หากพูดถึง สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Asset Operators Trade Association หรือ TDO) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลังก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2564 คนในแวดวงตลาดทุนและคริปโทเคอร์เรนซีต่างรู้กันดีในทีว่า สมาคมแห่งนี้ค่อนข้างอยู่ในสภาวะ "ต่างคนต่างอยู่" และยังไม่ได้แสดงบทบาทเป็นกระบอกเสียงหลักของอุตสาหกรรมอย่างเต็มศักยภาพ จนกระทั่งเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสมาคมฯ ได้มีมติแต่งตั้ง "นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแห่ง Binance TH by Gulf Binance ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานสมาคม TDO คนใหม่แทน "นายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์" โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี
ตลอดระยะเวลาเพิ่งเฉียด 2 เดือนเศษในการเข้ามารับเผือกร้อน ท่ามกลางพายุข่าวฉาวที่ถาโถมใส่อุตสาหกรรมคริปโทฯ ไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ ทั้งปมเว็บพนันออนไลน์ บัญชีม้า ไปจนถึงยาแรงอย่างเกณฑ์ Travel Rule ที่กำลังจะบังคับใช้ นายนิรันดร์ได้ใช้เวลาช่วงแรกในการ "จัดระเบียบบ้าน" ครั้งใหญ่ ก่อนจะเริ่มเปิดใจพูดคุย MGRonline อย่างตรงไปตรงมา ถึงพันธกิจ ขอบเขตหน้าที่ และสิ่งที่เขากำลังพยายามผลักดันเพื่อวางรากฐานธรรมาภิบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกลับมาเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน
ผ่าตัดโครงสร้าง TDO จากบอร์ด 20 กว่าคนที่ไร้ทิศทาง สู่ทีม "ExCom ขุนพล 5 ธาตุ" ขับเคลื่อนงานรายวัน
นายนิรันดร์ เล่าอย่างเปิดอกถึงจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานสมาคม TDO ว่า ในอดีตโครงสร้างตลาดคริปโทฯ ไทยมีลักษณะกระจุกตัวอยู่ที่ผู้เล่นรายใหญ่เพียงเจ้าเดียว ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ยังมีขนาดเล็ก ทำให้สมาคมไม่ค่อยมีการพูดคุยหรือขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างจริงจัง แต่เมื่อโครงสร้างตลาดเปลี่ยนไป มีผู้เล่นระดับสถาบันและระดับโลกก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งตัวเขาเอง (Gulf Binance), Maxbit, Kasikorn X (KX), InnovestX หรือ Upbit เขากลับพบปัญหาสำคัญว่า เวลาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องการออกกฎเกณฑ์หรือหารือกับภาคเอกชน ก.ล.ต. ไม่รู้จะหันไปฟังเสียงใครที่เป็นตัวแทนของทั้งอุตสาหกรรม
"เมื่อก่อนเวลา ก.ล.ต. โทรหา Binance TH ก็เหมือนคุยกับเราเจ้าเดียว โทรหาผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เช่น Bitkub ,Maxbit, Kasikorn X (KX), InnovestX หรือ Upbit ฯลฯ ก็เหมือนถามเจ้าเดียว หรือบางทีเลขาธิการ ก.ล.ต. ไม่อยากพบผู้ประกอบการเฉพาะรายเดี่ยว ๆ เพราะอาจจะถูกมองว่าไม่เป็นกลาง อยากพบในนามสมาคม แต่ที่ผ่านมาสมาคมกลับไม่ได้คุยกัน พอผมได้รับเลือกเข้ามาเป็นประธานสิ่งแรกที่พบคือ สมาคมมีสมาชิกเยอะมากถึง 27 บริษัท และที่ผ่านมาเกือบทั้ง 20 กว่าบริษัทเป็นกรรมการ (Board) ทั้งหมด พอทุกคนเป็นบอร์ดเหมือนกันหมด เวลาจะตัดสินใจอะไรทีจึงไม่ชัดเจนและไม่คล่องตัว ผมจึงเริ่มจากการ 'จัดบ้าน' ก่อนเลยด้วยการตั้งคณะกรรมการบริหารชุดเล็ก หรือ ExCom (Executive Committee) ขึ้นมา 5 คน เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนงาน Day-to-day Activity อย่างรวดเร็ว"
