แม้จะเป็นช่วงฤดูฝนที่หลายๆคนคงเบื่อกับสภาพอากาศฝนตกฟ้าคะนอง ที่ไม่ค่อยเป็นใจให้ออกไปท่องเที่ยวกันกลางแจ้งซักเท่าไร แต่สำหรับเราแล้ว หน้าฝนถือเป็นฤดูที่ธรรมชาติดูจะมีชีวิตชีวามากที่สุด
นอกจากนี้ในความเปียกปอน ความลื่น และความเฉอะแฉะของหน้าฝน ยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่บรรดาขาลุยหลายๆคนชื่นชอบยิ่งนัก ด้วยเหตุนี้ยามที่ฝนยังไม่จางห่างหายไปจากท้องฟ้าเมืองไทย "ผู้จัดการท่องเที่ยว"จึงขอเลือกเดินทางไปเที่ยววัดใจกับทริปผจญภัยเล็กๆที่สุดแดนบูรพาแห่งสยามประเทศ ณ จังหวัดสระแก้วกันเสียหน่อย
โรยตัว...ถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว
การไปเยือนสระแก้วของเราในทริปนี้ถือเป็นความแปลกใหม่ไม่น้อยสำหรับ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เพราะเป้าหมายที่เราไปเยือนในทริปนี้ถือว่าใหม่สำหรับเรามากๆ นั่นก็คือ"ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง" และ"ถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว"แห่งเขาเลื่อม อ.คลองหาด ที่นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน้องใหม่ของเมืองไทยแล้ว ถ้ำทั้งคู่ที่อยู่ใกล้ๆกันยังเป็นตัวชูโรงใน อ.คลองหาด อีกด้วย
และด้วยความที่การท่องเที่ยวของที่นี่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากนัก เส้นทางไปสู่ถ้ำทั้ง 2 จึงค่อนข้างที่จะห่างไกลจากเทคโนโลยีอันศิวิไลซ์พอสมควร 2 ข้างทางดูที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ร่มรื่น เขียวครึ้ม ที่ดูแล้วสดชื่นหัวใจดีแท้ ซึ่งความร่มรื่นเช่นนี้ ทำให้ "ผู้จัดการท่องเที่ยว"อดไม่ได้ที่จะเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับลมเย็นๆและอากาศอันสดชื่นให้เต็มปอดไปจนถึงยัง ถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว ที่มากไปด้วยหินงอกหินย้อยมากมาย อาทิ รูปสาหร่าย รูปผ้านวมรูปหยดน้ำ รูปหอยสังข์ ฯลฯ ที่ไม่เพียงแปลกตาน่ายลเท่านั้นแต่ยังชวนให้จินตนาการอีกด้วย
นอกจากหินงอกหินย้อยอันน่ายลแล้ว ถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว ยังมีกิจกรรมกระตุ้นต่อมอะดรินาลีนอย่างการโรยตัวลงจากหน้าผาที่ระดับความสูงประมาณ 30 เมตร ให้เราได้ออกอาการหวาดเสียวกันเล็กน้อย
สำหรับทางขึ้นไปยังผาโรยตัวนั้น มีความชันกันพอสมควรแต่ผู้ร่วมทางก็ช่วยกันดึง ช่วยกันดันจนมาถึงทางแยก ถึงตรงนี้เสียงเจ้าหน้าที่ถามอาสาสมัครใจกล้าเพื่อไปทดสอบความสูงมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายคน “ผู้จัดการท่องเที่ยว”เอง เข้าเมืองตาหลิ่วจึงต้องหลิ่วตาตาม ขันอาสาไปกับเขาด้วย ส่วนใครที่ไม่นิยมความสูงก็จะเดินลงไปรอดูผู้กล้าอยู่ด้านล่างแทน
ครั้นเมื่อมาถึงยังจุดโรยตัวก็พบเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพร้อมอุปกรณ์ที่วางไว้เตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นถุงมือผ้าคู่หนา หมวกกันน็อค และชุดไต่ผา หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คความเรียบร้อยของการชุดที่ใส่เพื่อความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่งแล้ว ก็ได้เวลาปฏิบัติการจริงกันเสียที เจ้าหน้าที่นำเชือกมาเกี่ยวกับตะขอด้านหน้าเพื่อเตรียมโรยตัว ก่อนลงมีการสอนการลงอย่างถูกวิธี แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีแต่ความตื่นเต้นเข้ามาแทนที่จนจำอะไรไม่ค่อยได้
