xs
xsm
sm
md
lg

“ภูลมโล” ตระการตา“หุบเขาสีชมพู” แหล่งดูดอกนางพญาเสือโคร่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย/ปิ่น บุตรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ปิ่น บุตรี

โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

Facebook Travel Unlimited / เที่ยวถึงไหนถึงกัน
ภูลมโล หุบเขาสีชมพู แหล่งชมดอกนางพญาเสือโคร่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
โลกเปลี่ยน ธรรมชาติเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน

สถานที่มากมายล้วนเปลี่ยนแปลง เฉกเช่นเดียวกับ “ภูลมโล” ซึ่งจากอดีตพื้นที่สีแดงเมื่อกาลเวลาผันผ่าน ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น “หุบเขาสีชมพู”อันงดงามตระการตา ในฐานะแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

นับเป็นอีกหนึ่งของดีเมืองเลยที่บรรดาขาเที่ยวไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

รู้จักภูลมโล
ยอดภูลมโลยามแสงเรื่อเรืองแห่งวันใหม่จับขอบฟ้า
ภูลมโล ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก

ชื่อภูลมโลมีที่มา 2 ทางด้วยกัน คือ ทางชาวบ้านกกสะทอน(ทางฝั่งเลย) ให้ข้อมูลว่า ภูลมโล เป็นภาษาถิ่น หมายถึงภู(ยอดเขา)ที่มีลมพัดผ่านเยอะ พัดผ่านมาก โดยคำว่า“โล” ในภาษาถิ่น หมายถึง มาก หรือ เยอะ ซึ่งหากจะพูดรวมๆให้ฟังเข้าใจง่ายก็คือ “ภูลมโล เป็นภูที่มีลมแรงพัดผ่านอยู่ตลอด”(ทั้งปี)
ภูลมโลจากอดีตีพื้นที่สีแดงสู่หุบเขาสีชมพูอันตระการตา
ส่วนข้อมูลจากชาวม้งบ้านร่องกล้า(ทางฝั่งพิษณุโลก) บอกกับผมว่า ภูลมโล มาจากชื่อที่สมัยก่อนชาวบ้านเรียกเขาลูกนี้ว่า “ภูลงรู” หรือที่ภาษาม้งเรียกว่า“ตร๊งลงรู” อันหมายถึง ภูเขาที่มีน้ำไหลลงรู ก่อนที่ภายหลังจะเรียกเพี้ยนเป็น “ภูลมโล” ซึ่งที่มาของชื่อนี้มาจากการที่ภูเขาลูกนี้(เคย)มีตาน้ำไหลหายลงไปในรู ชาวบ้านเมื่อเดินป่ามาถึงก็จะใช้ประโยชน์จากตาน้ำแห่งนี้

“ภูลมโล” ตระการตา“หุบเขาสีชมพู”
เส้นทางเดินชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานที่ภูขี้เถ้าแห่งภูลมโล
ในอดีตยุคลัทธิคอมมิวนิสต์แพร่สะพัดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูลมโลจัดเป็นพื้นที่สีแดง(เช่นเดียวกับภูหินร่องกล้าและภูขี้เถ้าที่อยู่ติด ๆ กัน) ที่นี่เคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่มีความคิดต่าง

ต่อมาเมื่อเหตุการณ์สงบพื้นที่ภูลมโลถูกหักล้างถางพง ทำไร่เลื่อนลอยจนกลายเป็นเขาหัวโล้น ทำให้ทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า(ประกาศจัดตั้งในปี พ.ศ. 2527) ได้ทำการขอพื้นที่คืน โดยตกลงให้ผู้ที่หักล้างถางพงปลูกพืชไร่ควบคู่ไปกับต้นพญาเสือโคร่งในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนออกจากพื้นที่
ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย
หลังจากนั้นภูลมโลได้มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก เพื่อพื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมและให้เป็นแหล่งป่าต้นน้ำ ส่งผลให้ภูลมโลกลายเป็นแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย(ในปัจจุบัน) มีเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ มีต้นนางพญาเสือโคร่งมากมายนับหลายหมื่นต้น