สำหรับการจัดทัพ คณะกรรมการบริหาร (ExCom) ชุดใหม่ของ TDO ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ถือเป็นการดึงตัวแทนจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ทั้ง Exchange, Broker และ ICO Portal) มารวมพลังกัน ประกอบด้วย
นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล (Gulf Binance) - ประธานสมาคม TDO
นายปรีชา ไพรภัทรกุล (Upbit Exchange Thailand) - รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการสาธารณะ
นายอัครวิทย์ ภิงคารวัฒน์ (XSpring Digital) - ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบาย ด้าน ICO Portal
นายธิติวัจน์ วิสารัตน์ (Gulf Binance) - ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบาย ด้านคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล
นางสาวศิรดา ไตรจักร์วนิช (Bitazza Thailand) - ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ
นายนิรันดร์ ระบุว่า นับตั้งแต่จัดตั้งทีม ExCom ชุดนี้ขึ้นมา การประสานงานกับสำนักงาน ก.ล.ต. เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ก.ล.ต. ติดต่อหารือผ่านสมาคมบ่อยขึ้นมาก และทุกครั้งที่มีร่างหลักเกณฑ์ใหม่ สมาคมจะนำเข้าสู่วงประชุมสมาชิกเพื่อรวบรวมความเห็นทั้งข้อดีและข้อเสีย สะท้อนกลับไปเป็น "เสียงเดียวกันของอุตสาหกรรม" (Unified Industry Voice)
ทั้งนี้ นายนิรันดร์ ยังได้อธิบายความแตกต่างเพื่อไม่ให้สังคมสับสนระหว่าง 2 สมาคมในวงการคริปโทฯ ไทย คือ สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ทั้ง 27 ราย มีภารกิจหลักในการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลและยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ กับ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDA) ที่มี นายนเรศ เหล่าพรรณราย เป็นนายกสมาคม ซึ่งเน้นบทบาทด้านการจัดอีเวนต์และให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป โดยทั้งสองสมาคมพร้อมเกื้อหนุนและแบ่งบทบาทกันทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของระบบนิเวศคริปโทฯ ไทย
ศิลปะแห่งการถ่วงดุลกติกา "จัดการปลาเน่า 2 ตัว โดยไม่ฆ่าปลาเป็นอีก 98 ตัว"
พันธกิจที่ท้าทายที่สุดของนายนิรันดร์ในฐานะประธาน TDO คือการทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อมและตัวถ่วงดุล" (Check and Balance) กับสำนักงาน ก.ล.ต. ท่ามกลางสภาวะที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกระแสสังคมเรื่องทุนสีเทา การฟอกเงิน และเว็บพนันออนไลน์ จนมักจะเลือกใช้วิธีออกกฎเกณฑ์ที่ "เข้มงวดไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย" (Play Safe) ซึ่งหลายครั้งเข้มข้นยิ่งกว่ามาตรฐานสากลเสียอีก
