xs
xsm
sm
md
lg

เยือนถิ่นอีสานใต้ ยล "ปราสาทหินเมืองต่ำ" แห่งบุรีรัมย์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


จังหวัดในแถบอีสานใต้ ถือเป็นดินแดนแห่งอารยธรรมขอมโบราณที่ยังคงมีร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีตหลงเหลือไว้ให้คนรุ่นปัจจุบันได้เห็นในรูปของปราสาทหินน้อยใหญ่ กระจัดกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ เช่น นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ

จังหวัดบุรีรัมย์ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานใต้ที่มีปราสาทหินหลายแห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นที่รู้จักกันดีก็คือปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินทรายสีชมพูบนยอดเขา และไม่ไกลจากปราสาทพนมรุ้งเท่าไรนักก็ยังมีปราสาทหินอีกแห่งหนึ่ง ที่ในวันนี้ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ได้มีโอกาสมาเยือน นั่นก็คือ "ปราสาทเมืองต่ำ" อีกหนึ่งอันอันซีนไทยแลนด์ของจังหวัดบุรีรัมย์

ว่ากันว่าข้อมูลของปราสาทเมืองต่ำนั้นมีค่อนข้างน้อย แต่วันนี้ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ก็ได้ทราบเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับปราสาทเมืองต่ำจากเจ้าหน้าที่มัคคุเทศก์ เทอด คเชนทร ซึ่งเป็นผู้เล่าความเป็นมาของปราสาทหินหลังนี้ให้ฟังว่า ปราสาทเมืองต่ำนี้สร้างขึ้นโดยชาวชุมชนโบราณมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูเพื่อถวายบูชาแด่พระศิวะ และเป็นศิลปะขอมแบบปาปวน

หากจะนับความอาวุโสแล้ว ปราสาทเมืองต่ำมีอายุมากกว่าปราสาทหินพนมรุ้งและนครวัดประมาณ 100 ปี แต่มีอายุเท่าๆ กับเขาพระวิหารเพราะสร้างในช่วงสมัยเดียวกัน ซึ่งตรงกับเวลาที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ครองราชย์อยู่ที่เมืองพระนครหลวง (เขมร) ในสมัยนั้น

วัสดุหลักที่ใช้สร้างปราสาทนั้นก็เหมือนกับปราสาทหินอื่นๆ ส่วนใหญ่ นั่นก็คือศิลาแลง อิฐ และหินทราย โดยเฉพาะศิลาแลงที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ "ยิ่งอยู่นานยิ่งแข็งแกร่ง" โดยเชื่อว่าแหล่งตัดหินเพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างนั้นอยู่ที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งเดียวกับที่ใช้สร้างปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทหินอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

กรมศิลปากรเข้ามาบูรณะปราสาทเมืองต่ำโดยต้องใช้เวลาถึง 9 ปี วิธีการในการบูรณะนั้นต้องใช้วิธีที่เรียกว่าอนัสติโลซิส (Anastylosis) หรือเป็นการทำเครื่องหมายไว้ที่ชิ้นส่วนของโบราณสถานแต่ละชิ้น จากนั้นจึงรื้อสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นออก แล้วจึงนำกลับไปเรียงก่อขึ้นมาใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม

แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก แต่ปราสาทเมืองต่ำก็มีหลายสิ่งที่น่าสนใจ โดยแผนผังของปราสาทหินแห่งนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบทั้งสี่ด้านด้วยกำแพงแก้วความสูงเกือบ 3 เมตร เมื่อเดินลอดซุ้มประตูของกำแพงแก้วเข้าไป ให้สังเกตดูที่พื้นหินซึ่งมีรั้วไม้เล็กๆ ล้อมไว้ ภายในวงล้อมนั้นคือภาพสลักบนพื้นหินเป็นรูปดอกบัว 8 กลีบ มัคคุเทศก์บอกกับ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ว่า นักประวัติศาสตร์ต่างก็ตีความสัญลักษณ์นี้ไว้แตกต่างกัน แต่ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล บอกว่า ความหมายของสัญลักษณ์นี้คือความบริสุทธิ์เหมือนบัว ใครก็ตามที่ขอพรแล้วเดินรูปดอกบัวนี้ก็จะถือว่าเป็นคนที่บริสุทธิ์แล้ว คือบริสุทธิ์จากกิเลส พร้อมจะเข้าไปบูชาพระศิวะได้ แต่ภายหลังกรมศิลป์ฯ นำรั้วไม้เล็กๆ มากั้นไว้เพราะกลัวว่านักท่องเที่ยวจะเดินเหยียบจนเสียหาย

และเมื่อผ่านซุ้มประตูกำแพงแก้วเข้าไป ก็จะพบกับระเบียงคดและซุ้มประตูอีกชั้นหนึ่ง ลักษณะของระเบียงคดนั้นเป็นแนวรั้วก่อด้วยหินทรายห้องๆ ความกว้างประมาณ 2 เมตรต่อกันโดยรอบ ที่ผนังเจาะช่องเป็นหน้าต่างกว้างๆ ให้แสงผ่านเข้า แต่ส่วนที่เป็นหลังคาและเสาคานนั้นพังหายไปหมดแล้วเพราะสร้างจากไม้

"ผู้จัดการท่องเที่ยว" คิดว่ามุมตรงระเบียงคดนี้เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมแห่งหนึ่งทีเดียว เพราะเห็นนักท่องเที่ยวกี่คนๆ ที่เดินผ่านก็จะต้องหยุดแวะถ่ายภาพระเบียงคดที่ทอดยาวมีช่องหน้าต่างหลายสิบบานกันตรงนี้แทบทุกคน แต่มัคคุเทศก์กระซิบบอกกับเราว่า ด้านหลังปราสาทมีมุมสวยๆ อีกเยอะ ก่อนจะเดินนำชมสิ่งต่างๆ ภายในระเบียงคดต่อ