สู้ไม่สู้! เจ้าหน้าที่ส่งเสียงปลุกขวัญและกำลังใจก่อนเราจะก้าวถอยหลังลงไป....ถอยลงไป......จนสิ้นสุดบริเวณหน้าผาที่หลังจากนั้น ตัวของเราได้ขนานกับพื้นดินแผ่นฟ้า แล้วค่อยก้าวลงมา...ก้าวลงมา...โดยก้าวแต่ละก้าวที่เลื่อนลงมานั้นมันช่างแสนยากเย็นและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยิ่งนัก ยิ่งยามที่มองขึ้นไปยังเบื้องหน้าเบื้องบน โลกที่เห็นมันไม่ใช่มุมที่คุ้นเคยก็ยิ่งเพิ่มความตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นไปอีก
ความรู้สึกในตอนนั้น "ผู้จัดการท่องเที่ยว" คิด(เอาเอง)ว่ามันคงใกล้เคียงกับสไปเดอร์แมนตอนกำลังไต่ตึกอย่างที่เห็นกันในโรงภาพยนตร์ จะต่างกันก็ตรงที่สไปเดอร์แมนมีใยแมงมุมคอยยึดแต่เรามีเชือกเส้นเล็กๆเพียงเส้นเดียวคอยเกี่ยวเอาไว้ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนลงมา ถ้าเชือกแกว่งไปมาไม่ตรงที่ เจ้าหน้าที่ ที่คอยรับอยู่ด้านล่างก็จะโยกเชือกให้เรากลับเข้ามาทางเดิม พอเท้าสัมผัสพื้นได้ คำพูดเดียวที่ออกจากปากมาก็คือ
"เฮ้อ...รอดตัว...โล่งใจ"
สำหรับการโรยตัวผาสูงที่เพชรหาดทรายแก้วนี้มีอยู่ด้วยกันถึงสามจุด โดยจุดที่เราทดสอบกันนี้ถือว่าเป็นจุดที่สูงและได้รับความนิยมมากที่สุด และจุดนี้เองได้เคยมีการมาแต่งงานและจดทะเบียนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยการไต่ผาลงมาหลังจากนั้นจะเข้าไปทำพิธีรดน้ำสังข์กันภายในถ้ำเพชรหาดทรายแก้ว เพราะภายในถ้ำนี้จะมีหินย้อยที่เหมือนกับหอยสังข์ ไว้เป็นประธานน้ำสังข์ในพิธี ซึ่งงานแต่งแหวกแนวนี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อรองรับคู่รักที่ต้องการพิสูจน์รักแท้แบบไม่ซ้ำใคร
ตะลุย...ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง
หลังเรียกขวัญ เรียกสติกลับคืนมาจากการโรยตัว เราย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อมุ่งหน้าสู่ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ถ้ำที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามและความแปลกใหม่ในอำเภอคลองหาด ซึ่งเส้นทางไปยังถ้ำเพชรโพธิ์ทองนี้เป็นทางเดินสบายที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้และมีการปรับแต่งทางจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ไว้เป็นอย่างดีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
ครั้นเมื่อเดินมาถึงยังปากถ้ำ เรานั่งพักกายให้หายเหนื่อยบริเวณปากถ้ำเพื่อรับลมเย็นๆที่พัดผ่านช่องเขาเข้าไปในถ้ำ ก่อนที่จะรวบรวมพลังก้าวเท้าเดินดุ่มๆเข้าสู่ถ้ำที่อากาศในนี้นอกจากจะไม่ร้อนอบอ้าวแล้ว ยังเย็นสบายเพราะมีอากาศถ่ายเทไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา
ภายในถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ได้จัดแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆด้วยกัน ส่วนแรกบริเวณปากถ้ำเป็นลานกว้างรูปไข่และหินสีขาวนวลธรรมชาติ จากนั้นทางเดินจะผ่านเข้าสู่ห้องโถงที่มีมุมเล็กๆบอกว่าเป็นห้องวิปัสสนากรรมฐาน
