xs
xsm
sm
md
lg

ไหว้ขอพร 4 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์แดนใต้...ช่วยปกป้องคุ้มภัยชาวใต้จากพายุ“ปาบึก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ปิ่น บุตรี

โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

Facebook Travel Unlimited / เที่ยวถึงไหนถึงกัน
พระบรมธาตุเมืองนคร
ประเทศไทย รับต้นปีหมูทอง พ.ศ. 2562 ด้วยเรื่องราวภัยธรรมชาติอันหนักหนาสาหัสจาก “พายุปาบึก” ที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่ภาคใต้ดินแดนด้ามขวานของเรา

แม้นี่จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เป็นเหตุสุดวิสัยที่มนุษย์ต้องเตรียมตัวรับมือให้พร้อม และต้องต่อสู้ฟันฝ่ากับมัน

อย่างไรก็ดีตามความเชื่อของแบบไทย ๆ นั้น ก็ยังขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ช่วยปกป้องคุ้มภัย เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ประสบภัย รวมถึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับตนเองอีกทางหนึ่ง

ดังจะเห็นได้จากภาพและเรื่องราวที่ปรากฏอยู่มากมายในโลกโซเชียลไม่ว่า จะเป็น การขอพรพระสยามเทวาธิราช หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญจากดินแดนด้ามขวาน อาทิ หลวงปู่ทวด หลวงพ่อท่านคล้าย กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ยังมี 4 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์แดนใต้ ได้แก่

พระบรมธาตุเมืองนคร-นครศรีธรรมราช
พระบรมธาตุเมืองนคร
พระบรมธาตุเมืองนคร หรือ พระมหาธาตุเมืองนคร พระธาตุเมืองนคร พระบรมธาตุเจดีย์ ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ตามตำนานเล่าว่า พระบรมธาตุเมืองนครสร้างขึ้นครั้งแรกประมาณ ปี พ.ศ. 854 ภายในบรรจุพระทันตธาตุ(ส่วนฟันของพระพุทธเจ้า)ดั้งเดิมเป็นศิลปะแบบศรีวิชัย(มีลักษณะคล้ายพระบรมธาตุไชยา และได้มีการจำลองรูปแบบของพระธาตุศิลปะศรีวิชัยมาตั้งอยู่ที่ลานวัดก่อนทางเข้าสู่บริเวณเขตองค์พระธาตุ)

ต่อมาในปี พ.ศ.1093 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชได้สร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมกับสร้างเจดีย์องค์ใหม่ทรงศาญจิครอบพระบรมธาตุองค์เดิม จากนั้น พ.ศ.1770 มีพระภิกษุจากลังกามาบูรณะองค์พระบรมธาตุให้เป็นแบบทรงลังกาหรือทรงโอคว่ำดังที่เห็นในปัจจุบัน มีความสูง 55.78 เมตร องค์ระฆังสูง 9.80 เมตร มีปล้องไฉน 52 ปล้อง ถือเป็นพระเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่องค์แรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พระบรมธาตุเมืองนคร
พระบรมธาตุเมืองนคร ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “พระธาตุทองคำ” เนื่องจากปลียอดหุ้มด้วยทองคำเหลืองอร่าม ขณะที่ยามแสงแดดตกต้ององค์พระธาตุ เหลื่อมเงากลับทาบทอดไม่ถึงพื้น จนดูเหมือนพระธาตุไม่มีเงา จึงทำให้ได้รับการเรียกขานว่าเป็น“พระธาตุไร้เงา”อีกฉายาหนึ่ง

พระบรมธาตุเมืองนคร ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราช เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของภาคใต้ และของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ซึ่งไม่เฉพาะแค่ชาวไทยเท่านั้น หากแต่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ที่นิยมเดินทางมาสักการะบูชากันอย่างต่อเนื่อง

พระธาตุไชยา-สุราษฎร์ธานี
พระธาตุไชยา
พระบรมธาตุไชยา หรือ พระธาตุไชยา ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ต.เวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

พระธาตุไชยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 13 ตามคติความเชื่อในพระพุทธศาสนาแบบมหายาน ปัจจุบันมีอายุเก่าแก่กว่า 1,200 ปี แสดงให้เห็นถึงการรับพระพุทธศาสนาในคาบสมุทรแดนใต้มาตั้งปี พ.ศ. 1300 อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าเมืองไชยาในอดีตเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนาแห่งหนึ่งในแหลมมลายู
พระธาตุไชยา
องค์พระธาตุไชยา มีความสูง 24 เมตร ตั้งอยู่เหนือฐานสี่เหลี่ยมย่อเก็จ องค์พระธาตุเป็นทรงมณฑปหรือทรงปราสาท มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรมุขซ้อนชั้นลดหลั่นกันไป มีสถูปขนาดเล็กอยู่ตามมุมสี่เหลี่ยมรวมทั้งหมด 24 องค์ ตรงกลางมีมุขหน้าบัน ลวดลายปูนปั้นสีทองรูปร่างต่างๆประดับประดา อาทิ เทพพนม ช้างเอราวัณ นกยูง สิงห์ เหรา ฯลฯ
พระธาตุไชยา
ภายในพระธาตุไชยาบรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นส่วนใดพระธาตุองค์นี้ถือเป็นงานศิลปกรรมศรีวิชัยต้นแบบที่สวยงามสมบูรณ์แบบ ที่สำคัญคือตัวองค์พระบรมธาตุไชยาถือได้ว่าเป็นองค์พระบรมธาตุเจดีย์องค์เดียวของประเทศไทย ที่ยังมีความสมบูรณ์แบบในลักษณะที่ยังเป็นองค์ดั้งเดิมมีอายุเป็นพันปี ยังไม่ถูกสร้างครอบ ยังไม่พังทลาย และยังเป็นรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยศรีวิชัยตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

พระธาตุบางแก้ว-พัทลุง
พระธาตุบางแก้ว
พระมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว หรือ พระมหาธาตุเจดีย์วัดเขียนบางแก้ว พระธาตุบางแก้ว ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดเขียนบางแก้ว” ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
พระธาตุบางแก้ว
พระธาตุบางแก้ว เป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดพัทลุง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ซึ่งในบริเวณพื้นที่นี้น่าจะเคยเป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมาก่อน เพราะพบซากปรักหักพังของศิลาแลง และพระพุทธรูปมากมาย เช่นพระแก้วคุลา ศรีมหาโพธิ(ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น)พระพุทธรูปสองพี่น้อง
พระธาตุบางแก้ว
พระธาตุบางแก้ว เป็นเจดีย์ก่ออิฐฐานแปดเหลี่ยม รอบฐานมีซุ้มพระพุทธรูป 3 ซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ ขณะที่องค์ระฆังนั้นเป็นทรงลังกาหรือทรงโอคว่ำ สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากพระบรมธาตุเมืองนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระธาตุสวี-ชุมพร
พระธาตุสวี
พระบรมธาตุสวี หรือที่เรียกสั้นๆว่า “พระธาตุสวี” ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดพระบรมธาตุสวี” หมู่ 1 ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร

พระบรมธาตุสวี ข้อมูลทั่วไประบุว่าเป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 700 ปี โดยมีตำนานเล่าว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราช(พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช)ที เมื่อครั้งเสด็จนำทัพไปป้องกันการรุกรานจากข้าศึก แล้วเคลื่อนทัพกลับมาพักยังบริเวณที่เป็นวัดพระบรมธาตุสวีในปัจจุบัน ได้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาด มีกาเผือกและฝูงการ้องเกาะอยู่บนซากกองอิฐพร้อมกระพือปีกร้องเซ็งแซ่
พระธาตุสวี
พระองค์จึงสั่งให้ทหารรื้อซากกองอิฐที่หักพังออก พบฐานเจดีย์ใหญ่ เมื่อขุดลึกลงไป พบผอบทองคำบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงโปรดให้สร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นมาใหม่แทนที่เดิม แล้วจัดงานสมโภชเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน พร้อมพระราชทานนามว่า“พระบรมธาตุกาวีปีก”(กาวีปีก หมายถึงกากระพือปีก-วีปีก แปลว่ากระพือปีก) ต่อมาพระธาตุกาวีปีกกร่อนคำเป็นพระธาตุกาวี ก่อนที่จะเพี้ยนมาเป็นพระธาตุสวีตามชื่อเมืองดังในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดีจากข้อมูลเอกสารของทางวัดสันนิษฐานว่าพระธาตุสวีน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และผ่านการบูรณะมาหลายครั้ง ล่าสุดบูรณะโดยกรมศิลปากรเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา
พระธาตุสวี
พระธาตุสวีองค์ปัจจุบัน เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ลักษณะเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนคร จ.นครศรีธรรมราช องค์ระฆังหรือองค์พระธาตุ ปิดประดับด้วยกระเบื้องโมเสคสีทองงามอร่ามตา

