xs
xsm
sm
md
lg

เกาหลีใต้เลื่อนเก็บภาษีคริปโตรอบที่สี่ จ่อลากยาวถึงปี 2572

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลเกาหลีใต้ยื่นเรื่องเสนอสภาขอขยายเวลาเลื่อนการจัดเก็บภาษีคริปโทเคอร์เรนซีออกไปอีก 2 ปี โดยตั้งเป้าไปเริ่มต้นในปี 2572 จากเดิมที่เคยยืนยันว่าจะเริ่มบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2570 ซึ่งนับเป็นการเลื่อนครั้งที่สี่ติดต่อกัน เนื่องจากต้องรอความพร้อมของระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่างประเทศ และเกรงว่าตลาดในประเทศจะเสียเปรียบสนามแข่งขันระดับโลก

สภาวะ "สำลักกิมจิ" กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของรัฐบาลโซล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชีย เมื่อ ลี ฮย็อง อิล (Lee Hyoung-il) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะหารือกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อผลักดันการเลื่อนบังคับใช้กฎหมายภาษีคริปโต 22% ออกไปเป็นปี 2572

โจทย์ใหญ่ของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่อัตราภาษี 22% (แบ่งเป็นภาษีรายได้ 20% และภาษีท้องถิ่น 2%) ที่จะเรียกเก็บจากกำไรส่วนที่เกิน 2.5 ล้านวอน (ราว 1,860 ดอลลาร์) ต่อปี แต่อยู่ที่ "ความพร้อมของระบบบริหารจัดการ" ที่กระทรวงการคลังเองก็ยอมรับว่ายังไม่ลงตัว

เดิมทีเกาหลีใต้วางแผนจะเริ่มเก็บภาษีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 แต่กลับเจอมรสุมคัดค้านจนต้องถอยร่นเลื่อนมาเป็นปี 2566, 2568 และล่าสุดคือปี 2570 แต่สุดท้ายกลับต้องยอมรับความจริงว่า กรอบเวลาดังกล่าวสร้างความเสียเปรียบให้กับตลาดในประเทศอย่างร้ายแรง

หวั่นทุนไหลออก-ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลยังไร้เงา


เหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลโซลต้องยอมตืนน้ำลายตัวเอง หลังเคยยืนยันเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า "เอาแน่ปี 2570" คือการเชื่อมโยงกับกรอบการรายงานสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างประเทศ หรือ Crypto-Asset Reporting Framework (CARF) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีกับสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก

หากเกาหลีใต้เร่งรีบจัดเก็บภาษีล่วงหน้าก่อนที่ระบบ CARF จะเริ่มใช้งานจริงในปี 2572 ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ เม็ดเงินและนักลงทุนในประเทศจะไหลทะลักออกไปเทรดในกระดานต่างประเทศเพื่อหลบเลี่ยงภาษี ส่งผลเสียต่อสภาพคล่องของศูนย์ซื้อขายในประเทศอย่างมหาศาล

นอกจากนี้ การหารือร่วมกับตัวแทนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำในประเทศช่วงที่ผ่านมา ยังสะท้อนเสียงสะท้อนจากฝั่งผู้ประกอบการว่า โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยียังไม่พร้อมรับมือกับการคำนวณภาษีของธุรกรรมที่ซับซ้อนหลายรูปแบบ และกฎเกณฑ์รายละเอียดยังมีความคลุมเครือสูง

เกราะคุ้มกันนักลงทุนและการปรับโครงสร้างกฎหมาย

นอกจาากนี้ยังมีข่าวร้ายของกรมสรรพากรเกาหลีใต้ กลับมีข่าวดีสำหรับนักลงทุนซ่อนอยู่ เพราะร่างกฎหมายฉบับแก้ไขนี้ได้บรรจุมาตรการหักกลบลบหนี้ขาดทุนย้อนหลัง 3 ปี (Three-year loss carryforward) เข้าไปด้วย ซึ่งจะเปิดทางให้นักลงทุนสามารถนำผลขาดทุนจากคริปโตไปหักลดหย่อนกำไรที่เกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้าได้

ตามโรดแมปใหม่ รัฐบาลเกาหลีใต้จะเสนอร่างแก้ไขกฎหมายภาษีต่อรัฐสภาในช่วงประชุมสามัญปี 2570 และเตรียมคลอดแนวปฏิบัติทางภาษีฉบับสมบูรณ์ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2571 ก่อนจะเริ่มจัดเก็บจริงในปี 2572

สัญญาณเตือนถึงตลาดทุนไทยและอาเซียน

ปรากฏการณ์เลื่อนจัดเก็บภาษีคริปโตของเกาหลีใต้ถึง 4 ครั้งซ้อน ไม่ใช่แค่เรื่องภายในของกรุงโซล แต่เป็น "สัญญาณเตือน" ที่ส่งตรงถึงกำกับดูแลในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทย ที่กำลังเร่งจัดระเบียบโครงสร้างภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลเช่นกัน

บทเรียนจากเกาหลีใต้ชี้ให้เห็นว่า การเร่งรัดเก็บภาษีโดยที่ระบบจัดเก็บข้อมูลข้ามพรมแดนยังไม่เบ็ดเสร็จ และขาดการปรับตัวของโครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรม มีแต่จะส่งผลเสียต่อการเติบโตของนวัตกรรมทางการเงิน นักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแลในไทยจึงต้องจับตาดูว่า กรอบความร่วมมือ CARF จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่บังคับให้ทุกประเทศต้องชะลอการเก็บภาษีเดี่ยว เพื่อรอจังหวะเดินหน้าพร้อมกันในระดับโลกหรือไม่