xs
xsm
sm
md
lg

ยกความงามจากแม่ปิงสู่เจ้าพระยา“กระทงสาย” ลอยถวายแด่ในหลวง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี นอกจากการแสดงขบวนเรือพระราชพิธี มรดกทางวัฒนธรรมที่หลงเหลือหนึ่งเดียวในโลก ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชอาคันตุกะทอดพระเนตรในเย็นวันที่ 12 มิถุนายนแล้ว การลอย "กระทงสาย"ของจังหวัดตาก หลังขบวนเรือพระราชพิธีถือเป็นอีกหนึ่งความงามแห่งลุ่มเจ้าพระยาที่น่ายลไม่น้อย

ซึ่งงานนี้พี่น้องชาวจังหวัดตากต่างน้อมใจร่วมเฉลิมฉลองด้วยการนำกระทง 60,000 ใบ มาลอยส่องแสงระยิบระยับไปทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา โดยจะเริ่มลอยกระทงสายหลังจากที่ขบวนเรือพระราชพิธีแสดงเสร็จสิ้นลง ณ บริเวณวัดอรุณราชวรรามฯ (บ้านพักรับรองผู้บัญชาการทหารเรือ) และปล่อยให้ลอยไปตามกระแสน้ำ ซึ่งกระทงสายจะลอยไปทางสะพานพุทธหรือลอยไปทางวัดพระแก้วนั้นขึ้นอยู่กับสภาพของกระแสน้ำในวันที่ลอย

ชาวตากร่วมใจ "ลอยกระทงสาย" ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี

สมชาติ เพ็ชรประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองตาก กล่าวว่า กระทงสายเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการประสานงานจากทางสำนักนายกฯ ให้มาร่วมลอยที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทางเทศบาลเมืองตากจึงได้ทำการประสานกับชุมชนในเขตเทศบาลเมืองตากทั้ง 12 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหัวเดียด ชุมชนหนองหลวง ชุมชนดอยคีรี ชุมชนคุ้มสินไทย ชุมชนระแหง ชุมชนตากสิน ชุมชนศรีดอนแก้ว ชุมชนเขาแก้ว ชุมชนวัดไผ่ล้อม ชุมชนเชียงทอง ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ ชุมชนท่าแค และหน่วยงานราชการที่สังกัดเทศบาล และอีกหลายส่วนด้วยกันที่มาร่วมทำกระทงสายลอยในครั้งนี้

"สำหรับการลอยกระทงสายจังหวัดตากได้รับเกียรติให้มาลอยในงานใหญ่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม โดยครั้งแรกมาลอยในการแสดงเรือพระราชพิธีในงานเอเปก 2003 ที่มีการรับแขกบ้านแขกเมือง และอีกครั้งหนึ่งในงานเฉลิมฉลอง 72 พรรษามหาราชินี และในครั้งนี้ที่ถือเป็นครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งชาวตากทั้ง 12 ชุมชนได้ให้ความร่วมมือร่วมใจกันทำกระทงกะลาอย่างเต็มที่ เพราะนี่คือหนึ่งในความภูมิใจสูงสุดของชาวจังหวัดตาก"

นายกเทศมนตรีเมืองตาก อธิบายต่อว่า ในการลอยกระทงสายที่ทางจังหวัดตากได้เตรียมมาแสดงในงานครั้งนี้ จะแตกต่างจากการลอยกระทงสายตามประเพณีแบบดั้งเดิม คือโดยมีการตัดองค์ประกอบบางส่วนไป กล่าวคือ จะไม่มีการลอยกระทงนำกระทงปิดท้าย(การลอยกระทงสายตามประเพณีของชาวตาก ประกอบด้วย การลอยกระทงนำ(แพผ้าป่าน้ำ) กระทงกะลา และกระทงปิดท้าย แต่ในการลอยฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปีครั้งนี้ จะเป็นการลอยกระทงกะลาอย่างยิ่งใหญ่ถึง 60,000 ใบ ซึ่งแสงไฟจากกระทงจะส่องแสงสว่างไสวระยิบระยับไปทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา"