จากส่วนแรกเดินต่อไปยังจุดที่สองที่มีลมเย็นๆพัดผ่านตัวตลอดเวลา ในส่วนนี้บริเวณด้านบนจะเป็นช่องหินที่แสงแดดทะลุผ่านเข้ามาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าห้องนี้ถือว่าเป็นจุดเด่นของถ้ำเพชรโพธิ์ทองเลยทีเดียว
ส่วนที่สามนี้ต้องไต่บันไดขึ้นไปแล้วไปมุดลอดแผ่นหินแคบๆต่ออีกนิดก็จะโผล่ออกมาพบกับห้องโถงกว้างที่มีหินงอกใหญ่สวยงามอยู่กลางห้องเหมือนเป็นเสาเอกของถ้ำ โดยจุดนี้มีชื่อเรียกว่า"ห้องมุขประดับเพชร"จะมีขนาดใหญ่และมีความสำคัญเพราะจะมีหินงอก ห้องหินย้อยเป็นมุขทรงเจดีย์หรือทรงรูปไข่สีขาว มีเกร็ดทรายเมื่อส่องไฟไปกระทบก็จะเกิดประกายระยิบเรียกว่ามุขประดับเพชรที่แปลกและแตกต่างคือ ลายผนังธรรมชาติของห้องนี้ ที่เกิดจากน้ำขังในแอ่งด้านบนภูเขาจนเกิดสนิมทะลุผ่านเข้ามาเป็นดวงๆคล้ายใบโพธิ์ จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำเพชรโพธิ์ทองนั่นเอง แต่ถ้าใครจะมองเป็นอย่างอื่นนั้นก็ตามแต่จินตนาการของใครของมัน
สำหรับส่วนสุดท้าย เป็นประตูปราสาทถ้ำเพชรโพธิ์ทอง เป็นพื้นต่างระดับ บริเวณนี้จะมีห้องพระ มีลักษณะเป็นช่องโค้งเล็กๆแต่ไม่มีพระอยู่ภายใน ในขณะที่บริเวณด้านนอกถัดมานั้น เราได้พบกับหินงอกที่มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป ที่จะมีน้ำไหลจากเพดานถ้ำด้านบนลงมาตกกระทบตลอดเวลา ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อจะขอพรก็จะเอามือไปรองรับน้ำมนต์แล้วนำน้ำไปลูบในส่วนที่เป็นเศียรพระ ก่อนนำมาลูบหน้าลูบตาตัวเองเพื่อความเป็นสิริมงคล เรียกว่านี่เป็นจุดที่ขายดีทีเดียวเพราะมีเหล่านักบุญเข้าร่วมต่อแถวรับความเป็นสิริมงคลกันยกใหญ่ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดปิดท้ายของการเที่ยวถ้ำเพชรโพธิ์ทองที่ลงตัวไม่น้อย เพราะได้ทั้งความเป็นสิริมงคลและได้ทั้งความสดชื่นจากการนำน้ำเย็นๆจากเพดานถ้ำมาลูบหน้าลูบตัว
"ผู้จัดการท่องเที่ยว"เมื่อเดินมาถึงยังจุดนี้ก็แบบมือรอรับหยดน้ำ(มนต์)จากเพดานถ้ำเหมือนกับคนอื่นๆข้างหน้า แต่ว่าไม่ได้นำน้ำจากเพดานถ้ำไปลูบยังหินพระพุทธรูปหรอกนะ เพราะเรามองว่านี่คือหินงอกชนิดหนึ่งจึงไม่ควรที่จะนำมือไปแตะต้องสัมผัสเพราะกลัวว่าอาจจะทำให้หินงอกหยุดการเจริญเติบโตได้ งานนี้เราจึงทำเพียงยืนไหว้หินพระพุทธรูปพร้อมนำน้ำเย็นๆจากเพดานถ้ำมาลูบหน้าลูบตัว ซึ่งเพียงแค่นี้ก็ได้ทั้งความสดชื่นกายและสดชื่นใจติดตัวกลับออกไปจากการเที่ยวผจญภัยเบาๆในถ้ำทั้ง 2 แห่งแล้ว
*************************************************
*************************************************
ถ้ำเพชรหาดทรายแก้วและถ้ำเพชรโพธิ์ทอง ตั้งอยู่ที่ บ้านเขาเลื่อม ต.เขาเลื่อม อ. คลองหาด จ. สระแก้ว จากจ.สระแก้ว เดินทางสู่สี่แยกคลองหาด แล้วเลี้ยวขวาไปอีก 5 กม. ก็จะถึงยังที่ตั้งของถ้ำเพชรทั้ง 2 แห่งผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต.คลองหาด โทร. 08-9800-6118 , 08-9089-8806 หรือที่ ททท.ภาคกลางเขต 8 โทร. 0-3731-2282 , 0-3731-2284
ที่พัก ร้านอาหาร เทศกาลและงานประเพณี
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ยล"สระแก้ว" เมืองงามริมชายแดนตะวันออก
"ละลุ"ประติมากรรมดินถิ่นสระแก้ว
เยือน"สระแก้ว"ตามหานกงู ดูผีเสื้อปีกสวย


