xs
xsm
sm
md
lg

เที่ยวสวนเกษตร เขตเมืองธรรม “อ่างทอง”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ไม่ว่าจะเป็น “จังหวัดอ่างทอง” ในปัจจุบัน หรือเป็น “แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ” ในอดีตนั้น ณ พื้นที่ของอ่างทอง ล้วนแต่มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ไหลผ่านแทบทุกอำเภอ และด้วยลักษณะที่ราบลุ่มเป็นแอ่งคล้ายอ่าง เต็มไปด้วยทุ่งนาที่ออกรวงเหลืองอร่ามเหมือนทอง จึงได้รับสมญานามว่าเป็นเมือง “อู่ข้าว อู่น้ำ” ปลูกพืชพันธุ์อะไรก็งามไปหมด นอกจากนี้อ่างทองยังเป็นแหล่งธรรมะ มีศิลปวัฒนธรรมและประเพณีดีงาม มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตชนบทที่น่าสัมผัสเรียนรู้ เช่นคำขวัญที่ว่า

"พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน"

ความโดดเด่นอย่างหนึ่งของอ่างทอง คือมีวัดมากมายกว่า 200 วัด กระจายอยู่ทุกอำเภอ ซึ่งก็ล้วนเก่าแก่และมีประวัติน่าสนใจ แต่ที่ยกให้เป็นวัดเด่นวัดดังของจังหวัดนี้ คือ “วัดไชโยวรวิหาร หรือ วัดเกษไชโย” อยู่ที่ อ.ไชโย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร มี “พระมหาพุทธพิมพ์” พระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อโต” ตามชื่อของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ผู้สร้างองค์แรกและตามลักษณะที่งามสง่าสูงใหญ่ขององค์พระ ซึ่งประดิษฐานในพระวิหารที่มีความสูงใหญ่สง่างามรูปทรงแปลกตา ผสมผสานศิลปะแบบโกธิคของยุโรป และมีทวารบาลแบบจีนผสมไทย

ติดกับด้านหน้าพระวิหาร มีพระอุโบสถก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 5 วัดไชโยฯแห่งนี้เป็นวัดสำคัญและเก่าแก่ ที่ผู้มาเยือนอ่างทองควรต้องไปนมัสการ โดยเฉพาะช่วงที่มีเทศกาลงานนมัสการพระพุทธรูปประจำปี ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ ผู้ที่มีโชคดีอาจจะมีโอกาสได้พบหรือเป็นเจ้าของพระสมเด็จ 7 ชั้น วัดไชโยฯ รุ่นเก่า ซึ่งนักเลงพระเสาะหากันนักก็ได้

ส่วนในคำขวัญจังหวัดที่ว่า “เมืองสองพระนอน” นั้นก็เนื่องจากมีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่และเก่าแก่สร้างในสมัยสุโขทัยถึง 2 องค์ 2 วัด คือที่ “วัดป่าโมกวรวิหาร” อ. ป่าโมก มีพระพุทธไสยาสน์ที่งดงาม มีความยาวจากพระเมาลีถึงปลายพระบาท 22.58 เมตร ในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนที่จะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชได้เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะบูชาพระพุทธรูปองค์นี้

พระนอนอีกองค์อยู่ที่ “วัดขุนอินทประมูล” อ.โพธิ์ทอง มีพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่และยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาทได้ 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไป เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1 เหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อยๆ ปี องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็นน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก และภายในวัดยังร่มรื่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ที่ อ.เมือง ยังมีวัด อ่างทองวรวิหาร ซึ่งมีอุโบสถที่งดงาม มีเจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีและหมู่กุฎิทรงไทย สร้างด้วยไม้สักงดงามเป็นระเบียบ วัดต้นสน เป็นวัดเก่าแก่ มีพระพุทธรูปพระศรีเมืองทองหล่อด้วยโลหะองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วัดราชปักษี มีพระพุทธไสยาสน์พุทธลักษณะคล้ายที่วัดป่าโมกแต่มีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย

ที่ อ. วิเศษชัยชาญ มี วัดม่วง โดยที่พระอุโบสถล้อมรอบด้วยกลีบบัวขนาดใหญ่ที่สุด ภายในมีรูปปั้นเกจิอาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ มีแดนเทพเจ้าไทย แดนสวรรค์ แดนนรก และแดนเทพเจ้าจีน ซึ่งมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ มีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทยพม่าด้วย

เนื่องจากเมืองอ่างทองเคยเป็นยุทธภูมิระหว่างทหารไทยกับทหารพม่าหลายครั้ง จึงมีบรรพบุรุษของเมืองอ่างทองได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญในการรบกับพม่าหลายท่าน เช่น นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ซึ่งเป็นชาวบ้านสีบัวทอง (อ. แสวงหา ในปัจจุบัน) และมีนายดอก ชาวบ้านกรับ และนายทองแก้ว ชาวบ้านโพธิ์ทะเล ทั้งสองท่านเป็นชาวเมืองวิเศษชัยชาญ ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการสู้รบกับพม่าที่ค่ายบางระจัน ชาวอ่างทอง จึงพร้อมใจกันสร้าง “อนุสาวรีย์ปู่ดอกปู่ทองแก้ว” เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของทั้งสองท่าน