"กระทงกะลาที่นำมาลอยในครั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองตากได้กระจายให้ชาวบ้านจากจำนวน 12 ชุมชนช่วยกันทำขึ้นมา เพื่อที่ว่าทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในงานนี้มากที่สุด ซึ่งถึงแม้ว่าบางคนจะแค่ทำกระทง ไม่ได้มาลอยด้วยตัวเอง แต่พวกเขาก็ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งเพราะได้ทำถวายแด่ในหลวง และได้แสดงความงดงามของกระทงสายให้พระราชอาคันตุกะทอดพระเนตร ซึ่งนี่เป็นประเพณีเอกลักษณ์ของจังหวัดตาก นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักกระทงสายของจังหวัดตากเพิ่มมากขึ้น " นายกเทศบาลเมืองตากกล่าว

เตรียมตัวมาพร้อม ซักซ้อมเต็มที่

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการลอยกระทงสายครั้งนี้ ศิริธร มงคลพิทยาธร รองนายกเทศมนตรีเมืองตาก ถือหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ซึ่ง

"การมาลอยกระทงสายในครั้งนี้ ทางทีมงานไม่เคยคิดว่าเหนื่อยหรือว่าลำบากเลย เพราะทุกคนรักกระทงสายมาก และพอรู้ว่าจะได้มาร่วมลอยกระทงฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ก็มาร่วมงานทันที เพราะว่าทุกอย่างที่ทำเกิดจากร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งต้องการให้กระทงสายเป็นประเพณีที่ได้รับการถ่ายทอดให้ทุกคนได้รับรู้ว่าสวยงามแค่ไหน และที่สำคัญก็คือได้ลอยกระทงสายถวายแด่ในหลวงที่ถือเป็นเกียรติสูงสุดของชีวิต"

ศิริธร เล่าความภาคภูมิใจ ก่อนพูดถึงการเตรียมความพร้อมของทีมงานในครั้งนี้ว่า หลังจากได้รับการประสานงานว่าทางจังหวัดตากจะได้มาร่วมลอยกระทงสายในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทางทีมงานก็ได้ทำการเตรียมการ และเตรียมงานลอยกระทงสายอย่างเต็มที่ โดยครั้งนี้ได้คัดเลือกคนในชุมชนร่วมหลายร้อยคน ซึ่งแต่ละคนที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความชำนาญในการลอยกระทงสายทั้งสิ้น

"ครั้งนี้ใช้คนในชุมชนร่วมกับพนักงานเทศบาลเมืองตากหลายร้อยคนมาร่วมงาน โดยจะคัดทีมที่แข่งขันของเทศบาลเมืองตากมาร่วมปล่อยกระทง เพราะการปล่อยกระทงต้องใช้ความชำนาญ รวมถึงการจุดเทียน การปล่อยกระทง เพราะไม่อย่างนั้นกระทงจะลอยสะเปะสะปะ เนื่องจากกระทงของเราไม่ได้มีการผูกเชือกรวมกัน จึงต้องใช้คนที่ความชำนาญในการปล่อยกระทง"

"การคัดเลือกคนมาลอยกระทง เราจะคัดเอาตัวแทนที่แข่งในแต่ละสาย แต่ละชุมชน แต่ละหน่วยงานมาลอยกระทง และมีเกณฑ์นิดหน่อย ต้องคัดเลือกคนที่แข็งแรง และมีความเชี่ยวชาญในการลอยกระทง เพราะเราต้องเตรียมตัวอยู่ในเรือนาน ใช้เวลาอยู่ในเรือนานกว่าจะได้ลอยกระทง เราจึงต้องคัดคนที่มีความเชี่ยวชาญในการแข่งอยู่แล้ว" ศิริธร ขยายความต่ออีกว่า การลอยกระทงสายในครั้งนี้ ทางคณะลอยกระทงสายได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทางกทม. ที่ได้ทำจัดหาเรือมาให้ในการพาทีมงานไปลอยกระทงสายกลางลำน้ำเจ้าพระยาจำนวนหลายลำ"

