pI Daily น้ำมันดิบปรับลงแรงตลาดเชื่อภูมิรัฐศาสตร์เบาลง จากนี้ความกังวลเงินเฟ้อจะลดลง หนุนทองคำ ตราสารหนี้ ตลาดหุ้น มองกลุ่ม Anti Oil น่าสนใจ (สายการบิน โรงไฟฟ้า Non-Bank บริโภค) แต่ระวังกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 1569 จุด (+3%) หลังเดโมแครตได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอม ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 8.7% นักลงทุนมองการเปลี่ยนขั้วอำนาจเช่นนี้จะช่วยลดความร้อนแรงภูมิรัฐศาสตร์ ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นเด่นได้แก่ MSFT +6.7% GOOGL +3.2% AMAZN +6% JPM +4.2%
ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ พบว่าเดโมแครตได้รับชัยชนะทั้งสภาบนและสภาล่าง ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชน ในสหรัฐฯ ว่ามิได้เห็นด้วยกับนโยบายต่างๆ ที่ทรัมป์ทำก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษีการค้า สงครามกับอิหร่าน เมื่อคืนราคาน้ำมันดิบปรับลงแรงและจากจุดสูงสุดย่อลงมาแล้ว 19% จากนี้เชื่อว่าความกังวลเงินเฟ้อจะเบาลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มปรับลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะหนุนทองคำและตลาดหุ้น ด้านตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืนประกาศการจ้างงานภาคเอกชนที่ดี กว่าคาดการณ์ของตลาดและ PMI ภาคบริการใกล้เคียงกับคาดการณ์ของตลาด ส่วนคืนพรุ่งนี้จะมีการประกาศตัวเลขแรงงานหากต่ำกว่าคาดการณ์จะยิ่งเป็นปัจจัยหนุน
เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องหนุนกระแสเงินทุนต่างชาติ ส่วนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ มองบวกกับเศรษฐกิจไทยจากความกังวลเงินเฟ้อจะลดลงและการกีดกันการค้าโลกที่จะน้อยลงเช่นกันดีกับกลุ่มส่งออก ท่องเที่ยว วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1490 – 1520 เช้านี้ Kospi ปรับลง 2.3% อาจกดดันหุ้น Tech กับน้ำมันที่ปรับลงกดดันพลังงาน ดังนั้นใน เชิงกลยุทธ์การลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับกลุ่ม Anti Oil และ Theme Yield ลง อาทิ สายการบิน (AAV BA THAI) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) กลุ่มบริโภค (CPALL CPN HMPRO BJC GLOBAL) ธนาคารฯ (BBL KBANK KTB SCB)
หุ้นแนะนำ
AAV: ซื้อ: TP: 0.90 Bt
คาดว่า AAV จะยังขาดทุนในงวด 3Q26 อีก 2,174 ล้านบาท เพิ่มจาก 875 ล้านบาทใน 3Q25 จากผลกระทบของการเป็นช่วง Low Seasons อย่างไรก็ตามน้ำมันที่ปรับลง จะหนุนราคาระยะสั้น
MTC: ซื้อ: TP: 39.00 Bt
คาดกำไรสุทธิปี 2026-27 เติบโตต่อเนื่อง 14%/13% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นล้อกับสินเชื่อที่ขยายตัว