ส่วนชาวบ้าน 400 คนที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับพม่าเมื่อคราวเสียกรุงอยุธยาครั้งที่ 2 ก็ได้สร้าง “วัดสี่ร้อย” เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวีรกรรมอันกล้าหาญชาญชัยของนักรบไทย ภายในพระวัดมีพระพุทธรูปปางปาเลไลยก์นามว่า “หลวงพ่อโต” ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างอยุธยาที่มีความงามมากอีกแห่งหนึ่ง

ย้อนกลับไปที่ อ. ป่าโมก อีกครั้ง เพราะที่นี่ยังมีของดีอีกเพียบ เริ่มที่ “วัดท่าสุทธาวาส” อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันออก ห่างจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เพียง 14 กม.วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ในการทำศึกสงครามบริเวณนี้จะเป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับวัดนี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการจัดสร้างพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำ รวมทั้งสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ

ภายในพระอุโบสถวัดนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาฯโปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระมหาชนกอันงดงาม โดยพระองค์ได้จรดพู่กันเขียนภาพต้นมะม่วง นับเป็นที่ปลื้มปิติแก่ชาวอ่างทองเป็นอย่างยิ่ง

ที่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส เป็นที่ตั้งของ “ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ” ซึ่งเป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อให้เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร ตุ๊กตาชาววังที่นั่นจะแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆ นอกจากนี้บ้านบางเสด็จยังมีบ้านเรือนไทยที่จัดเป็น Home Stay ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจได้มาพัก พร้อมกับมีการแสดงของเด็กกำพร้า “วัดสระแก้ว” ให้ชมอีกด้วย

หลังตลาดป่าโมก มี “หมู่บ้านแพ หรือ หมู่บ้านทำกลอง” ซึ่งชาวบ้านเริ่มผลิตกลองมาตั้งแต่ พ.ศ.2470 เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผลิตกลองนานาชนิด ที่ใช้กับเครื่องดนตรีไทย ดนตรีสากล นักท่องเที่ยวสามารถชมกรรมวิธีการทำได้ทุกขั้นตอน คุณภาพประรีต สวยงาม และยังซื้อเป็นของที่ระลึกได้

“บ้านบางเจ้าฉ่า” อ. โพธิ์ทอง เป็นอีกที่หนึ่งที่มีความโดดเด่นในงานฝีมือเครื่องจักสานด้วยไม้ไผ่ งานจักสานของบ้านบางเจ้าฉ่านี้มีความละเอียดประณีตสวยงามสามารถพัฒนางานฝีมือตามความต้องการของตลาด ไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่าจนสามารถส่งออกขายต่างประเทศได้ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการพัฒนาอาชีพ นอกจากนี้ยังมี “หอวัฒนธรรมนิทัศน์เครื่องใช้ไม้ไผ่” ที่จัดแสดงวิวัฒนาการการจักสานจากอดีตถึงปัจจุบัน มีที่พักแบบ Home Stay มีการนำเที่ยวด้วยการนั่งรถอีแต๋น ชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตชุมชนลุ่มแม่น้ำน้อยที่น่าสนใจ

เที่ยววัดเที่ยวหมู่บ้านมาหลายที่ คราวนี้เปลี่ยนมาเที่ยวชมสวนเกษตรกันบ้าง เพราะความอุดมสมบูรณ์จนถือเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ อ่างทองจึงมีสวนเกษตรหลายแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านต่างๆ มานำเสนอ ซึ่งล้วนแต่เป็นของฝากที่น่าซื้อหา ไม่ว่าจะเป็น “สวนมะยงชิดและกระท้อนพันธุ์ดี” ส่วนใหญ่ปลูกตามริมแม่น้ำน้อย ต. บางเจ้าฉ่า และ ต.องครักษ์ ผลใหญ่ รสชาติหวานอร่อย ผลผลิตของมะยงชิดมีในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม กระท้อนจะมีในเดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม

“หมู่บ้านไร่นาสวนผสมตามแนวทฤษฎีใหม่” อยู่ที่ ต.โคกพุทรา เป็นหมู่บ้านผลิตไม้ผลและพืชผักหลายชนิด และยังอยู่ใกล้กับ “วัดจันทาราม” ซึ่งมีค้างคาวแม่ไก่ นกกระยางขาว นกกระยาดำ จำนวนมากอาศัยอยู่ นอกจากนี้แล้วยังมี กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรไชโย ผลิตและจำหน่ายสมุนไพรแช่อิ่ม กลุ่มจักสานผักตบชวา มหานาม ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา เอนกฟาร์ม นกกระทา ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไข่นกกระทาแบบต่างๆ ยังมีสวนเกษตรและกลุ่มแม่บ้านอีกหลายแห่ง ผ่านไปผ่านมาก็หาโอกาสแวะเยี่ยมชมได้

หรือถ้าหากอยากรู้เรื่องราวของอ่างทองมากกว่านี้ ต้องไปที่ “ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทอง” ที่จะนำเสนอเนื้อหาสาระในแง่มุมต่างๆ อย่างน่าสนใจ แล้วจะรู้ว่ายังมีสิ่งดีๆรอคุณอยู่ที่อ่างทอง

*    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเมืองอ่างทองเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-35611-714-5 ต่อ 120 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต 6 โทร. 0-3524-6076-7