xs
xsm
sm
md
lg

ท่องราชดำเนินยามราตรี ชมซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 60 ปี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อีกไม่กี่วันแล้วก็จะถึงวันครบรอบ 60 ปีการครองราชย์ของในหลวงในวันที่ 9 มิถุนายน เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้สึกเหมือนฉันว่าภาคภูมิใจเหลือเกินที่พระมหากษัตริย์ของเราเป็นกษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก แต่ที่ฉันภูมิใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ระยะเวลา 60 ปีที่ในหลวงทรงครองราชย์มานั้น พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชนมาตลอด

และเนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคลนี้ นอกจากการที่กษัตริย์จากประเทศต่างๆ จะเดินทางมาร่วมถวายพระพรแด่ในหลวงของเรา รวมทั้งมีการแสดงขบวนเรือพระราชพิธีเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแล้ว ในกรุงเทพมหานครนี้ก็ยังมีการจัดงานต่างๆ ขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติอีกมากมาย

และเมื่อมีการเฉลิมฉลองที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ครั้งใด ก็จะมีสถานที่หนึ่งในกรุงเทพมหานครที่จะถูกประดับประดาด้วยแสงไฟอย่างงดงาม ใช่แล้ว... ฉันกำลังพูดถึงถนนราชดำเนิน ถนนสายหลักสายหนึ่งของกรุงเทพ ในครั้งนี้นอกจากถนนราชดำเนินทั้งเส้นจะถูกประดับประดาด้วยไฟจนกลายเป็นถนนสีทองแล้ว ตามจุดต่างๆ ของถนนก็ยังมี "ซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 60 ปีครองราชย์" ที่จัดทำขึ้นอย่างสวยงามอีกด้วย

ซุ้มเหล่านี้ที่ประดับบนถนนราชดำเนินทั้งหมดก็ 31 ซุ้มด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่ถนนราชดำเนินใน ราชดำเนินกลาง ราชดำเนินนอก ผ่านไปยังพระบรมรูปทรงม้า และพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แต่พื้นที่ที่มีการประดับตกแต่งมากที่สุดก็จะอยู่บริเวณถนนราชดำเนินกลางและราชดำเนินนอกนั่นเอง เอาล่ะ...วันนี้ฉันจะพาไปเดินชมและรู้จักกับซุ้มเฉลิมพระเกียรติเหล่านี้กัน

การมาเดินชมในครั้งนี้ฉันไม่ได้มาตัวเปล่า นอกจากจะมีกล้องถ่ายรูปมาเก็บภาพสวยๆ แล้ว ก็ยังมี "คู่มือชมซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 60 ปีครองราชย์" ที่ฉันไปขอรับมาจากกองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครเพื่อมาเป็นคู่มือเดินชมแต่ละซุ้มให้ได้รสชาติมากยิ่งขึ้น โดยคู่มือนี้จะอธิบายความหมายของซุ้มสำคัญบางซุ้ม รวมทั้งมีแผนที่แสดงที่ตั้งของแต่ละซุ้มด้วย

สำหรับเส้นทางที่ฉันจะเดินชมนั้น ขอเริ่มตั้งแต่ถนนราชดำเนินกลางไปจนถึงหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งก็นับว่าไกลพอควรทีเดียว แต่อาศัยว่ามาเดินในช่วงใกล้ค่ำแล้ว อากาศไม่ร้อนมากนัก และเส้นทางที่เดินตลอดทั้งเส้นก็สวยงามด้วยแสงไฟ พอให้ลืมความเมื่อยไปได้บ้าง

ขอเริ่มชมจากซุ้มบริเวณถนนราชดำเนินกลางก่อน ตรงจุดนี้เป็นซุ้มเกี่ยวกับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งห้าอย่าง ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชาธิบดี สำหรับซุ้มแรกนั้นเป็นรูปของฉลองพระบาทเชิงงอน ถัดไปก็เป็นธารพระกร หรือไม้เท้า ตามด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรี ปิดท้ายด้วยพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งซุ้มสุดท้ายนี้ก็อยู่ตรงหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพอดี

ชมความงามของพานรัฐธรรมนูญที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกันสักนิด ก่อนจะเดินต่อไปเจอกับซุ้มเครื่องราชสักการะต่างๆ อันมีพานพุ่มทอง ธูปแพเทียนแพ และบายศรี 9 ชั้น มาสิ้นสุดตรงสะพานผ่านฟ้าพอดี

จากนั้นก็เข้าสู่พื้นที่ของถนนราชดำเนินนอก ซึ่งเมื่อฉันเดินมาถึงตรงนี้ฟ้าก็มืดสนิทพอดี แสงจากหลอดไฟหลายหมื่นหลอดที่ประดับไว้ตามต้นไม้สองข้างทางก็ส่องสว่างกลายเป็นถนนสีทองขึ้นมาทันที ในส่วนของซุ้มเฉลิมพระเกียรติตรงจุดนี้ได้จัดเป็นซุ้มขนาดใหญ่คร่อมถนนไว้ และแต่ละซุ้มก็ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงามมากทีเดียว โดยซุ้มแรกนั้นคือ ซุ้มมหาจักรี ซึ่งเป็นซุ้มที่แสดงราชสักการะแด่จักรีบรมราชวงศ์ และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 60 ปี

ถัดมาเป็นซุ้มพญานาค ที่เป็นการแสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระราชปณิธานอันแรงกล้าที่จะแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ ทำให้เกิดโครงการพระราชดำริที่จะพัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ มากมาย

เดินเลยมาอีกนิดหนึ่งก่อนจะถึงสะพานมัฆวาน เป็นที่ตั้งซุ้มมงคล 8 ประการ ซึ่งมีสิ่งของอันเป็นมงคล 8 ประการตามคติพราหมณ์ สำหรับซุ้มมงคล 8 ประการนี้จะแบ่งเป็นสองซุ้มด้วยกัน ซุ้มแรกจะประกอบด้วยธง ขอช้าง โคอุสภราช และหม้อที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำ โดยซุ้มนี้จะมีเทพบุตรอัญเชิญพุ่มดอกไม้ทองมาประกอบพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสวัสดิมงคลสืบไป และซุ้มมงคล 8 ประการอีกซุ้มหนึ่งที่อยู่ถัดจากสะพานมัฆวานไปจะมีเทวดาอัญเชิญ สังข์ จักร อุณหิส และคฑา และมีตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีอยู่ตรงกลาง เพื่อร่วมฉลองในมหามงคลสมัย

มาถึงตอนนี้ขาสองข้างของฉันก็ออกอาการเดินแบบลากๆ สักหน่อยแล้ว แต่เหลืออีกเพียงสองซุ้มเท่านั้นที่ยังไม่ได้เห็น ฉันจึงตัดสินใจเดินต่อ และก็ได้ชมซุ้มพระมหาชนก ซึ่งเป็นหนึ่งในทศชาติชาดกของพระพุทธเจ้า ที่เป็นสัญลักษณ์ของความเพียรพยายามและความมุ่งมั่น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดถือปฏิบัติ และเป็นแรงบันดาลใจให้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกพระราชทานแก่ชาวไทยเพื่อยึดถือปฏิบัติกันด้วย

และปิดท้ายในซุ้มสุดท้ายบริเวณหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า ก็คือซุ้มนพรัตน์ หรือแก้วมงคล 9 ประการ อันประกอบด้วยเพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดาหาร เพทาย และไพฑูรย์ ถือกันมาแต่โบราณว่าอัญมณีทั้ง 9 นี้เป็นอัญมณีมงคลซึ่งคู่ควรกับพระมหากษัตริย์ผู้เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