สำหรับนางพญาเสือโคร่ง หรือพญาเสือโคร่ง เป็นไม้ในวงศ์เดียวกับต้นซากุระของประเทศญี่ปุ่น
ลวดลายต้นนางพญาเสือโคร่ง(ตัวเมีย)
พี่เน้ง “ณัฐวัฒน์ แซ่หว้า” ชาวม้งบ้านร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้(เคย)ไขข้อข้องใจระหว่าง นางพญาเสือโคร่ง กับ พญาเสือโคร่งว่า ต้นพญาเสือโคร่งเป็นพันธุ์ตัวผู้ ไม่มีดอก ส่วนนางพญาเสือโคร่งเป็นพันธุ์ตัวเมีย มีดอกสวยงาม ต้นไม้ทั้งคู่เป็นชนิดเดียวกัน

ส่วนที่ชาวบ้านเรียกว่าพญาหรือนางพญาเสือโคร่งก็เพราะที่ลำต้นของมันจะมีลายเป็นริ้วๆดูคล้ายลายเสือโคร่ง” พี่เน้งให้ข้อมูล

ยามนางพญาเสือโคร่งออกดอกเบ่งบานจะมีสีชมพูสวยงามดูคล้ายดอกซากุระที่ญี่ปุ่น นั่นจึงทำให้หลายๆคนนิยมเรียกดอกนางพญาเสือโคร่งว่า “ซากุระเมืองไทย” ขณะที่ชื่อภาษาถิ่นนั้นจะเรียกกันว่า “ซากุระดอย
นกน้อยเริงร่าหากินในดงดอกนางพญาเสือโคร่ง
ทุกๆปีในช่วงกลางฤดูหนาวราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ต้นนางพญาเสือโคร่งที่ขึ้นอยู่ทั่วประเทศจะพร้อมใจกันออกดอกเบ่งบานชมพูสะพรั่งสวยงาม

แน่นอนว่าหนึ่งไฮไลท์จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งเลื่องชื่อของเมืองไทยนั้นย่อมหนีไม่พ้นที่ภูลมโล ซึ่งส่วนใหญ่ดอกนางพญาเสือโคร่งที่นี่จะบานไล่เป็นแปลง ๆ ไป ใน 3 แปลงหลัก แต่ก็มีบางปีที่บานทีเดียวพร้อมกันหมด(ทั้ง 3 แปลง)
นางพญาเสือโคร่งภูลมโลบานงดงามย้อมขุนเขาเป็นสีชมพู
สำหรับจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลนั้น มีอยู่ 3 แปลงหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่

-“แปลงภูลมโล” แปลงนี้มีไฮไลท์สำคัญอยู่บริเวณ “คอกวัว” เพราะมีคอกวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้อยู่ในบริเวณนี้ ที่แปลงภูลมโลเราสามารถมองเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งได้อย่างงดงามทั่วเนินเขา

-“แปลงก้อนหินใหญ่” ที่มีทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งให้ชมกันควบคู่ไปกับก้อนหินใหญ่ 2 จุดเป็นพร็อพถ่ายรูปที่มีคนแวะเวียนไปโพสต์ท่าถ่ายรูปคู่กันระหว่างก้อนหินกับฉากสีชมพูของทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่งกันไม่ได้ขาด
แปลงนางพญาเสือโคร่งภูขี้เถ้า
- “แปลงภูขี้เถ้า” ซึ่งส่วนใหญ่แล้วดอกนางพญาเสือโคร่งที่แปลงที่ภูขี้เถ้าจะบานทีหลังสุด

โดยภูขี้เถ้าจะอยู่ห่างจากยอดภูลมโลไปประมาณ 4 กม. มีแปลงดอกนางพญาเสือโคร่งให้ชมกันมากถึง 3-4 แปลงติดๆกัน แถมมีมุมมากมายให้เลือกชมเลือกถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นมุมบนยอดเขาที่มองลงไปเห็นทุ่งสีชมพูในเบื้องล่าง มุมที่มองย้อนขึ้นมาเห็นทุ่งพราวชมพูออกดอกสะพรั่งตามไหล่เขา หรือในทุ่งดอกสีชมพูที่บานเด่นอยู่ในดงเฟิร์นสีเขียวก็สวยทุกมุม