"พวกเราจะแบ่งคนลงเรือไปตามกำลังที่ได้เตรียมมา จากนั้นก็จะแบ่งเรือออกเป็น 2 ฝาก ให้ไปอยู่ตามจุดที่ได้กำหนดไว้ใน 2 ฝั่งเจ้าพระยา พอได้เวลาหลังจากที่ขบวนเรือพระราชพิธีแสดงเสร็จสิ้นลง กระทงสายก็จะถูกปล่อยให้ลอยเต็มแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความสวยงามให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอย่างมาก" ศิริธร อธิบาย

ศิริธร กล่าวถึงงานลอยกระทงสายที่จะอวดโฉมความงามเต็มลำน้ำเจ้าพระยา ในค่ำคืนวันที่ 12 มิถุนายนนี้ว่า อยากให้ทุกคนไปให้กำลังใจทีมงานลอยกระทงสาย จากจังหวัดตากด้วย สำหรับบางท่านที่อาจจะไม่ได้มาดูของจริง ก็อยากให้ดูการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ เพราะงานในครั้งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทย ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนพลาดการได้ชม

"คนลอยกระทง" ลอยด้วยใจ และอาศัยฝีมือ

และอย่างที่บอกไว้แล้วว่า ในการลอยกระทงสาย ผู้ที่ทำหน้าที่หลักในการที่จะทำให้ลำน้ำเจ้าพระยาระยิบระยับไปด้วยกระทงกะลาใบน้อย ที่ส่องแสงเรือรองทั่วทั้งท้องน้ำ ก็ต้องอาศัยคนเหล่านี้ นั่นก็คือ "คนลอยกระทง"

สุชิน สายทอง อายุ 43 ปี ประธานชุมชนท่าแค จัดได้ว่าเป็นมือวางอันดับเยี่ยมในเรื่องของการลอยกระทงสาย ขนาดที่ว่ามีรางวัลการันตีชนะการประกวดได้ที่ 1 ได้ถ้วยพระราชทานถึง 3 ปีซ้อนเลยทีเดียว

สุชินบอกว่า ตัวเขาเองได้เข้าร่วมประเพณีลอยกระทงสายมาตั้งแต่แรกเริ่มประมาณปี 2532 และทำการลอยประกวดมาโดยตลอด จนมาได้รางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน และเมื่อทางเทศบาลจังหวัดตากได้มีโอกาสมาร่วมงานลอยกระทงสายที่กรุงเทพฯ ก็ได้เดินทางมาร่วมงานด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานแรก เมื่อครั้งงานเอเปกที่ได้ลอยกระทงสายอวดความงดงามสู้สายตาชาวไทยทั่วทั้งประเทศ และชาวต่างชาติจากทั่วโลกที่ได้มาชมงาน และครั้งที่สองได้ร่วมลอยในงานราตรีแก้วตาดวงใจ เทิดไท้ 72 พรรษามหาราชินี จนมาถึงงานฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษาของในหลวงในครั้งนี้

"ในส่วนลึกผมภูมิใจมากที่ได้มาร่วมงานลอยกระทงสายในครั้งนี้ เพราะว่าได้คลุกคลีและทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจกับเรื่องกระทงสายมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี เรียกว่ามาครั้งนี้ผมเตรียมตัวและเตรียมใจมาพร้อม" สุชินถ่ายทอดความรู้สึกลึกๆ ในใจออกมา

พร้อมกับเล่าให้ฟังต่อว่าในการมาฝึกซ้อมลอยกระทงสายในแต่ละครั้งนั้น ทางทีมงานที่มาฝึกซ้อมทุกคนมีความพร้อมทั้งกายและใจ และแต่ละคนก็มีพื้นฐานในเรื่องของการลอยกระทงสายกันอยู่แล้ว โดยคนลอยกระทงจะต้องมีความคล่องตัว ฉะนั้นจึงต้องเป็นคนที่มีความแข็งแรง เพราะว่าการลอยกระทงต้องใช้การหย่อนกระทงจากเรือลงไปสู่แม่น้ำ ซึ่งต่างจากการลอยที่แม่น้ำปิง จังหวัดตาก ตรงที่คนลอยจะลงไปในน้ำ