ที่ยอดสูงสุดหรือ“หยดน้ำค้าง”ขององค์พระธาตุ เดิมทำด้วยไม้สัก แต่ในการบูรณะครั้งล่าสุด ประชาชนได้ร่วมกันบริจาคทองคำน้ำหนัก 2 กก. มาทำเป็นหยดน้ำค้าง ดูเหลืองอร่ามสุกสกาว

ส่วนฐานขององค์พระธาตุ เป็นฐาน 4 เหลี่ยม มีงานปูนปั้นประดับรูปยักษ์ และช้างให้เป็นดังผู้ปกป้องค้ำองค์พระธาตุเจดีย์ไว้

องค์พระธาตุสวี มีความกว้างรอบองค์พระธาตุ วัดได้ 20 เมตร มีความสูง 18.5 เมตร ซึ่งแม้จะมีขนาดเล็กกว่าองค์พระบรมธาตุเมืองนครมาก แต่ว่าก็เป็นความเล็กกะทัดรัดที่งดงามสมส่วน สอดรับกับแนวระเบียงคดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากกว่า 108 องค์
ศาลพระเสื้อเมือง พระธาตุสวี
ส่วนบริเวณด้านหลังวัดตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำสวีที่มีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ“ศาลพระเสื้อเมือง” ซึ่งตามตำนานเล่าว่าหลังจากพระเจ้าศรีธรรมโศกราช สร้างพระธาตุสวีเสร็จแล้ว ก่อนจะยกทัพกลับทรงห่วงในว่าพระธาตุจะไม่มีผู้ดูแล จึงสั่งเรียกบรรดาทหารในกองทัพซึ่งกำลังนอนหลับสนิท ขณะนั้นมีนายทหารคนหนึ่งชื่อ “เมือง” ขานรับพระองค์ จึงมีรับสั่งถามว่า ต้องการจะอยู่ดูแลรักษาพระบรมธาตุแห่งนี้ไหม นายเมืองขานรับอาสา พระองค์จึงสั่งให้นายทหารตัดศีรษะนายเมืองเซ่นสรวงบูชาไว้ในศาลเพียงตา

ศาลนี้แห่งนี้จึงถูกเรียกว่า“ศาลพระเสื้อเมือง” ซึ่งเป็นศาลวิญญาณของนายทหารในพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่มาคอยเฝ้าปกปักรักษาพระบรมธาตุสวีแห่งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดการไปสักการะเคียงคู่กับองค์พระธาตุสวี

และนี่ก็คือ 4 องค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนด้ามขวาน ซึ่งในยามปกติ แต่ละแห่งถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญประจำจังหวัดนั้น ๆ เป็น “จตุธรรมธาตุ” ที่มีแคมเปญท่องเที่ยวชวนให้ไปสักการะคือ “กราบ 4 พระธาตุแดนใต้ กุศลยิ่งใหญ่ในชีวิต”

แต่สำหรับในสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ (ตามความเชื่อแบบไทย ๆ )องค์พระธาตุทั้ง 4 ถือเป็นหนึ่งในสิ่งยึดเหนี่ยวสำคัญทางจิตใจ ที่พี่น้องชาวไทยจำนวนไม่น้อยต่างขอพรให้บารมีแห่งองค์พระธาตุช่วยปกป้องคุ้มภัยพี่น้องชาวใต้ ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ด้วยเทอญ

...............................................................................................

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวใต้ผู้ประสบผ่านให้ผ่านพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ ไปได้แต่โดยดี
....................................................................................................

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...