xs
xsm
sm
md
lg

หลงเสน่ห์ "ยะลา" สัมผัสวิถีดินแดนใต้แห่งสยาม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
"ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" เป็นคำขวัญจังหวัดที่ "ตะลอนเที่ยว" อยากชวนไปสัมผัสกันสักครั้ง นั่นก็คือ "ยะลา" นั่นเอง

"ยะลา" จังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งจังหวัดน่าเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะที่นี่จะอบอวลไปด้วยเสน่ห์วิถีแห่งชายแดนใต้ รวมถึงมีธรรมชาติงดงามอย่างทะเลหมอก และอากาศอันบริสุทธิ์บริเวณยอดเขา
จุดชมวิวบนสะพานข้ามเขื่อนบางลาง
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองงามอย่างยะลาแล้ว จุดแรกที่อยากแนะนำก็คือ "เขื่อนบางลาง" เพื่อมาชมวิวทิวทัศน์ของเขื่อนบางลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา ซึ่งเป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความสูง 85 เมตร สันเขื่อนยาว 430 เมตร อ่างเก็บน้ำจุได้ 1,400 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน 2,080 ตารางกิโลเมตร
วิวทิวทัศน์ของเขื่อนบางลาง
โดยนักท่องเที่ยวสามารถมาชมบรรยากาศของเขื่อนแห่งนี้ได้ที่สะพานข้ามเขื่อนบางลาง ซึ่งสะพานนี้สร้างขึ้นเพื่อย่นระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เดิมถนนที่ใช้จะเป็นเส้นทางระหว่างภูเขาที่มีความคดเคี้ยว ทำให้การสัญจรเป็นด้วยความล่าช้าและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทางราชการต้องดำเนินการสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 สายยะลา-เบตง ขึ้น โดยประหยัดเวลาการเดินทางได้ประมาณ 30 นาที
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก
ต่อจากนั้นเรามุ่งหน้าสู่อำเภอเบตง เมื่อมาถึงแล้วก็ไม่พลาดมาถ่ายรูปกับไฮไลต์ของที่นี่ นั่นก็คือ "ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในโลก" ตั้งอยู่ที่อ.เบตง ในเขตเทศบาล มุมถนนสุขยางค์ ตู้ไปรษณีย์ขนาดใหญ่แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2467 โดยอดีตนายไปรษณีย์โทรเลข อ.เบตง เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของเบตงในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ลักษณะของตู้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นรูปกลมทรงกระบอกแยกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนฐานะและส่วนตัวตู้ ส่วนสูงของตัวตู้คือ 290 เซนติเมตร นับจากฐานขึ้นไปรวมความสูงของตู้ด้วย วัดได้ 320 เซนติเมตร ปัจจุบันนี้ตู้ไปรษณีย์ใบนี้ยังใช้งานอยู่

