xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวดี! ขยายเวลาปิดไปอีก 1 เดือน ชวนไปเดินเที่ยว "เขาดิน" เช็กอิน 10 จุดไม่ควรพลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Facebook :Travel @ Manager
สวนสัตว์ดุสิต ที่เที่ยวขวัญใจคนทุกวัย
สวนสัตว์ดุสิต ขยายเวลาเปิดให้บริการการเข้าชมสวนสัตว์เขาดินอีก 1 เดือน โดยยังเปิดให้เที่ยว จนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2561 ย้ำขอความร่วมมือประชาชน ใช้บริการรถสาธารณะเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

หลายๆ คนน่าจะได้ยินข่าวว่า “สวนสัตว์ดุสิต” หรือ “เขาดิน” สวนสัตว์หนึ่งเดียวใจกลางกรุงเทพฯ กำลังจะปิดตัวลงในช่วงสิ้นเดือนกันยายน 2561 และจะย้ายไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ บริเวณคลอง 6 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ช่วงนี้จึงเห็นประชาชนจำนวนมากที่กลับไปเยือนเขาดิน รำลึกถึงวันวานที่เคยมาสนุกสนานกันในช่วงวัยเยาว์

แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวเขาดิน หรือเคยมาเที่ยวแต่นานมากแล้ว ก็อาจจะนึกไม่ออกว่าในเขาดินมีจุดไหนที่น่าเดินดูบ้าง แน่นอนว่าในเขาดินก็ต้องมีสัตว์หลากหลายชนิดให้เดินชม แต่นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีกิจกรรมสนุกๆ มุมถ่ายรูปสวยๆ และจุดให้นั่งพักผ่อนกันสบายๆ อีกด้วย “ตะลอนเที่ยว” จึงได้รวบรวม 10 จุดชวนเช็กอิน ให้ไปแชะภาพเก็บความประทับใจกัน
เนินเขาดิน ที่มาของชื่อ “เขาดินวนา”
มีป้ายเขาดินวนาให้ถ่ายรูป
เนินเขาดิน
ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของชื่อ “เขาดินวนา” โดยก่อนหน้าที่จะมาเป็นสวนสัตว์ดุสิตเหมือนในทุกวันนี้ ที่นี่เคยเป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสวนพฤกษชาติในพื้นที่ราบทางด้านทิศตะวันออก ติดคลองเปรมประชากร (ถนนพระรามที่ 5) ด้วยการขุดสระน้ำใหญ่ ประกอบคูคลองระบายน้ำและถนน แล้วจึงนำดินมาถมเป็นเนินเขา เรียกว่า "เขาดิน" พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกลงพรรณไม้นานาชนิด จนมีลักษณะเป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ เรียกว่า "วนา" เมื่อรวมกับเนินเขาและสวนโดยรอบแล้ว จึงเรียกว่า "เขาดินวนา" นั่นเอง
ต้นสักทอง
ศิลาสลักอักษรจารึกหน้าต้นสักทอง
ต้นสักทอง
ต้นสักทองต้นนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาดิน มีความพิเศษเนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ถือเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเดนมาร์ก โดยสองราชอาณาจักรนี้ได้มีการติดต่อสัมพันธ์กันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีความสัมพันธ์อันดีต่อมาจนถึงปัจจุบัน และในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าชายวัลเดอร์มาร์ พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าคริสเตียนที่ 8 แห่งเดนมาร์ก ได้เสด็จมาเยือนประเทศสยามอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.2443 การเสด็จเยือนในครั้งนั้น รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานเลี้ยงกลางวันที่สวนดุสิต และได้ทรงปลูกต้นสักเป็นที่ระลึกในการเสด็จเยือน และยังคงมีหลักฐานเป็นต้นสักทอง และมีศิลาสลักอักษรจารึกไว้ให้เห็นจนปัจจุบัน
จุดชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคม
พระที่นั่งอนันตสมาคมท่ามกลางแมกไม้
จุดชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคม
ใครที่มาเดินเล่นรอบๆ สระน้ำภายในเขาดิน ก็จะสามารถมองเห็นยอดโดมของพระที่นั่งอนันต์สมาคม อยู่ท่ามกลางแมกไม้ ขณะที่ในสระน้ำก็มีจักรยานนาวาสีสดใสลอยไปมาทำให้ทิวทัศน์น่าชมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบริเวณเกาะเล็กๆกลางสระน้ำของสวนสัตว์นั้น ก็ยังมีศาลาเรือนไทย ที่เคยเป็นสถานที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5
จักรยานนาวา
ปั่นจักรยานนาวาในบรรยากาศสบายๆ
จักรยานนาวา
จักรยานนาวาแทบจะถือเป็นอีกหนึ่งสักลักษณ์ของสวนสัตว์ดุสิตไปแล้ว เพราะไม่ว่าใครก็ต้องอยากจะมาปั่นจักรยานนาวาแบบชิลๆ ในสระน้ำกว้างใหญ่ รับลมเย็นๆ ชมวิวสวยๆ รอบๆ สระน้ำ ลองสังเกตดูก็จะเห็นว่ามีทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง และคู่รัก ที่มาใช้เวลาสบายๆ บนจักรยานนาวา
หลุมหลบภัย
หุ่นจำลองประชาชนที่เข้ามาหลบลูกระเบิดด้านใน
หลุมหลบภัย
หลุมหลบภัยในสวนสัตว์แห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ใช้หลบภัยกรณีมีเหตุการณ์เสือหลุดจากกรงแต่อย่างใด แต่หลุมหลบภัยนี้สร้างขึ้นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสวนสัตว์รวมถึงประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามาหลบลูกระเบิดที่เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรจะเข้ามาโจมตี โดยหลุมหลบภัยนี้ถือเป็นหลุมหลบภัยสาธารณะสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่ยังสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย

หลังจากที่สงครามสงบก็ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ โดยมีการสร้างภูเขาจำลองครอบทับทำเป็นกรงเลี้ยงเลียงผา ก่อนที่จะมีการปรับปรุงอีกครั้ง โดยฟื้นฟูสภาพของหลุมหลบภัยกลับคืนให้คนในปัจจุบันได้เห็น ภายในมีการจัดแสดงหุ่นจำลองประชาชนที่เข้ามาหลบลูกระเบิดด้านใน ส่วนด้านนอกนั้นก็มีการจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่ายและข้อมูลเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทย
ค่างห้าสี
ค่างห้าสี
ค่างห้าสี
ค่างห้าสี
เป็นค่างที่มีสีสันสวยงามที่สุดในโลก โดยตามตัวจะมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัวและหัวมีสีเทา หน้าผากมีสีเทาดำออกแดง หนวดเคราสีขาว หางและก้นสีขาว ใบหน้าสีเหลือง และส่วนขามีสีน้ำตาลแดง ค่างสีสวยชนิดนี้มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำลูกค่างมาขาย ทำให้ค่างห้าสีมีจำนวนลดลงจนองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าโลกต้องจัดให้ค่างชนิดนี้อยู่ในบัญชีแดง ซึ่งหมายถึงสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ห้ามซื้อ ขาย และล่า

แม้จะเป็นสัตว์ที่หาได้ยาก แต่สำหรับที่สวนสวนสัตว์ดุสิตแล้วถือเป็นศูนย์เพาะพันธุ์ค่างห้าสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการเพาะเลี้ยงเพาะพันธุ์ค่างห้าสีจนตอนนี้มีจำนวนมากกว่า 30 ตัว และนักท่องเที่ยวสามารถมาชมค่างห้าสีได้อย่างใกล้ชิด
เก้งเผือก
เก้งเผือก
เก้งขนสีขาวสะอาดทั่วทั้งตัวที่มีรายงานการพบที่เดียวในโลกคือที่ประเทศไทย โดยเก้งเผือกตัวแรกที่พบนั้นก็คือ "เพชร" เก้งเผือกเพศผู้พบที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจากการผสมพันธุ์เจ้าเพชรกับแม่เก้งธรรมกา ก็ทำให้ได้ลูกเก้งเผือกมาอีกถึง 5 ตัวด้วยกัน ซึ่งปัจจุบัน ลูกเก้งก็ถูกย้ายไปอยู่ตามสวนสัตว์ต่างๆ ในประเทศไทย
ละมั่งพันธุ์ไทย
ละมั่งพันธุ์ไทย
สัตว์ป่าสงวนที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ เมื่อก่อนนี้เคยพบอยู่ในแถบภาคตะวันออกและอีสานใต้ จังหวัดตราด จันทบุรี และปราจีนบุรี แต่ปัจจุบันสามารถพบเห็นได้ที่สวนสัตว์ดุสิตแห่งเดียวเท่านั้น

