xs
xsm
sm
md
lg

นั่งรถไฟลอยน้ำ ชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ถ้าจะถามว่าในชีวิตการเดินทางนั้น "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ชื่นชอบการเดินทางแบบใดมากที่สุด แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมี "รถไฟ" รวมอยู่ด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่ชอบการเดินทางโดยเครื่องบินที่แสนจะสะดวกสบายและถึงที่หมายเร็วทันใจ หรือจะเป็นการนั่งรถฟังเพลงไปเรื่อยๆ ได้ดูวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปมาสองข้างทาง

อันที่จริงทุกการเดินทางมีข้อดีแตกต่างกัน แต่ที่ตอบว่าชอบรถไฟมากที่สุดนั้น เห็นจะเป็นเพราะรู้สึกว่าการนั่งรถไฟมีเสน่ห์ แค่ได้เห็นขบวนรถไฟก็รู้สึกสนุกสนานและอบอวลไปด้วยบรรยากาศของการเดินทางที่เต็มเปี่ยม แม้ว่าจะถึงที่หมายแบบไม่ค่อยตรงเวลานักเหมือนที่เคยมีคนร้องเพลงล้อเสียงฉึกฉักของรถไฟเวลาวิ่งว่า "ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง"

แต่จะช้าจะเร็วก็ถึงที่หมายอยู่ดี และหากมีโอกาสเราก็ไม่พลาดที่จะนั่งรถไฟเที่ยว อย่างวันนี้ที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" มีโอกาสได้นั่งรถไฟชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีและอำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี อันที่จริงเส้นทางรถไฟชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นับได้ว่ามีความสวยงามและแปลกจนได้รับการบรรจุรวมอยู่ใน UNSEEN THAILAND 2 ว่ากันว่าขบวนรถไฟที่ยาวคดเคี้ยวนั้น มองดูคล้ายกับงูยักษ์ที่เลื้อยอยู่บนสันเขื่อนเลยทีเดียว

ความอันซีนยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เนื่องจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นับได้ว่าเป็นเขื่อนแกนดินเหนียวที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย คือ 4,860 เมตร ส่วนการสร้างเขื่อนเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากทรงเห็นว่าราษฎรในพื้นที่มักจะประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง การสร้างเขื่อนจึงช่วยในเรื่องของการเพาะปลูกและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก ใช้ระยะเวลาการสร้างทั้งสิ้น 5 ปีและพระองค์ยังได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามเขื่อนนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แล้ว เขื่อนป่าสักฯยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของทั้ง 2 จังหวัด ที่ทั้งวันสามารถเลือกทำกิจกรรมที่มีอยู่มากมายทั้งในพื้นที่ของเขื่อนเอง หรือว่าจะไปเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงก็เป็นความคิดที่เข้าท่า แต่ก่อนจะไปนั่งรถไฟตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก ตอนนี้ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" เลือกที่จะนั่งรถลากจูงชมภูมิทัศน์รอบเขื่อนก่อน

รถลากจูงที่ว่าเป็นพันธุ์ผสมระหว่างหัวที่เป็นรถไถแต่ส่วนตัวต่อเชื่อมด้วยโบกี้ไว้ใช้สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวทิวทัศน์ของเขื่อน ในระยะทางกว่า 9 กิโลเมตรที่ "ผู้จัดการท่องเที่ยว" ได้สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีควันพิษเจือปน ทำให้เราต้องเผลอสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ และก็เพิ่งประจักษ์กับตาตนเองว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ใหญ่โตเพียงใด เมื่อทอดสายตาออกไปมองเห็นผืนน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตา ปริมาณน้ำในเขื่อนจำนวนมากได้หล่อเลี้ยงชาวบ้านใกล้เคียง และยังเป็นที่เพาะพันธุ์ปลามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปลาตะเพียน ปลาเสือ ปลายี่สก ฯลฯ

หลังจากนั่งรถลากจูงให้ลมตีหน้าพอสบายๆแล้ว เราจึงออกเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ลุ่มน้ำป่าสัก ที่จัดแสดงวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชาวไทยเบิ้ง ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มาก่อน รวมไปถึงโครงกระดูกมนุษย์และเครื่องปั้นดินเผา ถ้วย ชามต่างๆที่ขุดพบจากการสร้างเขื่อนฯ

และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่รอคอย นั่นคือการนั่งรถไฟลอยน้ำชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยขึ้นตรงสถานีย่อยเขื่อนป่าสักฯ เหตุที่เรียกว่า "รถไฟลอยน้ำ" นั้น เนื่องมาจากขบวนรถไฟสายนี้จะแล่นผ่านสันเขื่อน ทำให้เวลามองแล้วเหมือนขบวนรถไฟแล่นผ่านผิวน้ำดูสวยงามแปลกตา และถ้าหากมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคมก็จะยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ เพราะในช่วงเวลานั้นชาวบ้านจะพร้อมใจกันปลูกดอกทานตะวันเต็มท้องทุ่ง เวลามองจะเห็นสีเหลืองสดใสของดอกทานตะวันบานสะพรั่งตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้าหน้าหนาว ดูสวยจนหลายคนอดใจไม่ไหวต้องหยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายไว้เป็นหลักฐาน