รวมทั้งหมดก็ 14 ซุ้มด้วยกันที่ฉันได้ชมไป และนอกจากนั้นก็ยังมีซุ้มซึ่งเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงในพระราชอิริยาบถต่างๆ อีกสิบกว่าซุ้มด้วยกัน ขอแนะนำนิดหนึ่งสำหรับคนที่อยากจะไปชมกันบ้างว่าหากไปในช่วงเวลาหัวค่ำก็จะเหมาะสมที่สุดเพราะไม่ร้อนแถมยังได้บรรยากาศของถนนสีทอง และถ้าใครจะไปถ่ายรูปก็อย่าลืมเตรียมขาตั้งกล้องไปด้วยจะได้มีภาพสวยๆ อ้อ... แล้วสาวๆ คนไหนที่อยากจะไปชมก็ไม่ควรไปคนเดียวนะจ๊ะ หนุ่มลูกทุ่งขอเตือน เพราะถนนราชดำเนินตอนกลางคืนนั้นก็เปลี่ยวเอาเรื่องทีเดียวเชียว

และนอกจากบรรดาซุ้ม รูปพระบรมฉายาลักษณ์ และการประดับไฟที่ทำเอาถนนราชดำเนินทั้งสายกลายเป็นสีทองนี้แล้ว ทางกรุงเทพมหานครก็ยังจะจัดงานมหรสพสมโภชในวโรกาสอันเป็นมงคลนี้ด้วย โดยตั้งใจจะทำให้กรุงเทพกลายเป็น "เมืองฟ้าอมร" อย่างแท้จริง ด้วยการจำลองถนนราชดำเนินให้เป็น "มหานครแห่งวัฒนธรรมทองและถนนดนตรี"
ประชาชนให้ความสนใจมาถ่ายรูปซุ้มต่างๆ กันบ้างแล้ว
ถนนดนตรีที่ว่านั้น ก็มาจากเสียงเพลงเพราะๆ ของนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานครกว่า 100 คน ที่จะมารวมตัวกันแสดงออร์เคสตร้าดนตรีไทยบริเวณรอบๆ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฟังดนตรีเพราะๆ จากฝีมือเด็กๆ พร้อมกับชมการแสดงน้ำพุดนตรีไปด้วย โอ้โฮ... โรแมนติกสุดๆ ใครอยากไปอยู่ในบรรยากาศที่ว่านี้ก็ไปชมกันได้ในวันที่ 9-11 มิ.ย. เวลา 20.00-20.45 น. บริเวณถนนราชดำเนินกลาง

และนอกจากดนตรีแล้ว การแสดงที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างในการจัดมหรสพครั้งนี้ก็คือ การแสดงแสงเสียงเทคนิคนฤมิตรกลางแจ้ง ในชุด "มหานครใต้ร่มพระบารมี" ซึ่งจะจัดขึ้นบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์และโลหะปราสาท โดยใช้เทคนิคพิเศษอย่างเลเซอร์ พลุพะเนียง จอม่านน้ำตกไฮโดรสกรีน เวทีไฮดรอลิกสูงเกือบ 10 เมตร ประกอบการแสดงรอบทิศ 360 องศา และใช้นักแสดงถึงกว่า 400 คน ฟังดูแล้วก็ใหญ่โตน่าดูมิใช่น้อย เอาเป็นว่าถ้าใครอยากเห็นว่าจะอลังการแค่ไหนก็เชิญมาชมได้ฟรีในวันที่ 9-11 มิ.ย.นี้ เขาจัดแสดงแค่วันละรอบ เวลา 21.00-21.45 น. เท่านั้น

และที่สำคัญ ในวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปี ที่ในหลวงทรงขึ้นครองราชย์นั้น ประชาชนที่อยู่ในบริเวณถนนราชดำเนินกลางก็จะร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักของคนประเทศพร้อมๆ กัน เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากไปอยู่ในบรรยากาศที่ว่านี้ ก็ขอเชิญมาได้ที่ถนนราชดำเนิน รับรองว่าคงได้เจอฉันอยู่แถวๆ นั้นด้วยแน่นอน

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 

คู่มือชมซุ้มเฉลิมพระเกียรติสามารถขอรับได้ที่ กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร สอบถามรายละเอียด โทร.0-2225-7612 ถึง 4 หรือขอรับได้ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตอีกด้วย