สิ่งก่อสร้างด้านในสุดที่ถูกล้อมรอบด้วยระเบียงคดและกำแพงแก้วนั้น คือบรรณาลัยและกลุ่มปรางค์ 5 องค์ สำหรับบรรณาลัยนั้นมีสองหลังด้วยกัน สร้างขึ้นด้วยอิฐและใช้เป็นสถานที่สำหรับเก็บรักษาคัมภีร์และตำราทางศาสนา หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเหมือนห้องสมุดนั่นเอง และเชื่อว่าอาจถูกใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพด้วยเช่นกัน

หลังจากสำรวจบรรณาลัยเรียบร้อยแล้ว เราจึงหันมาสำรวจกลุ่มปรางค์กันบ้าง ปรางค์ทั้ง 5 องค์นี้ถือเป็นสิ่งก่อหลักที่สำคัญที่สุดของปราสาทเมืองต่ำแห่งนี้ ปรางค์ที่สร้างจากอิฐทั้ง 5 องค์นี้สร้างอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุ 5 ยอด ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

ปรางค์ทั้ง 5 องค์นี้อยู่เรียงกันเป็นสองแถว แถวหน้ามีปรางค์สามองค์ ส่วนด้านหลังเป็นปรางค์อีกสององค์ องค์ที่อยู่ตรงกลางด้านหน้าเป็นปรางค์ประธาน ซึ่งภายในมีรูปเคารพคือศิวลึงค์ แต่ตอนนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์ข้อมูลของปราสาทหินพนมรุ้ง ส่วนยอดของปรางค์ทุกองค์นั้นพังลงมาหมดแล้ว โดยยังมีชิ้นส่วนของยอดปรางค์ประธานวางอยู่ที่พื้นใกล้ๆ องค์ปรางค์ ซึ่งกรมศิลป์ฯ ไม่กล้ายกกลับขึ้นไปเพราะกลัวว่าจะทรุดพังลงมาอีก

หลังจากนั้น "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ก็เดินออกจากระเบียงคดทางด้านหลังองค์ปรางค์ ตามหลังมัคคุเทศก์ที่บอกว่ามีมุมถ่ายรูปสวยๆ อยู่ด้านหลังปราสาท เมื่อเดินออกจากซุ้มประตูระเบียงคดไปก็จะพบกับสระน้ำ หรือบารายรูปตัวแอล (L) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สระ ตรงมุมทั้งสี่ระหว่างกำแพงแก้วกับระเบียงคด บารายทั้งสี่นี้ก่อขึ้นจากศิลาแลงทำเป็นขั้นบันไดลงไปถึงก้นสระ ที่น่าสนใจคือตรงมุมสระจะมีพญานาค 5 เศียรอยู่ทุกมุม มีลำตัวยาวไปตามขอบสระ พญานาคเหล่านี้เป็นพญานาคที่อาจจะดูแตกต่างในสายตาของหลายๆ คน เพราะเศียรของพญานาคเหล่านั้นดูโล้นๆ ไม่มีรัศมีไม่มีเครื่องประดับเศียร ลักษณะคล้ายกับงูตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะแบบปาปวน เชื่อว่าสระน้ำทั้งสี่นี้อาจเป็นสระที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา และเป็นสัญลักษณ์ของมหาสมุทรทั้งสี่ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุนั่นเอง

และมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ว่านั้น ก็อยู่ตรงมุมบารายที่มีพญานาค 5 เศียร เมื่อถ่ายรูปกลับไปก็จะมองเห็นพญานาคเป็นฉากหน้า ด้านหลังเป็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ที่ล้อมรอบไปด้วยบานหน้าต่างของระเบียงคด และมองเห็นซุ้มประตูด้านหน้าอยู่ไกลๆ และเนื่องจากวันนั้นเป็นวันฟ้าใส แดดตอนบ่ายสาดแสงจ้าทำให้ทุกอย่างดูสดใสไปหมด จึงทำให้ภาพนั้นเป็นภาพประทับใจของ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ไปโดยปริยาย

และนอกจากสิ่งก่อสร้างหลักๆ เหล่านี้แล้ว รายละเอียดยิบย่อย อย่างเช่นทับหลังหรือลวดลายตามซุ้มประตูต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม อย่างทับหลังรูปพระอินทร์ประทับนั่งบนตัวหน้ากาล ทับหลังรูปพระศิวะอุ้มพระอุมาบนพระเพลา ประทับนั่งอยู่บนหลังโคนนทิ หรือภาพพระวรุณทรงหงส์ รวมไปถึงลวดลายพันธุ์พฤกษาที่แกะสลักอยู่ตามเสาต่างๆ และในบางจุดหากมองดีๆ ก็จะเห็นตัวหนังสืออักษรขอมโบราณอยู่ด้วยเช่นกัน

ในขณะนี้ก็ได้มีโครงการที่จะเสนอเส้นทางวัฒนธรรม โดยมีปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ ที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เพิ่งจะได้นำชมไป ให้เป็นมรดกโลก ทีนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันต่อไปว่า เส้นทางนี้จะผ่านหลักเกณฑ์และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในอนาคตหรือไม่

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 

ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ในเวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 1 โทร. 0-4421-3666, 0-4421-3030
การเดินทางไปยังจังหวัดบุรีรัมย์                     ที่พัก                  

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

“บุรีรัมย์” แดนดินถิ่นปราสาทหิน
หนึ่งปีมีครั้งกับประเพณีขึ้น“เขาพนมรุ้ง”