นายนิรันดร์ สะท้อนหลักคิดในการเจรจากับ ก.ล.ต. ด้วยมุมมองที่เข้าใจทั้งสองฝ่าย แต่ชัดเจนในจุดยืนของผู้ประกอบการ
"เราเข้าใจดีว่า ก.ล.ต. มีหน้าที่ต้องปกป้องสาธารณชนและถูกสังคมกดดันมาหนัก แต่ความจริงที่ต้องยอมรับคือ มันไม่มีกฎเกณฑ์ไหนในโลกที่สามารถป้องกันคนโกงหรือคนทำผิดได้ 100% สมมติว่ามีผู้ใช้งาน 100 คน เป็นคนไม่ดีเสีย 2 คน เวลาออกกฎเกณฑ์ที่โหดมากๆ เพื่อไล่จับคนไม่ดี 2 คนนั้น ผลลัพธ์คือคุณกำลังทำให้คนดีๆ ที่ใช้งานตามปกติอีก 98 คนต้องเดือดร้อนและทำธุรกรรมลำบากไปด้วย โจทย์ของสมาคม TDO คือการเข้าไปให้ข้อมูลมุมมองที่สมดุล (Balanced View) กับ ก.ล.ต. ว่า ประเทศอื่นเขาทำกันแค่ไหน มาตรการไหนที่พุ่งเป้าไปทำให้คนร้าย 2 คนนั้นทำงานยากขึ้น โดยที่คนสุจริตอีก 98 คนยังสามารถใช้งานและลงทุนต่อไปได้"
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการทำงานเชิงรุกในไตรมาส 4 ปี 2569 ของ TDO คือการเข้าไปเจรจารายละเอียดของกฎเหล็กสำคัญ 3 เรื่อง
การรับมือเกณฑ์ "Travel Rule" (มีผลบังคับใช้ 27 กุมภาพันธ์ 2570)
ตามหลักเกณฑ์ Travel Rule ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ออกมาเพื่อยกระดับการป้องกันการฟอกเงินตามมาตรฐาน FATF (Financial Action Task Force) ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องเก็บและส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไปนั้น
นายนิรันดร์ ยอมรับตรงไปตรงมาว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ "ต่อรองไม่ได้ (Non-negotiable)" เพราะหากไทยไม่ทำ ประเทศไทยจะสุ่มเสี่ยงต่อการติดบัญชีสีเทา (Grey List) ของ FATF ทันที
อย่างไรก็ตาม ความยากอยู่ที่การวางระบบหลังบ้านและการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ (Threshold) ซึ่งตามกรอบของไทยมีการแบ่งระดับความเข้มข้นที่วงเงิน 30,000 บาท (ประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ) หากต่ำกว่า 30,000 บาทจะเก็บข้อมูลพื้นฐาน แต่หากเกิน 30,000 บาทขึ้นไป หรือมีพฤติกรรมหัวหมอ ซอยธุรกรรมถี่ๆ เพื่อหลบเลี่ยงเกณฑ์ตรวจสอบ (เช่น โอนครั้งละ 29,000 บาท หรือ 990 ดอลลาร์ รัวๆ หลายครั้งต่อวัน) ผู้ประกอบการต้องมีระบบตรวจจับและระงับธุรกรรมชั่วคราว (Hold) เพื่อทำกระบวนการตรวจสอบเชิงลึก (EDD) ขอดูหลักฐานที่มาของเงินหรือใบแจ้งหนี้ (Invoice)
"ในเชิงเทคนิค ระบบ Travel Rule ยากและซับซ้อนมหาศาล เพราะทุกครั้งที่ลูกค้ากดฝากหรือโอนเหรียญเข้ามา ระบบต้อง Hold ไว้ก่อนเพื่อให้ลูกค้า Declare ข้อมูล และต้องตรวจสอบย้อนกลับไปยังต้นทาง เป็นภาระต้นทุนระบบที่หนักมาก โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายเล็กในสมาคมที่เราต้องคอยดูแลและหาแนวทางช่วยให้เขาปรับตัวได้ทันภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า"
