xs
xsm
sm
md
lg

“ปอยส่างลอง” จ.แม่ฮ่องสอน งานบวชเณรน้อยไทใหญ่ ทรงคุณค่าน่าประทับใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ปอยส่างลอง ประเพณีบวชอันงดงามทรงคุณค่าของชาวไทใหญ่
ถ้าพูดถึง “แม่ฮ่องสอน” เมืองที่อยู่ท่ามกลางขุน สิ่งที่ทุกคนต้องนึกถึงก็คือภูเขาน้อยใหญ่ที่โอบล้อมเมืองเล็กๆ แห่งนี้เอาไว้ ไม่เพียงแต่ธรรมชาติที่โอบล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้เท่านั้น วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่ ก็ดูอบอุ่น มีเอกลักษณ์ไม่แพ้สถานที่ใดเช่นกัน
ปอยส่างลอง ประเพณีที่เต็มไปด้วยสีสัน ความคึกคัก
นอกจากนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังเป็นถิ่นที่มี "ชาวไทใหญ่" อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวไทใหญ่ถือเป็นอีกหนึ่งชาติพันธุ์ในเมืองไทยที่มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันทรงเสน่ห์ งดงามเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ประเพณี "ปอยส่างลอง" ที่ยังคงความงดงามทรงคุณค่า และยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันทรงเสน่ห์สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
ส่างลองขึ้นขี่คอตะแป
ประเพณี “ปอยส่างลอง” ของชาวไทใหญ่ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ลักษณะคล้ายกับการบวชลูกแก้วของชาวล้านนา) เป็นประเพณีของที่นิยมจัดขึ้นในฤดูร้อน ช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี
ส่างลองแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า
“ปอยส่างลอง” หรือ “บวชลูกแก้ว”เป็นการบรรพชาสามเณรหมู่ หรือการบวชเณรหมู่ของชาวไทใหญ่

ปอยส่างลองเป็นภาษาไทใหญ่ คำว่า “ปอย” หมายถึง งาน “ส่าง” เพี้ยนมาจาก สางหรือขุนสาง หมายถึง พระพรหม หรืออีกความหมายหนึ่งมาจากคำว่าเจ้าส่าง ซึ่งหมายถึงสามเณร ส่วนคำว่า “ลอง” มาจาก “อลอง” หมายถึง หน่อกษัตริย์ หรือราชบุตร
ขั้นตอนการแต่งหน้าส่างลอง
สำหรับประเพณีปอยส่างลองนั้น โดยรวมแล้วหมายถึงการบวชเณรโดยเลียนแบบพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าตอนเป็นเจ้าชายสิทธัตถะก่อนออกผนวช

ดังนั้นการกระทำทุกอย่างในช่วงที่เป็นส่างลองก็จะเสมือนว่าเป็นการปฏิบัติต่อกษัตริย์ ตั้งแต่การแต่งกายที่แต่งตามแบบกษัตริย์พม่าโบราณ นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อมีชายเชิงงอนปักดิ้นไหม ประดับด้วยเพชรนิลจินดาทั้งสร้อย กำไล และแหวน ศีรษะสวมชฎายอดแหลมหรือโพกด้วยผ้าแพรและประดับด้วยดอกไม้
ส่างลองแต่งองค์เต็มยศ
ส่วนเวลาจะไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องเดินเอง เพราะจะมี “ตะแปส่างลอง” หรือ “ตะแป” เป็นพี่เลี้ยงส่วนตัวคอยดูแลให้ส่างลองขี่คอไม่ยอมให้เท้าแตะดิน อีกทั้งยังมีคนคอยกางร่ม หรือ “ทีคำ” หรือร่มทองคำกางกันแดดให้

สันนิษฐานว่านี่คงเป็นกุศโลบายเพื่อไม่ให้ส่างลองซึ่งยังเป็นเด็กน้อยซุกซนจนได้รับอันตรายก่อนที่จะได้บวช
สนุกสนานไปบนคอตะแป
ทั้งนี้ชาวไทใหญ่เชื่อกันว่าการบวชส่างลองนั้นมีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่กว่าการบวชพระ เพราะเด็กที่บวชนั้นมีจิตใจที่บริสุทธิ์

นอกจากนี้การบวชส่างลองยังถือเป็นการสนับสนุนบุตรหลานได้บรรพชาในพุทธศาสนา พ่อแม่จึงยอมเสียสละสิ่งของเงินทองเพื่อสนับสนุนให้บุตรหลานพบกับอริยทรัพย์ในพุทธศาสนา
ภายในขบวนแห่ครัวหลู่
สำหรับงานประเพณีปอยส่างลองที่จัดขึ้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน หากใครมีโอกาสเข้าร่วมงาน จะสัมผัสได้ถึงความรักและความชื่นใจของพ่อแม่และญาติพี่น้องของส่างลอง ผ่านทางการบรรจงตกแต่งใบหน้า เขียนคิ้วเขียนตา แต่งแต้มสีสันบนแก้มและปาก และช่วยกันแต่งตัวให้ส่างลองด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับต่างๆ ด้วยความตั้งใจ จนเด็กชายกลายเป็นกษัตริย์ตัวน้อยเตรียมบวชให้พ่อแม่เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์
ตั้งขบวนแห่เตรียมพร้อมแห่ครัวหลู่
อย่างไรก็ดีก่อนที่ส่างลองจะได้บรรพชาเป็นสามเณรนั้น จะต้องมีพิธีต่างๆ เพื่อเตรียมตัวก่อนบวช 3 วันด้วยกัน ได้แก่

