล็กจำนวน 1,080 องค์ จึงเป็นที่มาของชื่อ วิหารพระเจ้าพันองค์ และด้วยความสวยงามของวิหารหลังนี้ที่ได้รับการบุรณะและดูแลเป็นอย่างดี จึงทำให้ได้รับรางวัลจากยูเนสโกด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม (Award of Merit) ในปี พ.ศ. 2551 ส่วนด้านข้างวิหารพระเจ้าพันองค์ ยังเป็นที่ตั้งของพระธาตุศรีจอมไคล องค์สีทองเหลืองอร่าม และด้านหลังยังมีวิหารพระนอนให้ได้เข้าไปสักการะ
บ่อแช่เท้าบรรยากาศสบายๆ
เที่ยวในเมืองกันหลายที่แล้ว ก้ได้เวลาออกไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นกันที่นอกเมืองบ้าง คราวนี้เลือกเส้นทางไปยัง “อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน” อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ที่โด่งดังในเรื่องของน้ำพุร้อน และทัศนียภาพที่สวยงาม มีน้ำพุร้อนทั้งหมด 9 บ่อ ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ มีลักษณะเป็นโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจาย และมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณราวกับสายหมอก สวยงามเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะในยามเช้าที่พระอาทิตย์สาดแสงแรกส่องผ่านไอน้ำดูงามราวกับภาพฝันเลยทีเดียว
รอต้มไข่ในบ่อ
ที่นี่มีทั้งบ่อแช่ตัวแบบบ่อรวมกลางแจ้ง บ่อแช่เท้าที่อยู่ริมลำธารบรรยากาศสุดชิล มีบ่อแช่แบบส่วนตัวเป็นหลังๆ ที่สร้างได้งดงามกลมกลืนกับพื้นที่ น้ำอุ่นสบายกำลังดี แล้วก็ยังมีบ่อต้มไข่ให้ได้สนุกสนานและเอร็ดอร่อยไปกับไข่ต้มน้ำพุร้อน โดยน้ำพุร้อนจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 73 องศาเซลเซียส ถ้านำไข่ไก่ลงแช่นาน 17 นาทีก็จะได้ไข่ออนเซนที่ไข่แดงสุกกลมส่วนไข่ขาวจะยังเหลวกลืนคล่องคอ จะกินเปล่าๆ หรือเพิ่มรสชาติเหยาะซีอิ้วพริกไทยนิดหน่อยแบบไหนก็อร่อยทั้งนั้น และอีกเมนูเด็ดดังก็ต้องนำมาทำยำไข่น้ำแร่แจ้ซ้อน ใส่หอมแดง พริกขี้หนู น้ำปลานิด มะนาวอีกหน่อย กินอร่อยเพลินสุดๆ

ใครเดินเล่นแถวๆ บ่อน้ำร้อนจนเบื่อแล้ว ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนก็ยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ให้เข้าไปชมน้ำตกเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กันอย่าง “น้ำตกแจ้ซ้อน” เดินสบายๆ ขึ้นไปชมน้ำตกทั้ง 6 ชั้น เสร็จแล้วค่อยลงมาแช่เท้าในบ่อน้ำร้อนที่อุ่นกำลังดีก็สบายไม่น้อย
จุดชมวิวลานดอกเสี้ยวบ้านป่าเหมี้ยง
ดอกเสี้ยวผลิบานริมถนน
ดอกเสี้ยวแสนสวย
จากแจ้ซ้อนมีเส้นทางลัดเลาะขึ้นไปตามเขา แม้จะเล็กและแคบเพียงแค่พอรถยนต์สวนกัน แต่ก็ยังนับว่าเป็นเส้นทางที่ขับได้สะดวก ขึ้นไปด้านบนจะมี “จุดชมวิวลานดอกเสี้ยวบ้านป่าเหมี้ยง” ซึ่งเป็นจุดที่มีดอกเสี้ยวขึ้นอยู่หนาแน่น ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาแห่งการไปชมดอกเสี้ยวสีขาวอมชมพูผลิบานขาวโพลนไปทั่วทั้งภูเขา แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ สดชื่น ชมได้ทั้งในหมู่บ้านและบริเวณริมถนน

ดอกเสี้ยวป่า เป็นดอกไม้พื้นเมือง ลักษณะดอกจะมีสีขาว มี 5 กลีบ มีแต้มสีชมพูที่กลีบใหญ่ ขึ้นบนภูเขาที่มีระดับความสูง 1,000 เมตรขึ้นไป มีขึ้นมากที่สุดที่ บ้านป่าเหมี้ยง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง ซึ่งในทุกปีจะมีเทศกาลดอกเสี้ยวบานให้ไปชมความงดงามของดอกไม้สวยๆ ในบรรยากาศสบายๆ
บรรยากาศในบ้านป่าเหมี้ยง
สตรีทอาร์ตน่ารักๆ
พูดถึง “บ้านป่าเหมี้ยง” ที่นี่ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะเวียนมาเยือน ชุมชนน่ารักแห่งนี้อยู่บนดอยสูงของเทือกเขาผีปันน้ำ มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และเงียบสงบเหมาะกับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง ชื่อของบ้านป่าเหมี้ยงมาจาก “ต้นเหมี้ยง” (เมี่ยง) หรือก็คือต้นชา ซึ่งคนที่นี่นิยมเก็บใบอ่อนของต้นชาแล้วนำไปหมักเพื่อให้มีรสเปรี้ยว กลายเป็นของกินเล่นของชาวชาวเหนือ ลักษณะคล้ายกับการกินหมาก

ถนนเส้นเล็กๆ ในหมูบ้าน สามารถเดินลัดเลาะไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านบ้านหลังเล็กของชาวบ้าน ผ่านวัด สะพาน ต้นไม้น้อยใหญ่ มีงานสตรีทอาร์ตเล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน บรรยากาศทั้งสงบและสบาย ใครที่ติดใจความเงียบแบบนี้ ที่นี่ก็มีโฮมสเตย์ของชาวบ้านให้แวะพัก ได้ดื่มด่ำธรรมชาติและร่วมทำกิจกรรมในชุมชนที่บ้านป่าเหมี้ยง
จุดชมวิวกิ่วฝิ่น
รอยต่อสองจังหวัด
ไหนๆ ก็ขึ้นเขามาแล้ว ก็ต้องไปให้สุดเขตแดนเมืองลำปางกันเลย มาที่จุดชมวิวมุมสูง “กิ่วฝิ่น” ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างลำปางและเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,517 เมตร มองเห็นคลื่นภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา และยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกชั้นดีที่ความสวยงามไม่น้อย โดยในช่วงหน้าหนาวอากาศที่นี่ก็จะเย็นสดชื่นสุดๆ ไปเลย

มาเที่ยวที่ “ลำปาง” จะเป็นฤดูหนาวที่ลำปางหนาวมาก หรือเป็นฤดูร้อนที่ลำปางก็ร้อนมาก แต่ความมีเสน่ห์ในตัวเองของลำปางนั้นก็ตราตรึงใจ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวก็ไม่ทำให้ลำปางน่าเบื่อเลยสักครั้ง
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...