“เน็ตเบย์” เผยธุรกิจยังมีความท้าทาย เร่งปรับเกมรับยุค AI รุกหาลูกค้าใหม่ชู Cyber Security มาตรฐานสากล รับมือภัยไซเบอร์ลุยการทำ Trade Finance และต่อยอดธุรกรรม หวังสร้างรายได้โต
ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY เปิดเผยว่า การที่ภาคธุรกิจเร่งปรับกลยุทธ์รับมือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ทดแทนส่วนที่สูญเสียไป พร้อมนำเทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการให้บริการ ขณะที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการโจมตีระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย องค์กรจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและกลุ่มลูกค้าใหม่ เพื่อชดเชยรายได้จากฐานลูกค้าเดิมที่อาจลดลง ควบคู่กับการประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการวางแผนธุรกิจในระยะข้างหน้า
ขณะที่ประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ถือเป็นความเสี่ยงที่ภาคเอกชนไม่สามารถมองข้ามได้ เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีรูปแบบซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการและฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายของผู้ไม่หวังดีได้ตลอดเวลา ส่งผลให้องค์กรต้องลงทุนและพัฒนาระบบป้องกันภัยไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยให้เทียบเท่าระดับสากล
นอกจากนี้ ยังนำ AI มาประยุกต์ใช้ยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการพัฒนารูปแบบการให้บริการลูกค้าให้รวดเร็วและตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้น และต้องดำเนินควบคู่กับมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายในการขยายธุรกิจหลัก ที่มีศักยภาพสูง ทั้ง การให้เช่าระบบซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ตที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยใช้จุดแข็งของโครงสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงและสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกรรม ต่อยอดไปสู่บริการที่ครอบคลุมและหลากหลายอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นหรือมากกว่าใบขนสินค้า รวมทั้งการทำ Trade Finance ในอนาคตเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม
“ คนจะมองว่าบริษัทเราให้บริการเฉพาะระบบใบขนสินค้าสำหรับการนำเข้า-ส่งออก ซึ่งจริงๆ คือระบบใบขนสินค้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Ecosystem ทั้งหมด เราจึงต้องการเชื่อมต่อให้เป็นระบบเกี่ยวเนื่องกัน ทั้ง การขอหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร ตราสารเครดิต หรือการส่งข้อมูลไปยังกรมศุลกากร เป็นต้น
โดยบริษัท เดินหน้าขยายตลาดและเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่เพื่อชดเชยส่วนแบ่งตลาดที่หายไป พร้อมปรับรูปแบบการขนส่ง หันมาใช้เส้นทางบกเพิ่ม แทนการขนส่งทางอากาศ
ดร.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่าการดำเนินธุรกิจยังมีความท้าทาย เพราะภาพใหญ่เศรษฐกิจไทยยังพึ่งพิงอยู่กับการนำเข้าและการส่งออก และกลุ่มลูกค้าของบริษัทยังอยู่ในกลุ่มการนำเข้าและการส่งออกที่เป็นใบขนสินค้า รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง จึงทำให้ช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีผลกระทบด้านต้นทุนพลังงานในบางกลุ่มธุรกิจ
ทั้งนี้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การปรับตัวเชิงรุก การบริหารต้นทุน และการลงทุนด้านดิจิทัลอย่างเหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว


