xs
xsm
sm
md
lg

ท่องเที่ยวและเรียนรู้ โลกของ “ผีเสื้อ”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 
“อะไรเอ่ย ชื่อน่ากลัว ตัวน่ารัก” ปริศนาคำทายง่ายๆ ที่หลายคนต้องตอบได้ เพราะเจ้าสิ่งที่มีชื่อน่าน่ากลัว แต่ตัวจริงแสนจะน่ารักและสวยงาม จนได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งแมลง” นั้นก็คือ “ผีเสื้อ” นั่นเอง

ผีเสื้อเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มาจากภาษากรีกคือคำว่า “เลปิส” (Lepis) ซึ่งมีความหมายว่า “ปีกมีเกล็ด” เพราะปีกของผีเสื้อนั้นประกอบด้วยเกล็ดเล็ก ๆ จำนวนมาก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ผีเสื้อกลางวัน (Butterfly) และ ผีเสื้อกลางคืน (Moth) โดยทั่วโลกมีผีเสื้อทั้ง 2 กลุ่มรวมกันอยู่ 77 วงศ์ ประมาณ 225,000 ชนิด ในประเทศไทย ได้มีการสำรวจพบว่ามีไม่น้อยกว่า 1,300-1,400 ชนิด โดยจำแนกผีเสื้อไว้ได้อย่างน้อย 40 วงศ์ แบ่งเป็นผีเสื้อกลางวัน 11 วงศ์ ผีเสื้อกลางคืน 29 วงศ์

โลกของผีเสื้อ…

ข้อแตกต่างของผีเสื้อกลางวันและกลางคืน นอกจากเรื่องการออกหากินที่ชื่อของผีเสื้อทั้ง 2 กลุ่มที่บอกอยู่แล้วว่าหากินเวลาใด ก็ยังมีข้อสังเกตง่ายๆ คือ “ผีเสื้อกลางวัน” จะมีสีสันสวยงามสดใสกว่าผีเสื้อกลางคืน หนวดเป็นรูปคล้ายไม้เบสบอล ส่วนปลายใหญ่กว่าส่วนโคนและชูหนวดขึ้น ลำตัวใหญ่เรียวยาว ตาโต ปีกไม่มีขนปกคลุมหรือถ้ามีก็จะบางมากๆ เห็นไม่ชัดเจน เวลาเกาะปีกจะยกพับขึ้นตั้งฉากกับลำตัว

ด้าน “ผีเสื้อกลางคืน” ส่วนมากสีสันจะออกโทนเรียบๆ ไม่มีลวดลายเด่นชัดสวยงามอย่างผีเสื้อกลางวัน หนวดมีหลายแบบ เช่น คล้ายฟันหวี คล้ายพู่ ซ่อนหนวดไว้ข้างลำตัว ซึ่งลำตัวก็จะกลมและอ้วนกว่า ที่ปีกจะมีขนปกคลุมอยู่เป็นจำนวนมากแถมยังเป็นเส้นยาวๆมองเห็นได้ชัดเจน เวลาเกาะจะกางปีกขนานกับลำตัว พร้อมกับเอาลำตัวซ่อนไว้ใต้ปีก

เราจะคุ้นเคยกับผีเสื้อกลางวันมากกว่า เพราะสามารถเห็นได้ทั่วไปในการออกหากินเวลากลางวัน ซึ่งจริงๆแล้วประมาณ 90 % จะเป็นผีเสื้อกลางคืน ที่เหลือประมาณ 10 % เป็นผีเสื้อกลางวัน โดยผีเสื้อเด่นๆ สีสันสวยงามที่เราเห็นได้ง่ายๆ ทั่วไปเป็นที่คุ้นเคยกับผู้คนมากที่สุดนั้นคือ “วงศ์ผีเสื้อหางติ่ง” ซึ่งเป็นผีเสื้อที่มีขนาดใหญ่ สวยสะดุดตา บางชนิดมีหางที่ปีกคู่หลังทั้งสองจึงได้ชื่อว่า “หางติ่ง” และเราจะพบผีเสื้อวงศ์นี้ ได้ทั่วไป ตามสวนดอกไม้ ชายป่า และริมลำธารที่แดดส่องถึง