แต่ความเหมือนที่ไม่ต่างกันกันก็คือ ต้องมีการทำงานกันเป็นทีม โดยแต่ละคนที่ลงเรือจะแบ่งหน้าที่กันทำ คือ มีคนคอยจุดกระทง คนส่งกระทง และก็คนที่ต้องรับหน้าที่หลักก็คือคนลอยกระทงที่จะต้องอาศัยความชำนาญและฝีมือในการลอยกระทงให้ลอยลงสู่แม่น้ำอย่างสวยงาม

"ผมว่าการลอยกระทงที่แม่น้ำเจ้าพระยา แตกต่างจากการปล่อยกระทงที่แม่น้ำปิงจังหวัดตาก ตรงที่แม่น้ำปิงน้ำไหลแรงกว่า และก็จะลอยเป็นสายไปตามร่องน้ำ แต่แม่น้ำเจ้าพระยามันไหลนิ่ง เลยต้องลอยเป็นแพให้เต็มแม่น้ำ ให้มันดูสว่างลอยเต็มท้องน้ำมากกว่า ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญเป็นพิเศษในการปล่อย และก็ต้องดูระยะเวลาของเวลาน้ำขึ้น น้ำลงให้ดีด้วย เพื่อที่ว่าเวลาลอยกระทงออกไปแล้วจะได้ลอยเต็มท้องน้ำแลดูสวยงาม"

แต่ถึงแม้ว่าสุชินจะเตรียมความพร้อมทั้งกายและใจมาเต็มที่ในการร่วมลอยกระทงสายในครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่วายที่ก็ยังมีความกลัวอยู่ด้วย โดยความกลัวที่ว่าก็มีอยู่อย่างเดียวก็คือ กลัวฝนตก

"ถ้าฝนตกแล้ว จะเป็นอุปสรรคอย่ามากในการลอยกระทงสาย เพราะจะทำให้กระทงจุดไฟลำบาก จุดไฟติดยาก แล้วอีกอย่างเวลาอยู่ในเรือ เวลาปล่อยกระทงถ้าฝนตกมันก็จะลื่น นั่งก็ไม่สะดวก มันเฉอะแฉะไปหมด การปล่อยมันจะลำบาก" สุชินบอกพร้อมกับภาวนาว่าขอให้สิ่งที่กลัวอย่าได้เกิดขึ้นเลย

ในขณะที่ ศิริธร กล่าวเสริมว่า "ถ้าฝนตกขึ้นมากะลาที่ใส่เทียนจะโดนน้ำไม่ได้ ถ้าโดนน้ำแล้วมันจะติดไฟไม่ดับ ขณะที่เราปล่อย กะลาติดไฟแล้วโดนฝน ไฟมันจะลุกมากกว่าเดิม มันจะไม่ดับ แต่ถ้ายังไม่จุดไฟแล้วกะลาโดนฝน ก็จะจุดไฟไม่ติด เราจึงต้องแพ็คกะลา คิดว่าจะใส่ถุงมา แล้วพอเอาลงเรือ ในเรือแต่ละลำเราก็จะมีผ้าใบคลุมกะลาไว้ เรียกว่าเตรียมทุกอย่างมาอย่างดีจากจังหวัดตากเลย"
กระทงกะลาใบน้อยค่อยๆ ถูกหย่อนลงสู่แม่น้ำ
ส่วนพันตรีสุชาติ มีสันทัด อายุ 53 ปี รองประธานสภาเทศบาลเมืองตาก ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่เป็นตัวแทนจากชุมชนดอยคีรี ที่ได้มาทำหน้าที่ลอยกระทงสายในงานครั้งนี้ เล่าว่า