วันแรกเป็น “วันรับส่างลอง” หรือ “วันรับส่าง” วันนี้จะมีพิธีการอาบน้ำเงิน อาบน้ำทอง แต่งหน้าแต่งตัวกันตั้งแต่เช้ามืด ก่อนที่ส่างลองทั้งหมดจะขึ้นขี่คอตะแปแห่ไปยังวัดเพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์และกราบคารวะขอขมาลาโทษศาลเจ้าเมือง รวมถึงต้องไปนมัสการพระผู้ใหญ่ในเมือง
ชาวบ้านออกลีลาหน้าขบวนแห่
นอกจากนี้ในวันแรกนี้ ส่างลองยังจะได้ไปเยี่ยมเยือนบ้านญาติเพื่อขอขมาลาโทษ ส่วนบ้านใดที่ส่างลองมาเยี่ยมก็จะถือว่าเป็นโชคเป็นบุญ จึงมีการเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารเครื่องดื่ม รวมทั้งมีการผูกข้อมือสู่ขวัญส่างลอง

วันที่สอง คือ “วันข่ามแขก” หรือ“วันรับแขก” หรือ “วันแห่ครัวหลู่” ในวันนี้จะมีพิธีสำคัญคือพิธีการแห่ครัวหลู่ หรือการแห่เครื่องไทยธรรมและอัฐบริขารต่างๆ โดยญาติพี่น้องและผู้ที่มีศรัทธาจะมาร่วมกันถือร่วมกันหามเครื่องไทยธรรมเดินนำหน้าขบวนส่างลอง
เครื่องดนตรีบรรเลงเพลงคึกครื้น
จากนั้นก็จะเป็นขบวนของส่างลอง เมื่อเข้าขบวนได้บรรดาตะแปต่างก็เดินโยกย้ายไปตามจังหวะดนตรีของกลองและฆ้องที่บรรเลงอย่างคึกคัก ส่างลองบางคนสนุกสนานยิ้มร่าเต้นตามจังหวะอยู่บนคอตะแป แต่บางคนก็หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความจุกเมื่อตะแปเขย่าตัวแรงเกินไป นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่สนุกสนานสุดๆ

หลังจากขบวนแห่เสร็จ ในตอนเย็นจะมีการทำพิธี และเลี้ยงอาหารส่างลองด้วยกับข้าว 12 อย่าง โดยพ่อแม่จะต้องป้อนข้าวและกับทั้ง 12 อย่างให้ครบ โดยเริ่มจากผู้เป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงจะเป็นพ่อ เมื่อทั้งพ่อและแม่ป้อนเสร็จแล้ว จากนั้นจึงให้ส่างลองกินข้าวเองจนอิ่ม
ส่างลองจะมีการแต่งหน้าอย่างสวยงาม
วันที่สาม วันสุดท้ายเป็น “วันข่ามส่าง” หรือ “วันหลู่” ซึ่งเป็นพิธีอันสำคัญก็คือการ "บรรพชาเป็นสามเณร" บรรดาส่างลองจะเปล่งวาจาขอบรรพชากับพระอุปัชฌาย์ ก่อนจะเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มจากชุดกษัตริย์มาเป็นจีวร สร้างความปลื้มปิติให้แก่พ่อแม่ และผู้ที่เข้ามาร่วมงานได้อิ่มบุญกันอย่างถ้วนหน้า

ถึงแม้ว่าการบวชส่างลองจะเป็นพิธีที่ให้อานิสงค์มาก แต่ค่าใช้จ่ายในการบวชปอยส่างลองนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำให้ครอบครัวคนยากจนที่มีลูกชาย แม้อยากบวชก็ไม่สามารถทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน ครอบครัวฐานะดีแต่ไม่มีลูกชายให้บวชก็มีเช่นกัน
หนึ่งในพิธีก่อนการเลี้ยงอาหารส่างลอง
ดังนั้นเพื่อเป็นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จึงเกิดมี “พ่อข่าม” “แม่ข่าม” หรือผู้ที่รับเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์ในการบวชให้แก่เด็กชายที่ไม่มีทุนทรัพย์แต่ต้องการบวชส่างลอง เรียกง่ายๆ ว่า ฝ่ายหนึ่งได้บวช ฝ่ายหนึ่งได้บุญมีความสุขอิ่มใจกันทั้งสองฝ่าย
ผูกข้อมือสู่ขวัญส่างลอง
เรียกได้ว่าประเพณี “ปอยส่างลอง” เป็นอีกหนึ่งงานประเพณีที่ไม่ได้หาชมกันได้ง่ายๆ เพราะใน 1 ปี จะมีช่วงการจัดงานเพียงแค่ช่วงระยะเลาหนึ่งในฤดูร้อน ในช่วงเทศกาลนี้ ตามพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนานเป็นอย่างมาก และก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอันธพาลงานบวชมาทำลายงานแต่อย่างใด เพราะนี่เป็นงานพระเพณีที่ทรงคุณค่า น่ารัก ที่ผู้เข้าร่วมงานต่างรู้สึกอิ่มเอมประทับใจไปตาม ๆ กัน
ส่างลองต่างสนุกสนาน
พระอุปัชฌาย์ช่วยเณรน้อยห่มจีวร
....................................................................................................

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager