xs
xsm
sm
md
lg

กอบศักดิ์ ชี้หุ้นไทยไม่ร้อนแรงแต่ปลอดภัย!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กอบศักดิ์ชี้หุ้นไทยไม่ร้อนแรงแต่ปลอดภัย! โดยอยากเห็นการเติบโตของดัชนีตลาดหุ้นไทยเฉลี่ย 10-20% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความมั่นคง มากกว่าการปรับตัวขึ้นร้อนแรงแล้วร่วงลงรุนแรงเหมือนอย่างตลาดหุ้นกาหลีใต้ ขณะที่ BBL เดินหน้าลุย BOI to IPO ดึงฉางอาน-เทคฯ จีนเข้าตลาด

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ [BBL] กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ที่ระดับดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,560-1,570 หรือ 1,600 จุด ถือเป็นระดับเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจัย และทิศทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งระดับดัชนีที่ไม่เกินจากระดับดังกล่าวในสิ้นปีนี้ถือว่าเป็นระดับที่ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีความรู้สึกปลอดภัยในการลงทุน และอยากเห็นการเติบโตของดัชนีตลาดหุ้นไทยเฉลี่ย 10-20% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความมั่นคง มากกว่าการปรับตัวขึ้นร้อนแรงแล้วร่วงลงรุนแรงเหมือนอย่างตลาดหุ้นกาหลีใต้

โดยหากในส่วนของปัจจัยทางเศรษฐกิจไทยปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือการผลัดใบของเศรษฐกิจไทย และได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เพราะปัจจุบันเห็นการลงทุนของเม็ดเงินที่เป็น FDI เข้ามาในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เป็น New S Curve เช่น การลงทุนเกี่ยวกับ AI Data Center รถยนต์ EV และพลังงานใหม่ๆ แต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีก 2-3 ปีกว่าที่การางทุนใหม่ๆนี้จะเริ่มเห็นผลชัดเจนกับเศรษฐกิจไทย ทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตในระดับที่เป็นศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น

ขณะที่ธนาคารกรุงเทพได้เป็นส่วนหนึ่งในการผล่กดันโครงการ BOI to IPO ซึ่งอยากให้ตลาดทุนไทยซึ่งมีความจำเป็นเพิ่มธุรก้จในกลุ่ม New Exonomy เข้ามาจดทะเบียน ในตลาดหุ้นไทย จากเดิมที่มีหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่โดดเด่นเพียงบริษัทเดียวที่เป็นนางฟ้า คือ DELTA ต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐที่มีหุ้นเทคโนโลยีมีถึง 7 นางฟ้า

โดยธนาคารกรุงเทพจับมือกับภาครัฐทำโครงการ BOI to IPO ผ่านเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพในประเทศจีนที่ช่วยคัดสรรและเป็นสะพานเชื่อมดึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น บริษัท ฉางอาน ผู้ผลิตรถยนต์ EV รายใหญ่จากจีนที่เลือกไทยเป็นฐานผลิตพวงมาลัยขวาเพื่อการส่งออก และมาตั้ง Research Center พร้อมพนักงานกว่า 2,000 คน ที่แสดงความสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย และยังมีอีกราว 10 บริษัทจบกจันที่สนใจเข้าโครงการ BOI to IPO ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในอีก 2-3 ปี