ละมั่งพันธุ์ไทยตัวผู้เมื่อโตเต็มที่จะมีเขาโง้งสวยงาม และพวกมันยังมีความปราดเปรียวว่องไว สายตาดี และรับกลิ่นได้ไวอีกด้วย ละมั่งพันธุ์ไทยจะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ดังนั้นฝูงละมั่งที่สวนสัตว์ดุสิตนี้จึงเป็นละมั่งพันธุ์ไทยฝูงสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แม่มะลิ ขวัญใจผู้ชม
บ่อฮิปโปโปเตมัส
ฮิปโปโปเตมัส
ที่บ่อฮิปโปโปเตมัส ถือว่าเป็นจุดยอดนิยมของเด็กๆ (และผู้ใหญ่) เนื่องจากจะต้องมาเยี่ยมเซเลบเขาดินอย่าง “แม่มะลิ” ฮิปโปตัวโตรุ่นอาวุโส ที่มีอายุถึง 52 ปี ถือเป็นฮิปโปโปที่มีอายุยืนที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสวนสัตว์ดุสิตได้รับแม่มะลิมาจากสวนสัตว์ทีลเบิร์ก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2510

ปัจจุบัน แม่มะลิมีลูกมาแล้ว 14 ตัว โดยลูกตัวที่อายุมากที่สุด ชื่อ "ตอร์ปิโด" เพศผู้ อายุ 40 ปี ปัจจุบันอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ และตัวที่อายุน้อยที่สุดชื่อ "มะยม" เพศผู้ อายุ 12 ปี อยู่ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ใครที่อยากมาทักทายแม่มะลิก็มาเจอกันได้ที่บ่อฮิปโปโปเตมัส ก็จะได้เจอกับแม่มะลิที่เดินอุ้ยอ้ายอวดโฉมมาให้ชมความน่ารัก และยังเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยเสมอมา
รัฟฟ์ลีเมอร์
รัฟฟ์ลีเมอร์
เป็นสัตว์ในตระกูลลิงชนิดหนึ่ง จัดเป็นลีเมอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนยาวหนาและนุ่ม ขนตามลำตัวสีขาว-ดำตัดกัน มีขนสีขาวบริเวณรอบหูและคอ ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง
รัฟฟ์ลีเมอร์
นอกจาก 10 จุดที่ชวนไปชมกันแล้ว ที่ “สวนสัตว์ดุสิต” ก็ยังมีจุดน่าสนใจอีกหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นการไปชมยีราฟคอยาว ไปชมนกที่เกาะนก มีลิงหลากหลายสายพันธุ์ บรรดาเจ้าป่า หมีหมา สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก แล้วก็ยังมีกิจกรรมแสดงความสามารถของสัตว์ โดยมีการฝึกให้สัตว์ต่างๆ ได้แสดงความสามารถน่ารักๆ ให้คนได้ชมกัน อย่างเช่น การแสดงของแมวน้ำแสนรู้ ที่เรียกรอยยิ้มจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี

ระยะเวลาจากวันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2561 ก็เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากจะไปซึมซับบรรยากาศของเขาดินกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปิดตัวไป ก่อนจะได้ไปเจอกันใหม่ ในสถานที่ใหม่ กับบรรยากาศใหม่ๆ ในอนาคต
เที่ยวเขาดินเก็บความประทับใจ
* * * * * * * * * * * * * * * * *

“สวนสัตว์ดุสิต” ตั้งอยู่บนถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ทุกวัน อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กเล็ก-ปวช. 20 บาท ปวส.-มหาวิทยาลัย 50 บาท ข้าราชการในเครื่องแบบ 50 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ภิกษุ สามเณร และคนพิการ เข้าชมฟรี และจะเปิดให้ชมถึงวันที่ 30 ก.ย. นี้เท่านั้น สอบถามโทร.0-2281-2000
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :Travel @ Manager


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...