ราคาทองคำโลกดิ่งหนักแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 หรือในรอบประมาณ 52 สัปดาห์ หลังหลุด 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์ทั่วโลกและความกังวลทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ฉุดทองคำไทยร่วงตาม ล่าสุดทองคำแท่งขายออกเหลือบาทละ 62,200 บาท ลดลง 1,550 บาทในวันเดียว และหายไปกว่า 4,000 บาทจากต้นเดือนตุลาคม จับตาสัปดาห์หน้าหากทองโลกหลุด 3,850 ดอลลาร์ มีความเสี่ยงปรับฐานต่อ
ราคาทองคำในตลาดโลกและตลาดไทยปรับตัวลดลงอย่างหนักในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 โดยเฉพาะการซื้อขายวันที่ 30 ตุลาคม ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) ร่วงลงมาอยู่บริเวณ 3,875–3,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 3.5% จากวันก่อนหน้า แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 หรือในรอบประมาณ 1 ปี หลังเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องตลอดเดือนที่ผ่านมา
รายงานของสำนักข่าว Reuters ระบุว่า ราคาทองคำโลกปรับลดลงมาแล้วประมาณ 30% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งทำไว้เมื่อเดือนมกราคม 2569 สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางของตลาดทองคำ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นอย่างมากก่อนหน้านี้
การปรับลดลงครั้งล่าสุดยังทำให้ทองคำสูญเสียระดับแนวรับสำคัญบริเวณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์ เพิ่มแรงกดดันต่อทิศทางราคาในระยะสั้น
สำหรับตลาดทองคำไทย สมาคมค้าทองคำประกาศราคาประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 09.12 น. โดยทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% รับซื้อบาทละ 62,000 บาท และขายออกบาทละ 62,200 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 1,550 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 60,761.28 บาท และขายออกบาทละ 63,000 บาท
ราคาดังกล่าวคำนวณจากราคาทองคำตลาดโลกที่ 3,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอัตราแลกเปลี่ยน 33.72 บาทต่อดอลลาร์
เมื่อเปรียบเทียบกับราคาทองคำแท่งขายออกช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเปิดตลาดวันที่ 1 ตุลาคมที่บาทละ 66,300 บาท พบว่าราคาลดลงมาแล้ว 4,100 บาท หรือประมาณ 6.2% ภายในเดือนเดียว โดยราคาล่าสุดยังเป็นระดับต่ำสุดของเดือนตุลาคมอีกด้วย
ขณะที่เมื่อเทียบกับราคาทองคำแท่งในประเทศไทยที่เคยขึ้นไปแตะระดับ 81,500 บาทต่อบาททองคำในช่วงเดือนมกราคม 2569 พบว่าราคาปัจจุบันลดลงถึง 19,300 บาท หรือประมาณ 23.7% จากจุดสูงสุดดังกล่าว
จับตาสัปดาห์หน้าทองโลก 3,850 ดอลลาร์ ทองไทยเสี่ยงทดสอบ 62,000 บาท
สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 2–6 พฤศจิกายน 2569 ภาพรวมระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ความผันผวนของตลาดหุ้นและความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำโลกมีระดับที่ต้องติดตามบริเวณ 3,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถรักษาระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสปรับลดลงไปทดสอบ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านอยู่บริเวณ 3,950–4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับที่ต้องกลับขึ้นไปยืนให้ได้เพื่อบรรเทาแรงกดดันในระยะสั้น
ส่วนราคาทองคำไทยมีแนวรับที่ควรติดตามบริเวณ 62,000 บาทต่อบาททองคำ หากราคาทองคำโลกปรับลดลงต่อเนื่องและค่าเงินบาทไม่อ่อนค่ามาช่วยพยุงราคา ก็มีความเสี่ยงที่จะเห็นราคาทองคำแท่งไทยเคลื่อนไหวลงไปทดสอบระดับ 60,000 บาท ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่บริเวณ 63,750–64,500 บาท
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับในระยะสั้น เนื่องจากราคาลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความกังวลเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่อาจกระตุ้นความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ ทิศทางราคาทองคำช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสัญญาณนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ขณะที่ตลาดทองคำไทยต้องติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทควบคู่ด้วย


