"เด็กรุ่นใหม่ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด"
คำขวัญวันเด็กปี 2548
แม้ว่าปีพ.ศ. 2548 ซึ่งถือเป็นปีไก่(ระกา)ตามปีนักษัตรจะเปิดต้นปีมาด้วยความเศร้าสลดจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ “สึนามิ” แต่เชื่อว่าเมื่อฝันร้ายผ่านพ้นไป เมืองไทยจะมีสิ่งดีๆสิ่งสวยงามมาเยือนมากมาย
สำหรับวันเด็กปีนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกปีที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมวันเด็กในสถานที่ต่างๆ ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นกิจกรรมสนุกสนานที่มีรางวัลให้เด็กติดไม้ติดมือกลับบ้านกลับไป แต่สำหรับที่ “วัดสวนแก้ว” กิจกรรมและการละเล่นต่างๆในวันเด็กไม่เพียงแต่จะสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่แฝงไปด้วยสาระ ข้อคิดในการใช้ชีวิต และหลักธรรมคำสอน ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่หากนำไปปฏิบัติ ชีวิตก็จะมีแต่ความสงบสุข
"พระพยอมกัลยาโณ" เจ้าอาวาสวัดสวนเเก้ว เปิดเผยว่า ร่วม 10 ที่ผ่านมา ในวันเด็กที่วัดสวนแก้วจะมีพ่อ-แม่ ผู้ปกครองพาเด็กๆมาร่วมกิจกรรมที่วัดกันมากมาย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวัดที่มีเด็กมาเยอะที่สุดในเมืองไทยก็ว่าได้
“เดิมกิจกรรมวันเด็กที่วัดสวนแก้วจัดขึ้นเพื่อต้องการช่วยเหลือลูกคนยากคนจน ลูกกรรมกร ลูกคนหาเช้ากินค่ำ ให้มีข้าวปลาอาหาร มีขนมกิน ในช่วงวันเด็ก แต่หลังจากจัดมาก็มีคนพาลูกหลานมาร่วมงานวันเด็กที่วัดสวนแก้วกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งลูกคนจน คนรวย โดยในวันเด็กรถจะเต็มลานจอดรถ”
“สำหรับปีนี้อาตมาได้เตรียมอาหารผลไม้ไว้ต้อนรับเด็กๆที่จะมาวัด โดยในช่วงใกล้วันเด็ก ทางวัดจะไปซื้อของที่ตลาดไท ซึ่งหากพ่อค้าแม่ค้าอยากช่วยเหลือเด็กก็สามารถบริจาคผักผลไม้เพิ่มได้ หรือจะขายในราคาพิเศษก็ถือเป็นการช่วยเหลือเด็กเหมือนกัน”
พระพยอมยังเปิดเผยอีกว่า ในวันเด็กนอกจากการจัดเลี้ยงอาหารเด็กๆแล้ว ที่วัดสวนแก้วยังมีกิจกรรม และเกมต่างๆให้เด็กเล่นเพื่อแลกของรางวัล โดยเกม และกิจกรรมต่างๆนอกจากจะให้เด็กได้สนุกสนานแล้ว ยังแฝงไปด้วยหลักธรรมะ หลักการดำเนินชีวิต รวมไปถึงการรับรู้ข่าวสารในสถานการณ์ปัจจุบัน
“อาตมายกตัวอย่าง ว่า ในวันนั้นอาจจะมีการเล่นเกมทศกัณฑ์ให้เด็กทาย แต่จะเปลี่ยนจากใบหน้าคนดังหรือดารา มาเป็นใบหน้าของพระชื่อดังอย่างเช่น สมเด็จพระสังฆราช พระพุทธทาสฯ”
นอกจากนี้เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วยังบอกอีกว่า ในงานวันเด็กที่วัดสวนแก้ว หากเด็กคนไหนที่มาในงานแล้วทางทีมแมวมองเห็นพฤติกรรมที่ปฏิบัติภายในวัดว่าเด็กคนนั้นประพฤติตนเป็นคนดี เด็กคนนั้นก็จะได้รับรางวัลพิเศษ
“วันเด็กปีนี้อาตมาก็อยากจะฝากข้อคิดไปถึงเด็กๆในยุคนี้ว่า เด็กไทยอย่าไปโง่กับสิ่งที่เป็นมายา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกมต่างๆ ยาเสพติด ยาบ้า บุหรี่ เหล้า รวมถึงความรักใคร่ที่ไร้สติของหมู่วัยรุ่น แต่เด็กไทยต้องเติบโตอย่างชาญฉลาด ต้องสร้างสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข สงบ เย็น มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำสิ่งที่ดีๆ ต่อสังคม การทำประโยชน์ต่อสังคมตั้งแต่อายุยังน้อยนับว่าเป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคมมาก” พระพยอมกล่าวทิ้งท้าย
สำหรับวัดสวนแก้วเดิมชื่อ “วัดแก้ว” เป็นวัดร้างมา 80 ปี จนกระทั่งหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ และพระภิกษุอีก 3-4 รูป ได้เข้ามาพำนัก แต่พื้นที่ของวัดเต็มไปด้วยสวนต่างๆ หลวงพ่อไม่สามารถจะบูรณะได้ เพราะขาดบุคลากร ที่จะช่วยพัฒนา เมื่อปี พ.ศ. 2521 พระพยอม กัลยาโณ และเพื่อนพระภิกษุอีก 2 รูปได้เดินทางมาจากวัดสวนโมกขพลาราม เพื่อขอทำโครงการบวชเณร ภาคฤดูร้อนที่วัดแห่งนี้ หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2522 หลวงพ่อได้มอบหมายให้พระพยอมและเพื่อนพระภิกษุเป็นผู้ดูแลรักษาวัดเนื่องด้วยหลวงพ่อ เทียนนั้นดำริจะเดินทางกลับจังหวัดเลย
ต่อมาภายหลังจึงได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดสวนแก้ว" และได้จัดตั้ง "มูลนิธิสวนแก้ว" ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ หลัก 3 ประการ คือ เพื่อเผยแผ่ศีลธรรมในศาสนา เพื่อสนับสนุนให้กำลังใจแก่ผู้กระทำความดี และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้คนดีมีสัมมาชีพ
ทั้งนี้วัดสวนแก้ว ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี การเดินทางจากสะพานพระนั่งเกล้า ตรงไปยังสี่แยกไฟแดงที่สอง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าบางกรวยประมาณ 2 กม. ก็จะถึงวัดสวนแก้ว ที่ร่มครึ้ม มีอาณาบริเวณกว้างขวางมาก มีป้ายคำขวัญเป็นข้อความติดเตือนสติ มีภาพวาดที่สวยงามอยู่ภายในวัด นอกจากนี้ทางวัดก็ยังมี "ซูเปอร์มาร์เก็ตคนยากไร้" ซึ่งเป็นสินค้ามือสอง สินค้าราคาถูกขายแก่คนทั่วไป โครงการสวนแก้วเนอร์สเซอรี่ และโครงการเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับวันเด็กปีนี้พระพยอมจะอยู่ร่วมกิจกรรมกับเด็กๆตั้งแต่เช้าไปจนเลิกงาน ซึ่งงานจะเริ่มอย่างเป็นทางการ 9.00 น. และจะเลิกในช่วงเย็น ผู้ที่สนใจจะไปร่วมงานหรือจะนำของไปบริจาคให้เด็กๆในงานสามารถสอบถามได้ที่ วัดสวนแก้ว 0-2595-1444,0-2595-1945