ด้วยสีสันและลวดลายปีกของผีเสื้อเพียงไม่กี่ตัวที่เราเห็น ก็ยังสร้างความเพลิดเพลินทางสายตาได้แล้ว และยิ่งถ้าหากมีโอกาสได้เห็นผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์มาบินโชว์ปีกแสนสวยจำนวนนับพันนับหมื่นตัว ลองนึกดูว่า จะเป็นภาพที่สวยงามและสร้างความประทับใจได้ขนาดไหน

จึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจในการดูผีเสื้อ เพราะวิธีการดูผีเสื้อนั้นแสนจะง่ายดาย ไม่ต้องอาศัยช่วงจังหวะเวลา ไม่ต้องมีอุปกรณ์ ไม่ต้องใช้ความเงียบระหว่างเฝ้ารอดู ก็สามารถได้เห็นผีเสื้อแล้ว แต่ถ้าให้ดีก็ต้องไปยังแหล่งที่มีผีเสื้อหลากหลาย เพื่อจะได้รับอรรถรสในการดูให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้น

แหล่งดูผีเสื้อเด่นในเมืองไทย

“สินธุยศ จันทรสาขา” นักดูผีเสื้อระดับอาจารย์ ที่มีฉายาในวงการว่า “หนานกะเบ้อ” ซึ่งตระเวนถ่ายรูปและดูผีเสื้อไปทั่วเมืองไทย บอกว่าถ้าจะดูผีเสื้อก็ต้องรู้ธรรมชาติของผีเสื้อ นั่นคือเขาจะชอบอยู่ในแหล่งที่มีความชุ่มชื้น มีหลายชนิดที่ชอบแดด แต่เป็นแดดในบริเวณที่มีความชุ่มชื้น เช่น แดดบริเวณริมลำธาร แดดในป่าใหญ่

ซึ่งแหล่งดูผีเสื้อที่เด่นๆ ในเมืองไทยนั้น มีอยู่หลายแห่ง แต่ที่เป็นที่รู้จักมานานและมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดก็คือ “แคมป์บ้านกร่าง” อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งถือเป็น “เมืองผีเสื้อแห่งป่าตะวันตก” โดยเท่าที่สำรวจพบว่ามีผีเสื้อประมาณ 200 ชนิด

แต่ถ้าเป็น “เมืองผีเสื้อแห่งป่าตะวันออก” ก็ต้องยกให้ “อุทยานแห่งชาติปางสีดา” จ. สระแก้ว เพราะเป็นเขตพื้นที่ชุ่มชื้น อากาศเย็นสบาย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ มีป่าต้นน้ำจำนวนมาก จึงเป็นปัจจัยทำให้มีผีเสื้อมากถึง 320 ชนิด และเป็นชนิดที่ไม่เคยพบหรือมีรายงานที่ไหนมาก่อนถึงเกือบ 20 ชนิด

อุทยานแห่งชาติปางสีดา จึงนับเป็นแหล่งดูผีเสื้อที่น่าสนใจ มีผีเสื้อนับแสนๆ ตัว กระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถจะเดินไปดูผีเสื้อได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา กำลังมีงาน “เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา” ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน นอกจากจะได้ดูผีเสื้อนานาชนิดนับแสนแล้ว ยังมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผีเสื้ออีกมากมาย

เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เมืองผีเสื้อทั้ง 2 แห่งจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว หรือถ้าไม่อยากไปไหนไกล ที่ อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ ที่สวนรถไฟ ก็มีการจัดแสดงผีเสื้อให้ดู

แต่หากอยากเห็นผีเสื้อที่หลากหลายและเป็นธรรมชาติ ต้องไปที่ “หน่วยหนองแม่นา” อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง บริเวณฝั่งเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ด้วยสภาพเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติแบบสะวันนาสลับป่าสนและป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่ง ผีเสื้อที่หน่วยหนองแม่นานั้นจึงมีมากถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยในด้านความหลากหลาย ประมาณ 400 กว่าชนิด