ถ้าใครมีเวลาและอยากจะนั่งรถไฟชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เขื่อนแล้วละก็ ทางเขื่อนป่าสักฯ ก็มีบ้านพักไว้รับรองแต่ต้องแจ้งกับสวัสดิการโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เสียก่อน แต่ถ้าอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถนำเต็นท์ไปกางไว้ในที่ที่จัดไว้ได้ รถไฟจะออกจากสถานีย่อยเขื่อนป่าสักฯเวลา 6 โมงเช้าแล่นไปได้ซักพักจะเจอกับพระอาทิตย์สีส้มลูกโตค่อยๆลอยขึ้นมาบนผิวน้ำของเขื่อนป่าสักฯ ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใสและสวยงามวันหนึ่ง

หากใครที่ยังไม่จุใจกับการเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก็สามารถเลือกเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงอย่างลพบุรีหรือสระบุรีก็ได้ หากไปทางลพบุรีแนะนำให้ไปสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ไหว้ศาลพระกาฬสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองลพบุรีเอาฤกษ์เอาชัย หรือจะไปชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ พระราชวังที่สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วไปให้อาหารเจ้าจ๋อที่พระปรางค์สามยอด

แต่ถ้ามาทางจังหวัดสระบุรี ก็จะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมากมายไม่แพ้กัน ที่ขึ้นชื่อและถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองสระบุรีเห็นจะเป็นที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ที่คาดว่าจะพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ส่วนบันไดทางขึ้นที่มีลักษณะเป็นนาคสามสายแลดูวิจิตรบรรจงนั้นสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 มีความเชื่อที่ว่าสายที่ 1(จากซ้าย)ถือเป็นบันไดเงิน สายที่ 2 เป็นบันไดแก้ว ส่วนสายที่ 3 เป็นบันไดทอง ว่ากันว่าหากใครปรารถนาเงินก็ให้เดินขึ้นบันไดเงิน หากอยากได้ทองก็ให้ขึ้นบันไดทอง แต่ถ้าต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ก็ให้เดินขึ้นบันไดแก้ว แต่การเดินขึ้นทั้งสามบันไดนั้นจะต้องกลั้นหายใจพร้อมทั้งกล่าวคำอธิษฐานไปจนถึงบันไดขั้นสูงสุด

ใครจะเชื่อว่าที่ จ.สระบุรีซึ่งถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคกลางจะมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่เรียกตนเองว่า ไทยวน (อ่านว่าไท-ยวน) พูดภาษาเหนือแต้ๆแบบที่เคยได้ยินใน จ.ลำปางหรือ จ.เชียงใหม่ พวกเขาอพยพมาจากเชียงแสนกว่า 200 ปีแล้ว แต่ยังคงรักษาวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และได้รวบรวมโบราณวัตถุและสิ่งของเครื่องใช้พื้นบ้านไว้ให้ชมกันที่ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน หรือที่เรียกกันติดปากว่าบ้านเขาแก้ว ซึ่งเป็นบ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี นอกจากนี้ชาวบ้านแถบนี้ยังได้ทอผ้าขายเป็นอาชีพเสริมอีกด้วย

ขนาดมาช่วงที่ยังไม่มีดอกทานตะวันบานและบางเวลายังมีฝนตกพรำๆก็ทำเอา "ผู้จัดการท่องเที่ยว" รู้สึกประทับใจจนไม่อยากกลับเมืองหลวงแล้ว ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าวันหน้าฟ้าใหม่มีโอกาสกลับมาเยือนเส้นทางนี้อีกครั้งในเวลาที่ฟ้าเป็นใจ ดอกทานตะวันบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งแถมยังมีอากาศเย็นๆของหน้าหนาวพัดมาเป็นระยะ ไม่แน่เราจะอาจะหลงรักเมืองนี้จนต้องขอยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกของที่นี่อีกคนเลยก็เป็นได้

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 

การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.0-2223-7010,0-2223-7020
สำนักงานการท่องเที่ยว ภาคกลาง เขต 7 โทร.0-3642-2768-9
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โทร. 0-3649- 4031 ถึง 4
ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน (อบต.ต้นตาล) โทร.0-3633-3516,0-9904-4567

การเดินทางสู่จังหวัดลพบุรี     ร้านอาหาร     สถานที่ท่องเที่ยว    

ทริปตัวอย่างการนั่งรถไฟไปเที่ยวลพบุรี     เที่ยวลพบุรีไปตามคำขวัญ
 

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ลพบุรี


สระบุรี...เมืองนี้มิใช่แค่ทางผ่าน
นั่งรถไฟไปเมืองละโว้ ทัวร์ 9 วัด-วัง-เวียง
ซึมซับธรรมชาติ...ยลความงามที่ป่า "ซับลังกา"