การปลดล็อกช่องทางให้ "ลูกค้ารายใหญ่และสถาบันที่สุจริต"
ประเด็นที่นายนิรันดร์กำลังเปิดอกคุยกับ ก.ล.ต. อย่างเข้มข้นในไตรมาส 4 นี้ คือร่างเกณฑ์บางตัวเกี่ยวกับการควบคุมธุรกรรม Stablecoin (เช่น USDT) ที่มีแนวโน้มจะ "ห้ามหรือจำกัดวงเงินแบบเหมารวม" เพราะเกรงว่าจะเป็นช่องทางฟอกเงินของทุนเทา ซึ่งนายนิรันดร์ชี้ว่า หากปิดกั้นแบบเหมารวม ลูกค้ารายใหญ่หรือนักลงทุนสถาบันที่สุจริตซึ่งต้องการฝากเงินหรือทำธุรกรรมระดับ 100 ล้านบาทจะไม่สามารถทำได้เลย สมาคมจึงเสนอให้ใช้หลักการ "พิสูจน์ทราบตัวตนและแหล่งที่มาของเงิน (Verification & Exception)" แทนการห้ามทั้งหมด เพราะลูกค้ารายใหญ่ที่ทำธุรกิจสุจริตมีความพร้อมที่จะแสดงเอกสารพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินอย่างโปร่งใสอยู่แล้ว
การยกระดับ "การกำกับดูแลกันเอง" (Self-Regulation) ด้วยแนวปฏิบัติสมาคม
นอกจากการเป็นตัวแทนไปเจรจากับ ก.ล.ต. แล้ว นายนิรันดร์ยังผลักดันให้ TDO ใช้กลไก "แนวปฏิบัติของสมาคม" (Association Guidelines) เพื่อแก้ปัญหาที่ต้องการความรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้ ก.ล.ต. ออกเป็นกฎหมายบังคับ (ซึ่งต้องผ่านกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือ Hearing ที่ใช้เวลานาน) ดังเช่นที่สมาคมเคยทำสำเร็จมาแล้วในการออกแนวปฏิบัติสกัดกั้น "บัญชีม้า" ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ และกำลังจะนำโมเดลเดียวกันนี้มาใช้ในการกำหนดมาตรฐานคัดกรองและระงับธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับ "เว็บไซต์พนันออนไลน์" ในเร็วๆ นี้
โจทย์หิน "ธรรมาภิบาลและภัยไซเบอร์" ทำไมความเชื่อมั่นจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แพงที่สุด?
เมื่อถูกถามถึงประเด็นอ่อนไหวเรื่อง "ธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการ" (Corporate Governance) และความกังวลของนักลงทุนต่อกรณีความเสียหายจากภัยไซเบอร์หรือการบริหารจัดการภายในของผู้ประกอบการบางรายในอดีต (รวมถึงข้อเสนอว่าควรมีการจัดตั้ง "กองทุนคุ้มครองนักลงทุน" เหมือนกองทุน SAFU ของ Binance Global หรือไม่) นายนิรันดร์ ได้ฉายภาพความจริงของอุตสาหกรรมไทยไว้อย่างชัดเจน โดยอิงจากข้อมูลสถิติของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยสะท้อนปัญหาเรื่อง "ความเชื่อมั่น" ได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งข้อมูลจาก TDO ชี้ว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่ง Bitcoin ทำจุดสูงสุดของรอบก่อน ตลาดไทยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึงประมาณ 252,000 ล้านบาท และมีบัญชีที่ซื้อขายจริง (Active Accounts) กว่า 649,000 บัญชี แต่เมื่อตัดภาพมาในรอบล่าสุดที่ราคา Bitcoin ทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ของโลก (All-Time High) มูลค่าการซื้อขายในกระดานเทรดไทยกลับลดลงเหลือเพียงราว 102,000 ล้านบาท และมีบัญชีซื้อขายจริงเหลือเพียง 256,000 บัญชี หรือ หดตัวลงราว 60%!
"ตัวเลขนี้บอกเราว่า คนไทยไม่ได้เลิกสนใจคริปโทฯ แต่คนจำนวนมากยังไม่มั่นใจที่จะเอาเงินมาฝากไว้ในกระดานเทรดไทย ในโลกคริปโทฯ ถ้ามี 'ปลาเน่า' หรือ Bad Apple เพียงลูกเดียวในตะกร้า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะพังทลายและลามไปกระทบทุกคนในอุตสาหกรรมทันที และที่ตามมาคือกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ที่จะลงดาบคุมเข้มใส่ผู้ประกอบการทุกราย"
เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม นายนิรันดร์ ในนาม สมาคม TDO ได้ประกาศ 3 แนวทางหลักในการยกระดับธรรมาภิบาลและความปลอดภัย โดยมี TDO เป็นเสาหลักการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ได้แก่
1. ยกระดับการตรวจสอบและถ่วงดุลภายใน (Internal Check & Balance)แยกฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance) ให้เป็นอิสระจากฝ่ายบริหารจัดการ มีช่องทางแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) และกำหนดกรอบเวลารายงานเหตุผิดปกติต่อ ก.ล.ต. อย่างชัดเจน ลดการพึ่งพาดุลยพินิจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และป้องกันการปกปิดข้อมูลในยามเกิดวิกฤต
2. มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ระดับสากล (Global Security Standards)ผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้ารับการตรวจสอบระบบไอทีจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก (IT Audit & Penetration Test) ทุกปี และขอรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 27001 และ SOC 2 รวมถึงเกณฑ์การเก็บรักษาสินทรัพย์ใน Cold Wallet และการแยกทรัพย์สินลูกค้าผ่าน Third-party Custodianป้องกันการถูกแฮ็กจากภายนอก ซึ่งปัจจุบันเกณฑ์ Cybersecurity ของ ก.ล.ต. ไทยมีความเข้มข้นสูงกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนอย่างเทียบไม่ติด
3. ความโปร่งใสที่พิสูจน์ได้จริง (Verifiable Transparency) ส่งเสริมแนวทางการแสดงหลักฐานสินทรัพย์สำรอง (Proof of Reserves: PoR) บนบล็อกเชน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะสินทรัพย์ที่ฝากไว้ได้ด้วยตนเอง เปลี่ยนจากคำพูดว่า "เราปลอดภัย" เป็นการพิสูจน์ด้วยข้อมูลจริงว่าสินทรัพย์ของลูกค้ายังอยู่ครบ 100%
ส่วนแนวคิดเรื่องการจัดตั้ง "กองทุนสำรองส่วนกลางของสมาคมเพื่อชดเชยความเสียหาย" นั้น นายนิรันดร์ ตอบตามความเป็นจริงทางธุรกิจว่า ในขณะที่แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Binance Global จัดตั้งกองทุน SAFU ขึ้นมาในยุคที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า แต่สำหรับผู้ประกอบการในไทยปัจจุบัน ต้องแบกรับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Cost of Regulation) ที่สูงมาก ท่ามกลางภาวะตลาดที่ซบเซาจนผู้ประกอบการเกือบทุกรายยังมีผลประกอบการขาดทุน การจะบังคับให้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องควักเงินอีกก้อนมาใส่กองทุนกลางจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ แต่ทางออกที่ยั่งยืนกว่าคือการใช้เกณฑ์บังคับเรื่องการแยกทรัพย์สินลูกค้าและการคุมเข้มมาตรฐาน Cold Wallet ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกแฮกได้ตั้งแต่ต้นทาง
สร้างภูมิต้านทานความรู้ จากหลักสูตรบอร์ดบริหาร สู่การจัดระเบียบ "คริปโทฯ อินฟลูเอนเซอร์"
