xs
xsm
sm
md
lg

25 มี.ค. ต้อนรับการกลับมาของ “ดอนเมือง”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หลังจากที่ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ว่าเป็นสนามบินแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศนั้น เป็นอันต้องทำให้คนไทยทั้งชาติผิดหวัง เพราะตั้งแต่เปิดให้บริการบินมานั้น มีแต่ความไม่โปร่งใสและมีแต่ปัญญาต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นภายในสนามบินสุวรรณภูมิ

จนถึงขั้นที่ต้องมีการทบทวนความพร้อมของสุวรรณภูมิ และมีการเรียกร้องให้ย้ายกลับมาใช้สายการบินที่ดอนเมืองอีกครั้ง กระทั่งเมื่อหลายฝ่ายทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนเห็นพ้องต้องกัน ว่าเห็นสมควรย้ายกลับมาใช้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองอีกครั้ง ซึ่งจะได้ฤกษ์เปิดการบินเพื่อการพาณิชย์อีกครั้ง ในวันที่ 25 มี.ค.นี้


ทอท.ยืนยันเปิดใช้ดอนเมืองวันที่ 25 มี.ค.นี้

ทอท.ยืนยันความพร้อมเปิดใช้บริการดอนเมืองวันที่ 25 มี.ค.นี้ มั่นใจเรื่องการรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่สายการบินและผู้โดยสาร และคาดมีรายได้เพิ่มเดือนละ 50 ล้าน ลดการขาดทุนจาก 88 ล้านบาท เหลือ 38 ล้านบาทต่อเดือน และลุ้นอีก 6 เดือน ขยายรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ-ภูมิภาคเพิ่ม
กัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ ทอท.พร้อม ด้วยเรืออากาศเอกพินิจ สาหร่ายทอง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ออกแถลงความพร้อมการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 25 มี.ค.50 นี้ ว่า มีการจัดเตรียมความพร้อมในด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกให้แก่สายการบินและผู้โดยสาร และได้ประมาณการว่าจะทำให้มีรายได้ ของดอนเมืองเพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านบาท ต่อเดือน

โดยกัลยากล่าวว่า เดิมสนามบินดอนเมืองมีรายได้ประมาณ 40 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อเปิดบริการเที่ยวบินประจำภายในประเทศ รายได้ จะเพิ่มอีก 50 ล้านบาทต่อเดือนทำให้รายได้รวมเป็น 90 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่ 128 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเสื่อมราคาเดือนละ 68 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นกระแสเงินสด 60 ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักรายได้กับค่าใช้จ่าย ทอท.จะขาดทุน ลดลงเหลือเดือนละ 38 ล้านบาทหากไม่ใช้สนามบินดอนเมืองจะขาดทุนสูงกว่าถึงเดือนละ 88 ล้านบาท

ทั้งนี้ในช่วงแรกจะมี 3 สายการบินที่มาใช้บริการ คือ สายการบินไทย นกแอร์และวันทูโก โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ รวมประมาณ 140 เที่ยวบินต่อวัน ส่วนผู้โดยสารจะใกล้เคียง 20,000คนต่อวัน ส่วนสายการบินอื่นที่สนใจสามารถเข้ามาใช้บริการเพิ่มได้เนื่องจากอาคารผู้โดยสารภายในประเทศรองรับได้ถึง 11 ล้านคนต่อปี และมั่นใจว่าการเปิดให้บริการในช่วงแรก ผู้โดยสารจะไม่สับสน แต่ให้สังเกตจากรหัสสนามบิน DMK ที่ปรากฏอยู่บนตั๋วโดยสารของแต่ละสายการบิน

ส่วนการพัฒนาให้สนามบินดอนเมืองเป็นท่าอากาศยานนานาชาติในอนาคตหรือไม่นั้น นางกัลยา กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษา รายละเอียดเพื่อเสนอบอร์ดภายใน 6 เดือน ในเบื้องต้นเห็นว่าสนามบินดอนเมืองมีศักยภาพพร้อมที่จะรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางบินภายในภูมิภาคซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเปรียบเทียบข้อดี และเสียแต่ละแนวทางหลังจากเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ที่สนามบินดอนเมืองไปแล้ว 6 เดือน จะมีการประเมินผลว่ามีผู้โดยสารและสายการบินใช้บริการมากน้อยขนาดไหน ส่วนการเปิดใช้บริการ เที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่เชื่อว่าเส้นทางบินระหว่างประเทศที่ให้บริการที่สนามบินดอนเมืองจะเป็นเส้นทางภายในภูมิภาคเท่านั้น

ด้านเรืออากาศเอกพินิจ สาหร่าย ทอง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่า ได้มีการเตรียมความพร้อมภายในอาคารผู้โดยสารพื้นที่ทำการบิน อาคารจอดรถและพื้นที่โดยรอบรวมทั้งระบบการรักษาความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีการตรวจสอบการ ใช้งานของเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆทุกระบบ รวมทั้งจัดเตรียม เจ้าหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ใน ทุกส่วนงาน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ จะต้องจัดเตรียมเพิ่มได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

และเรืออากาศเอกพินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่าในส่วนที่จะเป็นปัญหาอาจเป็นร้านค้าบางส่วนที่มีข้อจำกัดของเวลา แต่ในวันเปิดให้บริการจะมีร้านอาหารจำหน่ายให้แก่ผู้โดยสารอย่างแน่นอน รวมทั้งร้านค้าที่เปิดประมูลได้แก่ ภัตตาคารสีลมวิลเลจ ร้านเสวย รวมถึงอาหารว่างเครื่องดื่มและร้านขายของที่ระลึกซึ่งอยู่บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า-ขาออกส่วนค่าจอดรถยนต์ จะคิดในอัตราชั่วโมงละ 20 บาท หากจอดเกิน 7 ชม. คิดเป็น 1 วัน 250 บาท ส่วนบริการแท็กซี่ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในอัตรา 50 บาท เช่นเดิม

ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่าในส่วนของค่าธรรมเนียมรถแท็กซี่ เป็นการเรียกเก็บโดยตรงจากผู้ให้บริการกับผู้โดยสารไม่ได้จ่ายผ่านทางเจ้าหน้าที่ของ ทอท. ส่วนการยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดไว้ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้ออกประกาศ การจะยกเลิกจำเป็นจะต้องยกเลิกการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวก่อน

และนอกจากทางด้านบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และการท่าอากาศยานดอนเมือง ที่ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับการกลับมาใช้สนามบินดอนเมืองอีกครั้งแล้วนั้น ในส่วนของผู้ประกอบการจากหลากหลายสายการบิน ก็มีการเตรียมความพร้อมอย่างครบครันที่จะกลับมาใช้สนามบินดอนเมือง เพื่อการพาณิชย์อีกครั้งหนึ่ง

การบินไทยพร้อมให้บริการเที่ยวบินในประเทศที่ดอนเมือง

ผู้บริหารการบินไทย ยืนยันความพร้อมให้บริการที่สนามบินดอนเมือง ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ โดยจะมีเที่ยวบินภายในประเทศแบบไม่มีการต่อเครื่องให้บริการวันละ 30 เที่ยวบิน พร้อมกำหนดให้เที่ยวบินที่ให้บริการที่ดอนเมืองใช้รหัสเป็นตัวเลข 4 ตัว และที่สุวรรณภูมิจะใช้รหัสเป็นเลข 3 ตัว เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนของผู้โดยสารที่ใช้บริการเครื่องบินของการบินไทย

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การให้บริการของการบินไทยที่ท่าอากาศยานดอนเมือง จะมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพ และความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเส้นทางบินภายในประเทศ และผู้โดยสารที่ไม่มีการต่อเครื่อง ทั้งนี้ การบินไทยจะให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศทุกเส้นทางบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมวันละ 30 เที่ยวบิน และสำหรับบางเที่ยวบินในจุดบิน เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ ซึ่งเป็นเที่ยวบินเชื่อมต่อสำหรับผู้โดยสารต่างประเทศ จะให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเช่นเดิม รวมวันละ 11 เที่ยวบิน

