xs
xsm
sm
md
lg

เลาะเลียบถนนสายเกลือ “เพชรบุรี” ดูของดีจากธรรมชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นาเกลือ ยังมีให้เห็นที่ จ.เพชรบุรี
บนเส้นทางเลาะเลียบอ่าวไทยรูปตัว ก บริเวณปากของตัว ก.ไก่ เป็นส่วนที่อยู่ในพื้นที่ของ “จ.เพชรบุรี” โดยเป็นทั้งปากอ่าว เป็นชายหาดทั้งมีทั้งโคลนและทราย รวมถึงมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้อุดมไปด้วยสัตว์นั้นที่เอื้อต่ออาชีพการทำประมงของชาวบ้านในละแวกนี้
ระบบบำบัดน้ำเสียโดยพืชและหญ้ากรองน้ำเสีย
แต่สมัยก่อน พื้นที่บริเวณนี้ก็ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างที่เห็น ด้วยปัญหาป่าชายเลนเสื่อมโทรม ปัญหาขยะและน้ำเสียในแม่น้ำเพชรบุรี จึงได้เกิด “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ขึ้น โดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้สำนักงานมูลนิธิ ชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และกรมชลประทาน ร่วมกันศึกษาหาวิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับขยะมูลฝอย น้ำเสีย และการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีทางธรรมชาติ
ป่าชายเลนในพื้นที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ปรัชญาของโครงการคือ การบำบัดน้ำเน่าเสียและขยะมูลฝอยชุมชนสามารถทำได้ภายใต้กระบวนการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างง่ายและราคาถูก ด้วยการใช้วัสดุท้องถิ่น โดยวิธีการบำบัดน้ำเสียที่นำมาใช้ในแหลมผักเบี้ยมี 4 ระบบ คือ 1.ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ที่อาศัยการกักน้ำเสียไว้ในระยะเวลาที่เหมาะสม เติมออกซิเจนด้วยการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอน และอาศัยแรงลมช่วยเติมอากาศ 2.ระบบพืชและหญ้ากรองน้ำเสีย ใช้พืชกลุ่มหญ้าอาหารสัตว์ และ กลุ่มพืชทั่วไป อาทิ ธูปฤาษี กกกลม โดยเมื่อขังน้ำเสียครบตามกระบวนการแล้วก็จะตัดพืชออก สามารถส่งให้กลุ่มแม่บ้านทำเครื่องจักสานต่อไปได้ด้วย
สะพานไม้ยาวทอดสู่ทะเล
3.ระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม ใช้พืชแบบเดียวกับระบบที่สอง แต่จะใช้การเติมน้ำเสียลงสู่ระบบเพื่อเป็นการผลักดันน้ำเสียเก่าออกไป และ 4.ระบบแปลงพืชป่าชายเลน จะให้ธรรมชาติบำบัดตัวเองตามระยะเวลาการขึ้นลงของน้ำทะเลในแต่ละวัน โดยอาศัยรากของพืชป่าชายเลนช่วยเติมออกซิเจนในน้ำ
ปูก้ามดาบ อาศัยอยู่ในป่าชายเลน
ภายในโครงการ เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้และดูงานในพื้นที่ โดยจะมีรถนำชมตามจุดต่างๆ ซึ่งนอกจากระบบบำบัดน้ำเสียต่างๆ แล้ว ยังมีอีกจุดไฮไลต์คือป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ที่มีเส้นทางสะพานไม้ทอดยาวยื่นออกไปจนถึงทะเล ระหว่างเส้นทางก็จะพบกับพันธุ์ไม้ป่าชายเลนชนิดต่างๆ รวมถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน อาทิ ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามดาบ เป็นต้น

และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ จึงทำให้มีนกอพยพเข้ามาในพื้นที่มากกว่า 200 ชนิด ทำให้กลายเป็นสวรรค์ของนักดูนกอีกแห่งหนึ่งที่คนรักนกไม่ควรพลาด
โครงการทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
นอกจากปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าชายเลน และปัญหาน้ำเสียที่ถูกแก้ไขแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องสัตว์ทะเลตามธรรมชาติในน่านน้ำไทยที่มีจำนวนลดน้อยลง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงทราบปัญหาและทรงริเริ่มให้ทำฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสาน เพื่อเป็นทางเลือในการทดแทนการออกเรือไปจับสัตว์ทะเลในน่านน้ำที่ห่างไกล

