แม้ไม่ใช่ช่วงเดือนเทศกาลแห่งความรัก ก็สามารถนั่งอิ่มเอิบเอมใจกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยสีสันชมพูหวานได้เช่นกัน สำหรับคนที่มีใจรักในการกินและกำลังมีความรัก ชนิดที่ว่ามองอะไรโลกนี้ก็เป็นสีชมพู "ผู้จัดการตระเวนกิน" มีร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติกมาฝากกัน ร้านนี้ชื่อว่า "ซา ซา ซู" ตั้งอยู่ในตึก Exchange Tower LG 03 ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าอโศกนัก
หลายคนอาจยังสงสัยว่าชื่อร้าน "ซา ซา ซู"แปลว่าอะไร ขจรพงศ์ ทีปกานนท์ เจ้าของร้านและพ่อครัวมือหนึ่งประจำร้าน แปลให้ฟังว่า ซา ซา ซู เป็นคำแสลงในซีรี่ส์เรื่อง "Sex and the city" แปลว่า "ตกหลุมรัก"ที่ร้านนี้ตกแต่งร้านเป็นสีชมพูหวานล้วนๆ ห้องครัวเป็นแบบเปิดโล่ง เพื่อที่ลูกค้าจะได้เห็นถึงกระบวนทำอย่างถนัด เน้นการทำอาหารแบบฟิวชั่น ที่ผสมผสานระหว่าง 4 ชาติ คือ อิตาเลียน ญี่ปุ่น ไทย เกาหลี เป็นหลัก ซึ่งจากที่ได้ลิ้มลองมามีอาหารรสดีเข้าท่าอยู่หลายเมนูด้วยกัน
เริ่มจาก ซาซาซู พิซซ่า (108บาท) เป็นพิซซ่าแนวคิดใหม่ แป้งโรตีทอดกรอบโรยหน้าด้วยปามาแฮม มอสเซอเรล่าชีส มะเขือเทศเชอรี่ ใบโหระพาสด และมะกอกดำ ราดด้วยซอสมะเขือเทศสูตรพิเศษก่อนจะนำไปอบ เมื่อกินเข้าไปคำแรกจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มหวานหอมกรอบของแป้งโรตี และรสชาติมันเค็มจากชีส
อีกหนึ่งเมนูชวนลอง สลัดซีซ่ากะปิ (128บาท)จานนี้เป็นลูกครึ่งผสมระหว่างอิตาเลียนกับไทย โดดเด่นด้วยผักสดสั่งตรงจากโครงการหลวง ดัดเปลี่ยนจากสูตรเดิมที่ใช้น้ำแอนโชวี่ เปลี่ยนมาเป็นกะปิอย่างไทย ตีผสมกับไข่ น้ำมัน น้ำส้ม เสิร์ฟคู่กับเบคอน ไก่ย่าง และขนมปังกระเทียม รสชาติที่ได้จากผักสดช่างกรอบหวาน น้ำสลัดนั้นมีกลิ่นกะปิอ่อนๆไม่แรง เป็นจานที่กลมกล่อมลงตัวทีเดียว
ต่อด้วย สุดยอดเต้าหู้ (68 บาท) ที่น่ากินทั้งสีสันและหน้าตา ทางร้านใช้เต้าหู้ออแกนนิกส์ซึ่งเป็นเต้าหู้สกัดปราศจากสารเจือปน นำมาปรุงรสสองสไตล์ในจานเดียว แบบแรกเป็นเต้าหู้เนื้อนุ่มแช่เย็น เสิร์ฟคู่กับซอสเกาหลีรสจัด รสเนียนนุ่มแทบจะละลายในปาก เมื่อกินคู่กับซอสเกาหลีจะได้รสชาติหวานๆ เผ็ดๆ และอีกหนึ่งแบบเป็น เต้าหู้หนังกรอบ เต้าหู้ญี่ปุ่นอย่างดีถูกนำมาทอดกรอบ ราดด้วยซอสมะขามใส่น้ำผึ้ง มีเครื่องเคียงเป็นถั่วงอกผัดคลุกน้ำมันงา เนื้อข้างนอกหนังกรอบสมชื่อ แต่ด้านในเนื้อเต้าหู้กลับนุ่มละมุน ตัวซอสที่ราดนั้นให้รสเปรี้ยวอมหวาน
จานนี้ก็น่ากินไม่เบา ข้าวพะแนงปลาดอรี่ (168บาท) เป็นการนำปลาดอรี่ปลาทะเลที่เนื้อขาวไร้มัน มาปรุงรสตบแป้งและทอดกรอบ ก่อนจะนำมาจัดวางลงบนข้าวสวยร้อนๆแล้วราดด้วยน้ำพะแนง และราดทับอีกทีด้วยครีมสูตรลับ โรยหน้าด้วยงาขาวกับงาดำ กินตอนกำลังร้อนๆจะได้กลิ่นพะแนงหอมเครื่องแกง มันกะทิ เนื้อปลาก็นุ่มหวานรสชาติกลมกล่อม
เมนูท้ายสุดชวนกินต้อง มิโซะ วองโกเล่ (168บาท) ที่นำเอาเส้นสปาเก็ตตี้และหอยลายสดแกะเปลือก มาผัดในซอสไวน์ขาว คลุกเคล้ากับเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นและเพิ่มกลิ่นความหอมด้วยใบโหระพาสด จานนี้เส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่มรสกลมกล่อม เนื้อหอยลายนุ่ม หอมกลิ่นซอสญี่ปุ่นที่ซึมอยู่ในเนื้อหอยอ่อนๆ
หากยังไม่หนำใจ ก็สามารถขอเมนูจากทางร้านมาดูเพิ่มเติมได้ เพราะเขามีเป็นร้อยเมนู อย่าง ข้าวหมูย่างกับซอสสาเก(108บาท)ที่หอมกลิ่นสาเกเป็นอย่างยิ่ง,ตะไคร้มะนาวโซดา(45บาท),ซุปแอตแลนติก(88บาท),สลัดท้องปลาซัลมอน(228บาท),เส้นหมี่ไก่ย่างซอสพริกเกาหลี(88บาท) หรือ กิมจิพาสต้า (168บาท)สปาเก็ตตี้แบบฟิวชั่นก็น่าลิ้มรส ลองควงแขนคนรู้ใจหรือมิตรสหายที่รักมานั่งกันที่ร้าน "ซา ซา ซู"แล้วจะรู้ว่ามีดี
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
"ซา ซา ซู" (Zsa Zsa Zsu) ตั้งอยู่ที่ 388 Exchange Tower LG 03 ถ.สุขุมวิท คลองเตย กทม. การเดินทางนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีอโศก แล้วเดินมาทางอาคารExchange มาถึงอาคารฯ ให้ลงบันไดเลื่อนไปที่ชั้นล่าง จะเห็นร้านซา ซา ซู อยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 0-2204-2422, 08-1559-9928
คลิก!! อ่านรายละเอียดและการเดินทางไปยังร้าน "ซา ซา ซู"