สำหรับเที่ยวบินที่ทางบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จะทำการบินที่ดอนเมืองมีเที่ยวบินทั้งหมด 30 เที่ยวบิน แบ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น 3 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-อุดรธานี 3 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี 3 เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 6 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-เชียงราย 2 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-พิษณุโลก 2 เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ภูเก็ต 5 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ 2 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-กระบี่ 2 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-สุราษฏร์ธานี 2 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ การให้บริการของการบินไทย ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จะให้บริการที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยชั้น 2 สำหรับผู้โดยสารขาออก ซึ่งผู้โดยสารสามารถใช้บริการเช็กอินได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์ 15-26 การเปิดให้บริการห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางในชั้นธุรกิจ ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร และรายละเอียดเรื่องบัตรโดยสาร ผู้โดยสารสามารถสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2535-4299 สำหรับผู้โดยสารขาเข้ายังคงใช้บริการ ณ ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเช่นเดิม และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความสับสนของผู้โดยสารที่ใช้บริการเครื่องบินของการบินไทย บริษัทได้กำหนดให้เที่ยวบินที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง จะใช้ตัวเลข 4 หลัก ที่ขึ้นต้นด้วยเลข (1xxx) อาทิ TG 1203 เป็นต้น ส่วนเที่ยวบินที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะใช้ตัวเลข 3 หลัก เช่นเดิม อาทิ TG 201 เป็นต้น

และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยังได้จัดระบบขนส่งสาธารณะระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ได้แก่ Airport bus แท็กซี่ และรถลิมูซีน ให้บริการแก่ผู้โดยสารในราคาพิเศษ นอกจากนี้ บริษัทได้เปิด THAI City Air Terminal (Don Muang Airport) ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารจอดรถ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว เพื่อเป็นการเพิ่มจุดบริการเช็กอินให้แก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปท่าอากาศยานดอนเมือง โดยผู้โดยสารสามารถใช้บริการเช็กอินสัมภาระล่วงหน้าได้ก่อนการเดินทาง 3 ชั่วโมง (Check-in Facilities) โดยมีบริการจัดรถรับ-ส่ง (Shuttle Bus) ผู้โดยสารและสัมภาระ ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว และท่าอากาศยานดอนเมือง นับเป็นการอำนวยความสะดวกและเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร โดยเชื่อมเครือข่ายระบบสาธารณะ รถไฟฟ้าใต้ดิน (รฟม.) และบีทีเอส กับบริการของการบินไทย โดยจะให้บริการเช็กอิน และรถรับ-ส่งสำหรับเที่ยวบินที่ทำการบินภายในประเทศ ระหว่างเวลา 04.00-20.00 น.สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีสัมภาระ สามารถเช็กอินได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 1 วัน

สำหรับวันที่ 25 มีนาคม 2550 นี้ เที่ยวบินแรกของการบินไทยที่ทำการบินออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง คือ เที่ยวบินที่ ทีจี 1020 เส้นทาง ดอนเมือง-อุบลราชธานี ออกเดินทางจากดอนเมืองเวลา 06.00 น.ถึงอุบลราชธานี เวลา 07.05 น.ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบ โบอิง 737-400 และเที่ยวบินแรกที่เดินทางมายังท่าอากาศยานดอนเมือง คือ เที่ยวบินที่ ทีจี 1161 เส้นทาง พิษณุโลก-ดอนเมือง ออกจากพิษณุโลก เวลา 07.40 น.ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 08.25 น.ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบโบอิง 737-400

นกแอร์ร่วมบินกลับสู่ดอนเมือง

พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดเที่ยวบินให้บริการอีกครั้งของท่าอากาศยานดอนเมือง ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ นกแอร์มีความพร้อม และคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ การตกแต่งเคาน์เตอร์ให้บริการน่าจะแล้วเสร็จ โดยภาพรวมการย้ายฐานปฏิบัติการกลับท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) จะทำให้นกแอร์มีเที่ยวบินให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองรวม 29 เที่ยวบินต่อวัน และภายในปีนี้ นกแอร์จะเริ่มเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ ที่เมืองบังกาลอว์ ประเทศอินเดีย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย

สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมาใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง ณ อาคารผู้โดยสารในประเทศ โดยมีเคาน์เตอร์เช็กอินให้บริการตั้งแต่หมายเลข 27-34 รวมทั้งสิ้นจำนวน 8 เคาน์เตอร์ นอกจากนี้ ยังมีเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารและบริการลูกค้าอีกจำนวน 4 แห่ง โดยอยู่ติดกับทางเข้าอาคารผู้โดยสารขาออกจำนวน 2 แห่ง อยู่ติดกับประตูผู้โดยสารขาออกจำนวน 1 แห่ง และอยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าอีก 1 แห่ง เพื่อให้บริการผู้โดยสารอย่างทั่วถึง

สำหรับเที่ยวบินในวันที่ 25 มี.ค.นี้ สายการบินนกแอร์ จะเริ่มให้บริการ 3 เที่ยวบินปฐมฤกษ์ ซึ่งจะออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 06.00 น. พร้อมกันทั้งหมดคือ 1.กรุงเทพฯ-อุดรธานี เที่ยวบิน ดีดี 9200 โดยจะถึงท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เวลา 07.05 น. 2.กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ดีดี 7804 ถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 07.15 น. 3.กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ดีดี 7102 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เวลา 07.30 น.

นอกจากนี้ ในคืนวันที่ 24 มี.ค.นี้ สายการบินนกแอร์ จะทำการบินออกจากท่าอากาศยานต่าง ๆ และลงจอดที่ท่าอากาศยานดอนเมืองมีทั้งหมด 6 เที่ยวบินคือ 1.หาดใหญ่-กรุงเทพฯ ดีดี 7113 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เวลา 19.10 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง 20.40 น. 2. หาดใหญ่-กรุงเทพฯ ดีดี 7117 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เวลา 21.30 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 23.00 น. 3.ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ดีดี 7515 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เวลา 18.20 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 19.45 น. 4.ภูเก็ต-กรุงเทพฯ ดีดี 7519 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เวลา 20.45 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 22.10 น. 5.นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ ดีดี 7815 ออกจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 22.00 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 23.35 น. และ6.เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ดีดี 8327 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เวลา 21.50 น. ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 23.00 น.

วัน-ทู-โก พร้อมใจย้ายเที่ยวบินกลับดอนเมือง

ด้านอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการ สายการบินวัน-ทู-โก กล่าวว่า ขณะนี้วัน-ทู-โกพร้อมโยกย้ายเที่ยวบินส่วนใหญ่กลับมาให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองแล้ว โดยได้มีการเข้าพื้นที่ตกแต่งสำนักงานและเคาน์เตอร์เช็กอิน คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางสัปดาห์นี้ โดยในส่วนของวัน-ทู-โกมีเที่ยวบินให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองรวม 38 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินที่ออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปที่ท่าอากาศยานต่าง ๆ 19 เที่ยวบินต่อวัน และจากท่าอากาศยานต่าง ๆ มาที่ท่าอากาศยานดอนเมือง 19 เที่ยวบินต่อวัน

ทั้งนี้ การให้บริการจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปที่ท่าอากาศยานอื่น ๆ ในวันที่ 25 มี.ค. ประกอบด้วย 1.เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มี 5 เที่ยวบิน, กรุงเทพฯ-เชียงราย 2 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ 2 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-ภูเก็ต 7 เที่ยวบิน , กรุงเทพฯ-กระบี่ 2 เที่ยวบิน ส่วนเส้นทางบินที่ออกจากท่าอากาศยานอื่น ๆ มาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองประกอบด้วย เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ 5 เที่ยวบิน เส้นทางเชียงราย-กรุงเทพฯ 2 เที่ยวบิน , หาดใหญ่-กรุงเทพฯ 2 เที่ยวบิน , ภูเก็ต-กรุงเทพฯ 7 เที่ยวบิน สุราษฏร์ธานี-กรุงเทพฯ 1 เที่ยวบิน , กระบี่-กรุงเทพฯ 2 เที่ยวบิน

แอร์เอเชียไม่เข้าพวก คัดค้านบินกลับดอนเมือง

ในขณะที่หลายสายการบินมีความคิดเห็นตรงกัน และพร้อมใจที่จะกลับมาให้บริการเที่ยวบินที่ดอนเมือง ทว่าก็มีบางสายการบินที่ไม่เห็นด้วยเช่นกัน อย่างสายการบินไทยแอร์เอเชีย

โดยแหล่งข่าวจากบริษัทไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า สายการบินไม่ต้องการย้ายกลับไปสนามบินดอนเมือง เนื่องจากไม่ต้องการแยก 2 ฝูงบิน เพราะขณะนี้เครื่องบินแต่ละลำของแอร์เอเชียบินทั้งในและต่างประเทศ หากแยก 2 สนามบิน จะทำให้ต้องแยกบุคลากรและเครื่องบิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของโลว์คอสท์ แอร์ไลน์ เนื่องจากมีต้นทุนสูงขึ้นมาก หากมีการย้ายต้องย้ายทั้งหมด

มั่นใจ ย้ายกลับ ดอนเมือง ไม่กระทบความเชื่อมั่น

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงการย้ายกลับมาใช้บริการที่สนามบินดอนเมืองว่า ในส่วนของกองทัพอากาศ มีความพร้อมในมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ยอมรับว่าท่าอากาศยานดอนเมืองมีปัญหาเรื่องหัวทางวิ่งที่ชำรุดและทรุดตัว ซึ่งต้องมีการซ่อมแซม แต่ในส่วนของการบินภายในประเทศนั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากปริมาณความเสียหายไม่ถึง 50% ตลอดจนความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารก็มีความเพียงพอ

เมื่อสอบถามถึงเรื่องการย้ายไปมาของท่าอากาศยาน จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประเทศหรือไม่ เรื่องนี้พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อของประเทศ และเชื่อว่าประชาชนไม่น่าจะสับสน ซึ่งที่ผ่านมา ข่าวที่ออกมาอย่างเสียหายต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาจทำให้ประชาชนรู้สึกดีที่จะกลับมาใช้ท่าอากาศยานดอนเมือง

และต่อข้อสอบถามที่ว่าจะมีการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารอากาศตอบในเรื่องนี้ว่า

“ไม่ทราบ แต่ขอให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา ท่าอากาศยานดอนเมืองสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 37 ล้านคนต่อปี แต่ขณะนี้เพิ่มเป็น 41 ล้านคนต่อปี ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมี 2 ทางวิ่ง ทำให้เครื่องบินสามารถขึ้น-ลง ได้สะดวก ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง มีสภาพจำกัด ไม่ได้ตามหลักสากล เนื่องจากมีทางวิ่งขึ้น-ลง ของเครื่องบินเพียงข้างเดียว”

ครั้นเมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นว่ามีความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรที่จะให้ย้ายกลับมาใช้ท่าอากาศยานดอนเมือง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวเพียงสั้นๆว่า “ ผมเพียงแต่ให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมีการหารือกันอย่างรอบคอบ”

และเมื่อถามว่าการย้ายกลับมาใช้ท่าอากาศยานดอนเมือง จะส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการบินของไทยหรือไม่นั้น พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ศูนย์กลางการบินไม่ได้หมายถึงการมีสนามบินเพียงแห่งเดียว แต่รวมถึงสนามบินหลาย ๆ จุด ภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงสนามบินของทหารที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้อีกทางหนึ่งด้วย

ลาก่อน...“ดอนเมือง” ที่คิดถึง