xs
xsm
sm
md
lg

กรมปศุสัตว์ระดมทีมช่วย "ควายน้ำ" ลุยน้ำท่วมช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัยภาคใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ควายน้ำที่ยังอาศัยอยู่ที่ทะเลน้อย
จากกรณีอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ถึงเดือนมกราคม 2560 ทำให้พื้นที่การเกษตรและผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคใต้ ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก กรมปศุสัตว์จึงระดมหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าช่วยเหลือสัตว์ที่ประสบภัย เผยสัตว์ได้รับผลกระทบกว่า 8.88 ล้านตัว ส่งทีมแจกจ่ายเสบียงสัตว์อย่างต่อเนื่อง เดินหน้าฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ และเร่งเยียวยาผู้สูญเสีย
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยถึงผลกระทบและการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรด้านปศุสัตว์ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า จากการสำรวจเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 2ธันวาคม 2559 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม จำนวน 192,488 คน ใน 653 ตำบล 4,281 หมู่บ้าน และมีสัตว์ได้รับผลกระทบรวม 8,885,576 ตัว โดยพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ จังหวัดพัทลุง มีสัตว์ได้รับผลกระทบกว่า 3.26 ล้านตัว

ในจังหวัดพัทลุง พื้นที่ตำบลทะเลน้อย ตำบลพนางตุง ตำบลแหลมโตนด ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของควายน้ำ โดยปกติควายน้ำจะหากินโดยการว่ายน้ำหรือดำน้ำอยู่บริเวณทะเลน้อย แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทำให้คอกควายที่เป็นที่อาศัยอยู่ในทุ่งและทะเลสาบถูกน้ำท่วม ทำให้ควายไม่สามารถอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ ควายต้องแช่อยู่ในน้ำนานจนส่งผลให้เกิดอาการอ่อนแรงอีกทั้งยังไม่สามารถดำน้ำลงไปกินหญ้าได้ และในช่วงที่มีการอพยพควายขึ้นที่สูงมีการปีนป่ายเหยียบกันในฝูง และมีโรคระบาดเกิดขึ้นอีกด้วย ทำให้มีควายตายเป็นจำนวน 184 ตัว
ควายน้ำที่ยังอาศัยอยู่ที่ทะเลน้อย
ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้เร่งให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร โดยได้จัดทีมสัตวแพทย์เข้าไปรักษาควายที่ป่วยและได้รับบาดเจ็บจากการอพยพ โดยการรักษาตามอาการและฉีดวิตามินบำรุงร่างกาย อพยพสัตว์ไปยังพื้นที่สูง และแจกจ่ายเสบียงสัตว์ให้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ หญ้าแห้ง อาหารทีเอ็มอาร์ (TMR) /อาหารสำเร็จรูป โดยได้รับการสนับสนุนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดรถไฟขบวนพิเศษช่วยขนส่งหญ้าแห้งนำไปแจกจ่ายแก่เกษตรกรผู้ประสบภัยในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเสบียงสัตว์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์อีกด้วย

ด้านนายสัตวแพทย์เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขานุการกรมปศุสัตว์ ในฐานะรองโฆษกกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาพื้นที่เลี้ยงควายที่ทะเลน้อยในระยะยาว ด้วยการทำเกาะ จำนวน 9 แห่ง เพื่อให้ฝูงควายได้อยู่อาศัยโดยหลังน้ำลดและกลับเข้าสู่ภาวะปกติจะดำเนินการปรับระดับเนินดินให้มีขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 20 เมตร และสูงจากระดับน้ำ 2.5 เมตร แล้วปูด้วยแผ่นพื้นสำเร็จรูปขนาด 35 เซนติเมตร ยาว 5 เมตร หนา 7 เซนติเมตร ซึ่งคาดว่า จะสามารถรองรับควายได้แห่งละ 100 ตัว รวม 900 ตัว
ฝูงควายน้ำที่อพยพขึ้นมาบนฝั่ง
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยังกล่าวอีกว่า กรมปศุสัตว์ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและหน่วยพัฒนาสุขภาพและผลผลิตโคนมจากทั่วประเทศกว่า 220 นาย ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 และเขต 9 โดยได้จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ 50 หน่วย ออกให้บริการเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง และสงขลา โดยให้บริการรักษาพยาบาลสัตว์แล้ว จำนวน 96,907 ตัว แจกถุงยังชีพสัตว์/เวชภัณฑ์ 9,891 ชุด ฉีดวัคซีนป้องกันโรคสัตว์ จำนวน 1,412 ตัว และดำเนินการศัลยกรรมสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ตัวด้วย

“กรณีแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์สาธารณะเสียหาย จะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ไม่เกินไร่ละ 2 กิโลกรัม หรือใช้หน่อพันธุ์/ท่อนพันธุ์ไม่เกินไร่ละ 250 กิโลกรัม ส่วนแปลงหญ้าของเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือรายละไม่เกิน 20 ไร่ โดยจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ ไม่เกิน 2 กิโลกรัม/ไร่ หรือใช้หน่อพันธุ์/ท่อนพันธุ์ไร่ละไม่เกิน 250 กิโลกรัม โดยราคาเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ที่สนับสนุนไม่เกิน 110 บาท/กิโลกรัม หน่อพันธุ์/ท่อนพันธุ์ไม่เกินกิโลกรัมละ 2.50 บาท กรณีที่สัตว์ตายหรือสูญหายจะเร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนเท่าที่เสียหายจริง โดยจ่ายเงินชดเชยให้ไม่เกินเกณฑ์การช่วยเหลือที่กำหนด” นายสัตวแพทย์อภัย กล่าว
ทีมสัตวแพทย์เข้าไปช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม กรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรเร่งด่วนหลังน้ำลดโดยยึดตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร พ.ศ.2556 อาทิ ช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมคอกสัตว์ที่เสียหาย ครอบครัวละไม่เกิน 5,000 บาท โดยทำเรื่องเบิกจ่ายได้จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนพืชอาหารสัตว์ วัคซีน และเวชภัณฑ์รักษาสัตว์เพื่อป้องกันและกำจัดโรคสัตว์อย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลดอย่างใกล้ชิด ทั้งยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างเหมารถยนต์หรือเรือเอกชนในการขนย้ายสัตว์เลี้ยงกลับสู่พื้นที่เดิมด้วย
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com

 

กำลังโหลดความคิดเห็น