"ผมได้มาร่วมงานในทุกปีที่กระทงสายได้มาลอยในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นงานเอเปก และก็งานราตรีแก้วตาดวงใจเทิดไท้ 72 พรรษามหาราชินี และการมาในครั้งนี้ผมมาทำตำแหน่งเป็นผู้บริหารคนที่จะมาลอยกระทงและก็เป็นคนลอยกระทงด้วย"

ถามไถ่สุชาติว่าจากการที่ได้มาซ้อมลอยกระทงสายที่แม่น้ำเจ้าพระยานั้น มีความความแตกต่างกับการลอยกระทงสายที่จังหวัดตากหรือไม่ สุชาติตอบทันทีว่า ถ้าหากให้เปรียบเทียบกันแล้วนั้น แม่น้ำปิงที่จังหวัดตากนั้นจะมีร่องน้ำ สามารถบังคับน้ำได้ และก็จะปล่อยเป็นสาย แล้วก็มีสายน้ำที่คดเคี้ยวไปมาไม่เหมือนกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นแม่น้ำเต็มไม่เป็นร่องน้ำ สายน้ำนั้นจะกว้าง

สุชาติบอกเพิ่มเติมว่าการมาลอยกระทงสายที่แม่น้ำเจ้าพระยาถ้าหากจะมองให้เห็นถึงความสวยงามนั้น ค่อนข้างที่จะดูลำบาก แต่ถ้าไปลอยที่จังหวัดตากนั้นจะดูเป็นสายคดเคี้ยวสวยงามมากว่า
การลอยกระทงสาย ต้องนั่งเรือออกไปลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา
"การมาลอยกระทงสายในแม่น้ำเจ้าพระยานี้ไม่มีความแตกต่างกับการลอยที่จังหวัดตากเลย ถึงแม้ว่าจะลอยบนเรือ ถือว่าเป็นการลอยแบบธรรมดา สบายๆ ไม่ต้องมีการจำกัดเวลาเหมือนที่จังหวัดตากที่ต้องลอยแข่งกับเวลา แต่ว่ามีอุปสรรคอยู่อย่างเดียวในเรื่องของลม เรื่องน้ำไม่มีอุปสรรค คือการที่ว่าเวลาที่เราจะจุดเทียนชนวนไปถึงกะลาได้นั้น ลมมันจะทำให้ดับ และเวลาปล่อยลงไปแล้ว บางทีลมก็พัดทำให้ไฟดับ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้กระทงสายขาดความสวยงามไปได้ เพราะว่าแม่น้ำเจ้าพระยานั้นลมแรง "

"ความภาคภูมิใจในการที่ได้มาลอยในครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าตื่นเต้นพูดไม่ออก เพราะถือว่าเป็นครั้งหนึ่งที่ได้มาเพื่อพระองค์ ถือเป็นความภาคภูมิใจของตัวเองและวงศ์ตระกูลมาก จะเก็บอยู่ในความทรงจำตลอดไป" แถมยังได้ฝากทิ้งท้ายเชิญชวนให้พี่น้องทุกคนได้ตามไปดูการลอยกระทงสายที่จังหวัดตากในช่วงลอยกระทงด้วย
*******************************

"การลอยกระทงสาย" ที่ทางจังหวัดตากได้เข้าร่วมแสดงในการฉลองครองราชย์สมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่น่าสนใจ ซึ่งก็จะมีการลอยให้ชมกันอีกในวันที่ 6 และ 9 มิถุนายน และในวันแสดงจริง 12 มิถุนายน โดยชาวไทยและชาวโลกจะได้ยลความงดงามของลำน้ำเจ้าพระยาที่จะงดงามไปด้วยแสงเทียนที่ส่องสว่างวาววับมาจากระทงกะลาใบน้อย ที่ชาวตากได้เรียงร้อยด้วยใจถวายแด่องค์ในหลวง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
เล่าขานตำนาน "ประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีป 1,000 ดวง"