โดยมีการจัดตั้ง “โครงการทะเลตัวอย่างตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” เพื่อดำเนินการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดและสัตว์ทะเลพร้อมบำบัดคุณภาพน้ำ โดยใช้หลักการหมุนเวียนน้ำให้เกิดการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ ทำให้สามารถเลี้ยงสัตว์สองน้ำและสัตว์ทะเลได้ โดยของเสียจากทุกฟาร์มจะถูกนำมาใช้เป็นอาหารของไรน้ำเค็ม (อาร์ทีเมีย) และตัวไรน้ำเค็มเองก็ยังสามารถนำไปเป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อนได้ด้วย
ทดลองเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแบบอินทรีย์
น้ำเค็มจากการเลี้ยงไรน้ำเค็ม ยังสามารถนำไปทำน้ำทะเลธรรมชาติแบบผง ทำเกลือ และดอกเกลือ กลายมาเป็นสินค้าของโครงการ รวมถึงกระบวนการสุดท้ายของนาเกลือก็จะได้ปุ๋ยนำไปเพาะปลูกต้นไม้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่มีของเสียจากฟาร์มออกไปสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกเลย

นอกจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำนาเกลือ ก็ยังมีแปลงสาธิตกรเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบแพเชือก ที่จะช่วยลดปัญหาการตายของหอยแมลงภู่ การสาธิตการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นแบบอินทรีย์ ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ขายได้ราคาดี และก็ยังเป็นผลผลิตที่ทางโครงการมีจำหน่ายสำหรับผู้ที่สนใจอยากลองชิมด้วย
นาเกลือริมถนน
บนเส้นทางเลาะเลียบทะเลของ จ.เพชรบุรี ที่เริ่มมาตั้งแต่คลองโคน-บางตะบูน-บ้านแหลม จะเห็นว่าสองข้างทางมีการทำ “นาเกลือ” อยู่เป็นระยะๆ เสมือนทุ่งที่ถูกย้อมไปด้วยความขาวของเกลือถือได้ว่าเป็นงามที่แปลกไปอีกอย่าง ในบางแปลงก็ยังมีน้ำขังอยู่บ้าง หรือบางแปลงก็มีเกลือมากอง มีชาวบ้านมาขนเข้าสู่โรงเกลือ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะเป็นช่วงที่มีเกลืออยู่เต็มพื้นที่
หนึ่งในกระบวนการทำนาเกลือที่ต้องอาศัยแรงคน
การทำนาเกลือนั้น ต้องอาศัยพื้นที่ขนาดใหญ่พอเพื่อขังน้ำทะเลไว้ให้แห้งจนเป็นผลึกเกลือ และยังต้องมีขั้นตอนตั้งแต่การปรับหน้าดิน การทิ้งน้ำทะเลไว้ในนาตาก แล้วเมื่อได้ที่ปล่อยเข้าสู่นาปลง จะเห็นได้ว่าการทำนาเกลือนั้นเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเวลารอคอยการแห้งของเกลือหรือการใช้แรงงานคนในการแบกหามท่ามกลางอากาศร้อน กว่าจะได้เกลือออกมาใช้ได้นั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพเกลือทะเลกังหันทอง
นอกจากภูมิปัญญาในการทำนาเกลือแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเกลืออย่าง "ดอกเกลือ" นั้นก็ถือเป็นของดีอีกอย่างหนึ่งที่ชาวบ้าน ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี นำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ที่ผสมผสานกับสมุนไพรไทย ภายใต้การรวมกลุ่มของชาวบ้านในชื่อ "กลุ่มอาชีพเกลือทะเลกังหันทอง" เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น และพัฒนาคุณภาพในชีวิต ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วยสปาเกลือตามแบบฉบับท้องถิ่น

หากใครสนใจจะเดินทางมาทำสปาเกลือ สังเกตบ้านทรงไทยหลังใหญ่ริมถนน เป็นที่ทำการของกลุ่ม โดยสามารถเลือกผ่อนคลายได้ทั้งการนวดแผนไทยแบบต่างๆ และการทำสปาเกลือ ทั้งขัดตัว นวดหน้า โดยมีผลิตภัณฑ์จากเกลือ ที่ถูกแปรรูปมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เกลือขัดหน้าสมุนไพร เกลือขัดผิวในน้ำแร่ สบู่ดอกเกลือ โลชั่นสมุนไพร เป็นต้น
ทดลองทำสปาเกลือขัดผิว
เส้นทางคลองโคน-บางตะบูน-บ้านแหลม นอกจากจะได้สัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่แล้ว ก็ยังได้เห็นนาเกลือ ได้ทดลองผ่อนคลายกับผลิตภัณฑ์จากเกลือ แล้วยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อีกหลายแห่ง อย่างที่ หาดเจ้าสำราญ เขาวัง หรือจะเลยไปพักผ่อนที่ชายหาดชะอำก็ไม่ไกลเกินไป

* * * * * * * * * * * * * * * * *

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารใน จ.เพชรบุรี ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0-3247-1005-6 หรือ Facebook : Tat Phetchaburi
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com

 

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...