อาจารย์สินธุยศบอกด้วยว่า จำนวนชนิดของผีเสื้อที่พบในแต่ละแห่งนั้น เป็นเพียงบางจุดของพื้นที่ ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้นถ้าหากจะสำรวจทั่วบริเวณกันจริงๆ ในแต่ละพื้นที่ จึงอาจจะมีจำนวนผีเสื้อมากกว่าที่สำรวจพบก็ได้

อยากดูผีเสื้อ ต้องทำอย่างไร

ที่เห็นผีเสื้อบินวนเวียนหากินน้ำหวานจากดอกไม้นั้น ไม่ใช่ว่านั่นจะเป็นอาหารหลักของผีเสื้อ เพราะผีเสื้อที่กินพืชหรือดูดน้ำหวานมีเพียง 10 % น้ำหวานจึงเป็นเหมือนอาหารเสริมหรือเป็นของว่างคล้ายกับที่คนเรากินกาแฟเพราะอาหารหลักของผีเสื้อคือเกลือแร่ ซึ่งมาจากหลายแหล่ง ทั้งเกลือแร่ที่ละลายอยู่ในดิน เกลือแร่ในผลไม้เน่า มูลสัตว์ รวมถึงแหล่งเกลือแร่ที่ไม่น่าเชื่อว่าผีเสื้อจะชอบ แต่ถ้าสังเกตจะเห็นว่า ที่ใดที่มีไวน์ กะปิ น้ำปลาร้า ส้มตำ ที่นั่นจะมีผีเสื้ออยู่มากเป็นพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ จึงนำมาสู่เทคนิคหลอกล่อผีเสื้อ เมื่ออยากให้ผีเสื้อนับสิบนับร้อยมารวมตัวกันอย่างง่ายดาย ซึ่งนอกจากวิธีการราดน้ำผสมเกลือแร่ให้ชุ่มทั่วบริเวณ เพราะผีเสื้อบางชนิดจะชอบความชุ่มชื่น ในขณะที่ผีเสื้อบางชนิดชอบความเค็มมากกว่า ดังนั้นแค่วางน้ำปลา น้ำปลาร้า ส้มตำ กะปิ ไม่นานผีเสื้อก็จะรีบบินตามกลิ่นมาอย่างเร็ว

ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวหรือนักดูผีเสื้อมือใหม่ อาจารย์สินธุยศให้ความเห็นว่า อย่าเริ่มต้นดูคนเดียว เพราะถ้าดูคนเดียวจะดูไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วทำให้ไม่สนุก ดังนั้นต้องเข้าไปหากลุ่มคนที่ชอบดูผีเสื้อด้วยกัน ซึ่งกลุ่มนี้สามารถค้นหาได้ในเว็บผีเสื้อต่างๆ เช่น www.savebutterfly.com ที่จะรวบรวมความรู้และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูผีเสื้อไว้อย่างครบครัน รวมทั้งมีผู้รู้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ เป็นอย่างดี

ซึ่งแม้เราอาจจะไม่ใช่นักดูผีเสื้อมืออาชีพอย่างนักอนุรักษ์ เป็นเพียงนักดูผีเสื้อสมัครเล่นในฐานะนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไป แต่อย่างน้อยการเฝ้าดูและเรียนรู้ชีวิตของผีเสื้อ ก็ยังทำให้เราได้เข้าใจและเห็นคุณค่าความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากความสนุกและเพลิดเพลิน

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 


แหล่งดูผีเสื้อเด่นๆ ในเมืองไทยที่สามารถเดินทางไปได้โดยสะดวก


อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โทร. 0-3245-9293
อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ. สระแก้ว โทร. 0-3724-6100 สมาคมรักษ์ปางสีดา โทร. 0-1429-2842
“หน่วยหนองแม่นา” อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง บริเวณฝั่งเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โทร. 0-5526-8019
“น้ำตกทรายเหลือง” อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่ โทร. 0-5326-8577
“น้ำตกมณฑาธารหรือน้ำตกสันป่ายาง” อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ. เชียงใหม่ โทร. 0-5329-5041
อุทยานแห่งชาติเชียงดาว จ. เชียงใหม่ โทร. 0-5326-1466
อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ โทร. 0-2272-4359-60, 0-2272-4680