นับถอยหลังตลาดหลักทรัพย์มอสโกเตรียมเปิดซื้อขายบิทคอยน์ อีทีเรียม และ USDT บนโครงสร้างพื้นฐานเดิมของตลาดหุ้นในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ภาพที่ปรากฏคือความพยายามดึงเม็ดเงินคริปโตจากตลาดนอกระบบ กลับมาอยู่ใต้การกำกับของธนาคารกลางรัสเซีย ภายใต้กฎหมายใหม่หมายเลข 282-FZ หากแต่เมื่อพิจารณาเงื่อนไขที่จำกัดเพดานซื้อขายของนักลงทุนทั่วไปไว้เพียง 300,000 รูเบิลต่อปีต่อโบรกเกอร์ คำถามที่ตามมาคือรัฐกำลังจัดระเบียบเพื่อคุ้มครองประชาชน หรือเพียงต้องการสร้างระบบนิเวศปิดที่เอื้อต่อผู้เล่นระดับสถาบัน
ข้อมูลระบุว่า ตลาดหลักทรัพย์มอสโกยืนยันกำหนดการเดินเครื่องระบบซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนำร่องในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 ล่าสุดนายบอริส บล็อกคิน ผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่าการทดสอบระบบร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพเริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม สินทรัพย์ที่จะเปิดให้ซื้อขายในระยะแรกประกอบด้วยบิทคอยน์ อีทีเรียม และ USDT โดยใช้ระบบสมุดคำสั่งซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ควบคู่กับระบบสวอปเพื่อจัดการสภาพคล่อง เวลาทำการถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ 6:50 น. ถึง 23:50 น. ตามเวลามอสโก ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างเวลาทำการของตลาดหุ้นเดิม
เหตุผลนี้ฟังได้ในเชิงหลักการเมื่อทางการรัสเซียอธิบายว่า การกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนหน้าใหม่ต้องผ่านการทดสอบความรู้และจำกัดวงเงินซื้อไว้ที่ 300,000 รูเบิล หรือราว 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นไปเพื่อการบริหารความเสี่ยง แต่เมื่อเทียบกับตัวเลขในกระดานเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคริปโตที่เปิดให้เฉพาะนักลงทุนที่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งมีผู้เล่นกว่า 72,000 รายและสร้างมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 600,000 ล้านรูเบิล การขีดเส้นจำกัดรายย่อยอย่างเข้มงวดจึงทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างทุนหนากับผู้เล่นทั่วไป
อย่างไรก็ตามหากเทียบกับท่าทีในอดีตของธนาคารกลางรัสเซียที่เคยมีแนวคิดแบนคริปโต การกลับลำมาเปิดกระดานเทรดของรัฐเองสะท้อนนัยยะที่ลึกกว่าเรื่องนวัตกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะการจงใจบรรจุ USDT ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐเข้ามาเป็นหนึ่งในสามสินทรัพย์หลัก
ในสายตาของนักวิเคราะห์ตลาด การตัดสินใจครั้งนี้มีน้ำหนักทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศซ่อนอยู่ USDT ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายเพื่อชำระบัญชีในตลาดเกิดใหม่และในประเทศที่เผชิญมาตรการคว่ำบาตรหรือข้อจำกัดด้านเงินทุน การดึงสเตเบิลคอยน์เข้าสู่กระดานเทรดระดับชาติจึงมีลักษณะของการสร้างช่องทางโอนย้ายมูลค่าเพื่อเอาตัวรอดจากแรงบีบทางการเงินโลก ขณะที่กฎหมายรัสเซียยังคงสั่งห้ามประชาชนใช้คริปโตชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศอย่างเด็ดขาด แต่อนุญาตให้ใช้ทำธุรกรรมข้ามพรมแดนได้
ขณะเดียวกัน เครือข่ายสถาบันการเงินที่ใกล้ชิดรัฐก็กำลังเคลื่อนไหว สเบอร์แบงก์ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่กำลังเตรียมเปิดบริการคริปโตของตนเองในเดือนธันวาคมเช่นกัน ครอบคลุมทั้งการซื้อขายและการรับฝากสินทรัพย์ เมื่อไล่ดูรายชื่อผู้ประกอบการกระดานเทรดคริปโตและผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลกลุ่มแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อเดือนตุลาคม จะพบแต่ชื่อของสถาบันยักษ์ใหญ่อย่าง สเบอร์แบงก์ วีทีบี และ ที-เทคโนโลยีส์
ช่องโหว่ด้านความโปร่งใสที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือ รายชื่อโบรกเกอร์และผู้รับฝากสินทรัพย์ที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในตลาดหลักทรัพย์มอสโกนั้นมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไร การดึงเม็ดเงินที่เคยหมุนเวียนนอกประเทศและในช่องทางเพียร์ทูเพียร์กลับเข้าสู่ระบบที่ตรวจสอบได้ย่อมเป็นผลดีต่อการกำกับดูแล หากหน่วยงานรัฐสามารถอธิบายกระบวนการแบ่งเค้กผลประโยชน์ในกลุ่มสถาบันการเงินได้อย่างกระจ่าง
วันที่ 1 ธันวาคมนี้จะเป็นบททดสอบแรกว่า โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของรัสเซียจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินคริปโตให้เข้ามาอยู่ในระบบได้อย่างแท้จริง หรือสุดท้ายแล้วตลาดคริปโตแห่งแรกของประเทศจะเป็นเพียงเครื่องมือจัดการสภาพคล่องและการหลบหลีกมาตรการคว่ำบาตรของกลุ่มทุนที่ได้รับใบอนุญาต โดยทิ้งให้นักลงทุนรายย่อยติดอยู่ในกรอบวงเงินอันจำกัดต่อไป