หากนักท่องเที่ยวมาเยือนเบตงแล้วอย่าลืมมาแชะภาพกับตู้ไปรษณีย์ยักษ์กัน เดี๋ยวเขาจะหาว่ามาไม่ถึงเมืองเบตง ใกล้ๆ กันนั้นจะเป็นวงเวียนหอนาฬิกา โดยจะมีรถสัญจรผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ด่านพรมแดนเบตง
หลังจากที่เราได้ถ่ายรูปกับไฮไลต์ของเบตงกันแล้ว ไปกันต่อที่ "ด่านพรมแดนเบตง" ชมด่านที่เปิดให้นักท่องเที่ยวและคนทั่วไปเข้าและออกระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย ถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียง และยังเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการบริการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ ที่เสมือนประตูหน้าด่านของประเทศไทย
ด่านพรมแดนเบตง
พระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ
อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเบตงก็คือ มาสักการะ "พระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ" ตั้งอยู่ที่วัดพุทธาวาส ถ.รัตนกิจ อยู่ในตัวเมืองเบตง โดยตัวเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีขนาดความกว้าง 39 เมตร สูง 39.9 เมตร หรือขนาดความสูงเทียบเท่าตึก 13 ชั้น เป็นมหาธาตุเจดีย์ที่มีความงดงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้
ความงดงามของพระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ
ด้านในของพระธาตุเจดีย์
โดยภายในองค์มหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มหาธาตุเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นจากความคิดและการดำเนินการของอดีตประธานศาลฎีกาเพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา จากเจดีย์สามารถมองเห็นทัศนียภาพของวัดและเมืองเบตงในอีกมุมหนึ่งได้อย่างสวยงาม
พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง
จุดชมวิวเมืองเบตงที่นอกจากจะได้ชมจากบริเวณวัดพุทธาวาสแล้ว เรายังสามารถเดินทางขึ้นมาชมได้ที่ "พิพิธภัณฑ์เมืองเบตง" อีกด้วย ก่อนที่เราจะไปชมวิวทิวทัศน์ ก็ชวนมาชมด้านในของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กันก่อน โดยที่ชั้นหนึ่งจะเก็บรวบรวมศิลปวัตถุ ข้าวของเครื่องใช้โบราณวัตถุ อาทิ ถ้วยชามเครื่องเคลือบ โต๊ะ ตู้ เตียงโบราณ ตะเกียงเก่า เรือสำเภาจำลอง กี่ทอผ้า อุปกรณ์ปั่นฝ้าย

ในส่วนของชั้นสอง มีการจัดแสดงภาพเก่าของเมืองเบตง และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในเมืองนี้ หากนักท่องเที่ยวอยากย้อนวันวานถึงเมืองเบตงในสมัยก่อนก็สามารถมาชมกันได้ นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์เมืองเบตงยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ เป็นจุดชมวิวชั้นดีที่เมื่อขึ้นไปชั้นบนสุดมองลงมาจะเห็นตัวเมืองเบตงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงยามเย็นใกล้ค่ำ เราก็จะเห็นแสงสีที่สว่างไสวของไฟประดับเมืองนี้อย่างงดงาม
ชมวิวเมืองเบตงจากด้านบนพิพิธภัณฑ์
หลังจากลงมาด้านล่างจะผ่าน "อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์" ตั้งอยู่บริเวณถนนอมรฤทธิ์ ตัดกับถนนภักดีดำรง ผ่านสวนสาธารธะออกสู่ถนนบริเวณหน้าสวนนก เชื่อมต่อกับถนนมงคลประจักษ์ ทะลุไปสู่ชุมชนเมืองใหม่หมู่บ้านแกรนด์วิว และเชื่อมต่อกับถนนอัยเยอร์เบอร์จัง ไปสู่ชุมชนธารน้ำทิพย์อีกทอดหนึ่ง
อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ยามค่ำคืน
โดยอุโมงค์แห่งนี้เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทย ที่ขุดทอดโค้งให้รถวิ่งไป-มา ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาวตลอดอุโมงค์ประมาณ 273 เมตร โดยเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2544 ในช่วงค่ำๆ เราจะเห็นแสงสีของแสงไฟประดับของอุโมงค์เจิดจ้าสวยงาม
หอนาฬิกาประดับไฟยามค่ำ
ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
สำหรับใครที่หลงใหลไปกับทะเลหมอกยามเช้า สามารถมาสัมผัสกับสายหมอกกันได้ที่ จุดชม "ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง" ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาสันกาลาตีรี ตำบลอัยเยอร์เวง อ.เบตง เป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินมาเยี่ยมชมกันอย่างคับคั่ง การเดินทางมาชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงนั้น หากมาจากตัวเมืองเบตงจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที และใครที่ต้องการมารับไอหมอกยามเช้าก็ต้องออกเดินทางมากันตั้งแต่เช้ามืดกันเลยทีเดียว
นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมทะเลหมอก
เสน่ห์ของดินแดนใต้สุดแดนสยามยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ให้หลงใหลมาชมอีกมากมาย หากใครยังไม่เคยมาเยือนก็อยากชักชวนให้ได้มาสัมผัสกันสักครั้ง รับรองว่าจะประทับจิตตราตรึงใจกันอย่างแน่นอน
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...