ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุนรวม เพื่อให้มีการกระจายการลงทุนและความเสี่ยงที่เหมาะสมตามประเภทผู้ลงทุน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุน (ได้แก่ กองทุนรวม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ทั้งกรณีใช้ดัชนีอ้างอิงการลงทุน และกรณีใช้ดัชนีเป็นตัวชี้วัด (benchmark) สำหรับควบคุมอัตราส่วนการลงทุน เพื่อให้กองทุนมีการกระจายการลงทุนและมีความเสี่ยงที่เหมาะสมกับประเภทผู้ลงทุน รวมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการดำเนินการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในกรณีที่กองทุนลงทุนตามดัชนีที่มีวิธีจัดทำดัชนี (index methodology) มีการกระจายการลงทุนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีรอบการปรับสมดุลน้ำหนักดัชนีที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว
ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศบางแห่งมีแนวโน้มกระจุกตัวในหลักทรัพย์ขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย ส่งผลให้ดัชนีที่สะท้อนตลาดดังกล่าวมีการกระจุกตัวตามไปด้วย อีกทั้งหลักเกณฑ์ปัจจุบัน** เปิดให้กองทุนใช้ดัชนีที่ได้รับการยอมรับจากตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (recognized index) ได้ โดยไม่ได้กำหนดให้พิจารณาการกระจายตัวขององค์ประกอบดัชนี นอกจากนี้ ยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของ benchmark ที่กองทุนนำมาใช้ควบคุมอัตราส่วนการลงทุน จึงอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงกระจุกตัวสูงกว่าที่เหมาะสม
ก.ล.ต. จึงเสนอปรับหลักเกณฑ์โดยคำนึงถึงแนวทางการกำกับดูแลในต่างประเทศ การคุ้มครองผู้ลงทุน และความเหมาะสมในทางปฏิบัติ โดยมีสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
1. ปรับปรุงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีของกองทุน ซึ่งไม่ใช้บังคับกับตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR)
(1) ยกเลิกการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีตามหลัก recognized index
(2) กำหนดให้ดัชนีที่กองทุนใช้อ้างอิงการลงทุน รวมถึงดัชนีที่ใช้เป็น benchmark เพื่อควบคุมอัตราส่วนการลงทุน ต้องมีคุณสมบัติตามหลัก principle-based index เช่น มีวัตถุประสงค์และวิธีการคำนวณที่ชัดเจน การกระจายตัวอย่างเพียงพอตามหลัก 20/35 (กำหนดเพดานน้ำหนักองค์ประกอบแต่ละตัวในดัชนี)*** มีความโปร่งใส และพัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือและเป็นอิสระจาก บลจ. เป็นต้น
(3) ยกเลิกข้อยกเว้นกรณีกองทุนไทยลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) ต่างประเทศ ที่อ้างอิงดัชนีที่มีคุณสมบัติตามหลัก recognized index โดยไม่ต้องพิจารณาว่าเป็นหน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลการเสนอขายของประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ ตามรายชื่อประเทศที่สำนักงานประกาศกำหนด**** เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการพิจารณาดัชนีตามหลัก recognized index
2. กำหนดแนวทางกำกับดูแลกรณีดัชนีไม่เป็นไปตามหลัก 20/35 เป็นการชั่วคราว โดยหากดัชนีมี index methodology ตามหลัก 20/35 และมีรอบการปรับสมดุลน้ำหนักดัชนีที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่สัดส่วนองค์ประกอบของดัชนีหรืออัตราส่วนการลงทุนเกินเกณฑ์เป็นการชั่วคราวจากภาวะตลาด ให้ถือว่าไม่เป็นกรณีทรัพย์สินขาดคุณสมบัติหรือกรณีที่กองทุนลงทุนเกินอัตราส่วนจากเหตุที่มิได้เกิดจากการลงทุนเพิ่ม เพื่อให้ บลจ. สามารถบริหารจัดการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและไม่เกิดภาระเกินสมควร
3. กำหนดบทเฉพาะกาล โดยให้กองทุนที่จัดตั้งอยู่แล้วปรับปรุงการลงทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ โดยระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวยังสามารถลงทุนตามหลักเกณฑ์เดิมได้ หากพ้นกำหนดแล้วไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ กองทุนอาจคงการลงทุนตามหลักเกณฑ์เดิมได้ แต่ห้ามจำหน่ายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม และ บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนที่ยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ให้ผู้ลงทุนทราบ
ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์คุณสมบัติดัชนีของกองทุน โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นไว้บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1234 และระบบกลางทางกฎหมาย https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=ODY1MERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางเว็บไซต์ หรือทางอีเมล [email protected] และ [email protected] จนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569