อีกหนึ่งพันธกิจหลักที่นายนิรันดร์ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับ ก.ล.ต. คือการสร้าง "องค์ความรู้และภูมิต้านทาน" (Education & Literacy) ให้แก่บุคลากรในอุตสาหกรรมและนักลงทุนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ซึ่งทาง TDO พร้อมจับมือ CMDF และสถาบันการศึกษา ปั้นหลักสูตรมาตรฐานผู้บริหารและกรรมการบริหาร เนื่องจากเกณฑ์ของ ก.ล.ต. กำหนดให้กรรมการบริษัท (Board of Directors) และผู้บริหารระดับสูงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีประสบการณ์หรือผ่านการอบรมความรู้ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่ ก.ล.ต. ยอมรับ (เปรียบเสมือนใบรับรองวิชาชีพอย่าง CFA ในฝั่งการเงิน) สมาคม TDO จึงได้ร่วมมือกับ กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) รวมถึงสถาบันชั้นนำอย่าง NIDA และ KPMG จัดทำหลักสูตรออนไลน์และหลักสูตรอบรมเข้มข้น (เช่น Digital Assets Director Program - DAD และ Digital Asset for Operators) ซึ่งนอกจากจะใช้รับรองคุณสมบัติของผู้บริหารแล้ว ยังเปิดกว้างให้ภาคประชาชนและนักลงทุนทั่วไปเข้ามาเรียนรู้ได้ด้วย
ขณะเดียวกันมุมมองต่อช่องว่างการกำกับดูแล "อินฟลูเอนเซอร์คริปโทฯ" (Crypto Influencers) ที่ว่า ปัจจุบันดูเหมือนจะมีสุญญากาศในการควบคุมเหล่าอินฟลูเอนเซอร์หรือกูรูออนไลน์ที่ออกมาชี้นำราคาเหรียญคริปโทฯ โดยไม่มีใบอนุญาต นายนิรันดร์ อธิบายว่าตามกฎหมายของ ก.ล.ต. มีใบอนุญาตที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Advisory License) อยู่แล้ว (เทียบเท่า IC License ในฝั่งหุ้น) หากใครตั้งบริษัททำธุรกิจให้คำแนะนำการลงทุนคริปโทฯ แล้วเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกอย่างเป็นกิจจะลักษณะ (เช่น กรณีของอาจารย์เอ็ม ที่ตั้งบริษัทและขอใบอนุญาตถูกต้อง) จะต้องมีไลเซนส์ชัดเจน
แต่ความยากอยู่ที่การขีดเส้นแบ่งระหว่าง "การทำธุรกิจแนะนำการลงทุน" กับ "การโพสต์แชร์มุมมองส่วนตัวบนโซเชียลมีเดีย" โดยไม่ได้เรียกเก็บเงิน ซึ่งแม้ปัจจุบัน ก.ล.ต. จะคอยจับตาดูและส่งสัญญาณเตือนเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ไม่ให้พูดชี้นำเกินเลยความเป็นจริง ("อย่ากาวมาก") เช่นลงทุนเหรียญนี้ 10 บาท ได้ผลตอบแทน 100 บาท หรือ 1000 บาท ในเวลาสั้นๆ แต่การจะออกกฎไปบังคับให้ทุกคนที่โพสต์พูดเรื่อง Bitcoin ต้องไปสอบใบอนุญาตนั้นยังเป็นเรื่องที่ตีความและบังคับใช้ได้ยากในทางปฏิบัติ ไม่ต่างจากการโพสต์เชียร์หุ้นต่างประเทศอย่าง Tesla บนโลกออนไลน์
บทพิสูจน์ 2 ปีบนเก้าอี้ประธาน TDO เปลี่ยนวิกฤตเป็นรากฐานสู่เบอร์ 1 อาเซียน
แม้จะต้องก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานสมาคม TDO ในจังหวะที่อุตสาหกรรมคริปโทฯ ไทยเผชิญมรสุมรุมเร้า จนเจ้าตัวแอบเปรยติดตลกว่าเหมือนถูกดันขึ้นมาเป็น "หนังหน้าไฟ" แต่ตลอดเวลา 2 เดือนแรกของการทำงาน นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยน TDO จากสมาคมที่เคยเงียบเหงา ให้กลายเป็นองค์กรที่มีชีวิตชีวา มีทีมบริหาร ExCom ที่พร้อมทำงานหนัก และเป็นคู่เจรจาที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความไว้วางใจ ด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลักที่เขาวางไว้ ตั้งแต่การยกระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ (Crypto ETF, Futures, Staking), การผลักดัน Tokenized Securities และ Real-World Assets (RWA), การเสนอแนวคิด One Institution, Multiple Licenses ไปจนถึงการวาง Roadmap สู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลระดับภูมิภาค นี่คือจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ฝีมือแม่ทัพใหม่แห่ง TDO ที่ต้องใช้ทั้งความอดทน ความเข้าใจกติกา และความร่วมมือจากผู้ประกอบการทุกราย เพื่อพาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยก้าวข้ามผ่านยุคสีเทาไปสู่อนาคตที่โปร่งใสและยั่งยืนอย่างแท้จริง