พิชิตยอดภูลมโล
เส้นทางสีชมพูจากดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน ณ ภูลมโล
โดยหลังเดินทางฝ่าเส้นทางอันสมบุกสมบันขึ้นเขามาถึงยังลานจอดรถตีนยอดภู ต่อจากนั้นเราต้องเดินขึ้นสู่ยอดเขาไปในระยะทางประมาณ 1 กม. บนเส้นทางที่ลาดชันเอาเรื่อง ก่อนจะถึงยังจุดชมวิวยอดภูลมโล ที่แม้การเดินทางขึ้นมาจะแสนเหนื่อยแต่ว่าก็คุ้มค่าไม่น้อย

บนยอดภูลมโลแม้จะมีลักษณะเป็นแท่นหินเล็กๆยื่นล้ำเข้าไปในหน้าผาดูน่าหวาดเสียว แต่ว่าก็สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางม่านฉากแห่งขุนเขาได้อย่างชัดเจนสวยงาม

อย่างไรก็ดีใครที่จะขึ้นไปยืนถ่ายรูปชมวิวบนนี้ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะถ้าตกลงไป ทริปภูลมโล อาจจะกลายเป็นทริป“ภูลงโลง”ได้
อรุณเบิกฟ้าบนยอดภูลมโล
ขณะที่ในระหว่างทางเดินขึ้นยอดภูลมโล หากมองย้อนลงมาก็จะเห็นทิวทัศน์ลานจอดรถและแนวเนินโค้งอันสวยงามของขุนเขาทางขึ้นยาวลงไปจนถึงลานจอดรถ โดยมีฉากหลังเป็นแนวทิวเขาทอดยาว

ส่วนที่ลานจอดรถตีนภูก็นับเป็นอีกหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นชั้นดี ที่นี่จะมีคนมายืนรอชมพระอาทิตย์ขึ้นมากกว่าที่ยอดสูงสุดด้านบน เพราะไม่ต้องเดินเหนื่อย ด้านวิวนั้นก็ดูสวยงามไปอีกแบบ ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะมียอดสูงสุดภูลมโลเป็นฉากหน้า ด้านขวาเป็นหุบเหว ส่วนด้านทิศตะวันตกเป็นแนวหุบเขาอันสวยงามกว้างไกล
วิวทิวทัศน์จุดชมวิวและลานจอดรถเมื่อมองลงมาจากบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดภูลมโล
นอกจากจุดชมวิวที่นี่แล้ว บนภูลมโลยังมีจุดชมวิวที่น่าสนใจอีก ได้แก่ที่ “ผาภูลมโล” ที่เป็นแนวผาทอดยาว มีชะง่อนหินผายื่นออกไปให้นักท่องเที่ยวไปหามุมถ่ายรูปกันหลายจุดด้วยกัน

จุดชมวิว“ก้อนหินใหญ่” นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวอันงดงาม บนนี้เมื่อมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่บ้านในท่ามกลางหุบเขากว้างไกล ขณะที่บนถนนใกล้กับจุดชมวิวก้อนหินใหญ่ก็มี “ต้นไม้เดียวดาย” ที่เป็นต้นพญาเสือโคร่งต้นใหญ่ทอดตัวโค้งรับกับโค้งถนนดูสวยงาม จนมีคนนิยมไปถ่ายรูปคู่กับต้นไม้เดียวดายต้นนี้เป็นจำนวนมาก

และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์ของภูลมโลที่เมื่อยามนางพญาเสือโคร่งพากันออกดอกเบ่งบานชมพูสะพรั่ง มันจะย้อมพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นสีชมพู จนได้รับฉายาว่า “ภูลมโล - หุบเขาสีชมพู” อันลือลั่น
ต้นพญาเสือโคร่งเดียวดาย ณ จุดชมวิวก้อนหินใหญ่
อย่างไรก็ดีท่ามกลางกระแสธารแห่งการท่องเที่ยวที่มาแรงของภูลมโลที่น่าเป็นที่จับตายิ่งว่า

หลังจากวันนี้ที่ภูลมโลมีชื่อเสียงโด่งดังฮอตฮิตติดลมบนแล้ว ทางผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ชาวบ้านชาวชุมชนในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จะมีแผนบริหารจัดการ รับมือ และป้องกันความเปลี่ยนแปลงที่จะถาโถมเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้อย่างไร???

เพราะถ้าต่างคนต่างกอบโกยภูลมโลอาจอยู่ได้ไม่นาน แต่ถ้าทุกคนจริงใจช่วยกันทั้งคนในพื้นที่ ภาครัฐ ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ภูลมโลก็จะมีอนาคตที่ดี มีความยั่งยืนอยู่คู่กับเมืองไทยไปตราบนานเท่านาน
นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจในบรรยากาศชมพูสะพรั่ง
**************************************************
เส้นทางนั่งรถชุมชนชมดอกนางพญาเสือโคร่งบาน
ภูลมโล ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก

สำหรับการขึ้นไปเที่ยวชมบนดอยภูลมโลนั้นสามารถขึ้นได้ 3 เส้นทางใน 3 จังหวัด คือ จ.พิษณุโลกขึ้นทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ส่วน จ.เพชรบูรณ์ขึ้นทางภูทับเบิกและเข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.เลยขึ้นทาง ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย

ทั้งนี้ทางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะส่วนเข้าไปในเขตภูลมโล แต่ให้ใช้รถบริการของชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากเส้นทางขึ้นไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งเป็นถนนลูกรัง ลดเลี้ยวเคี้ยวโค้ง ขึ้นเขาลงเขา หากนักท่องเที่ยวที่ไม่ชำนาญเส้นทางขับรถขึ้นไป อาจเกิดอันตราย หรือประสบอุบัติเหตุได้

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้จากชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ถ้าขึ้นทางฝั่งกกสะทอน สามารถหาที่พักแบบโฮมสเตย์ได้ที่ชุมชนกกสะทอน หรือพักที่ อ.ด่านซ้าย หรือ อ.ภูเรือ ส่วนถ้าขึ้นทางฝั่งบ้านร่องกล้า สามารถพักค้างแบบโฮมสเตย์หรือกางเต็นท์ได้ที่ชุมชนบ้านร่องกล้า หรือพักที่บ้านพักหรือกางเต็นท์ได้ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
โฮมสเตย์ที่ชุมชนกกสะทอน หนึ่งในทางเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวใกล้ภูลมโล
สำหรับดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลและที่อื่นๆจะมีฤดูการบานอยู่ในช่วง ม.ค.-ก.พ. ของทุกปี(แต่บางปีก็มีเริ่มบานตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.)

โดยปีนี้ทุ่งนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลได้เริ่มทยอยออกดอกบานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีทั้งมีการบานกระจายทั่วแปลง ส่วนบางแปลงเริ่มบานเยอะขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์คงจะบานสวยงามเต็มที่(ข้อมูล อัพเดทเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 62)

ผู้สนใจต้องการไปชมความงามของดอกพญาเสือโคร่ง สามารถสอบถามรายละเอียดช่วงเวลาการบานของดอกไม้ จองสถานที่กางเต็นท์ และสอบถามการเดินทางได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 0-5535-6607, สำนักงานพื้นที่พิเศษเลย (อพท.5) โทร. 0-4286-1116 ถึง 8 ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนกกสะทอน 06-2557-0912, อบต.กกสะทอน 0-4203-9867, กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านร่องกล้า 08-9959-5808 (คุณเน้ง), 08-7838-0195 (คุณปอ), ททท.สำนักงานเลย 0-4281-2812 และ ททท.สำนักงานพิษณุโลก 0-5525-2742-3 เฟสบุก : ภูลมโล,ซากุระเมืองไทย,นางพญาเสือโคร่ง,กกสะทอน

หมายเหตุ : ภาพดอกพญาเสือโคร่งในบทความเป็นของปีที่ผ่าน ๆ มา
....................................................................................................

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...