รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มหารือแนวทางเก็บภาษีการศึกษาจากกระดานเทรดคริปโต หลังจากที่ร่าง Digital Asset Basic Act มีแนวโน้มจะจัดประเภทธุรกิจแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่จากอุตสาหกรรมไอทีเป็นธุรกิจการเงิน ซึ่งจะส่งผลให้ Dunamu ผู้ดำเนินการ Upbit ต้องแบกภาระภาษีราว 10,200 ล้านวอนต่อปี และ Bithumb อีก 3,200 ล้านวอน แม้กรอบภาษีจะยังไม่ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลได้ส่งสัญญาณนี้โดยตรงต่อซีอีโอกระดานเทรดรายใหญ่แล้ว
ระบบภาษีการศึกษาของเกาหลีใต้ในปัจจุบันบังคับใช้กับสถาบันการเงินอย่างธนาคาร บริษัทประกัน และโบรกเกอร์หลักทรัพย์ โดยคำนวณจากรายได้จากการดำเนินงานในอัตรา 0.5% สำหรับรายได้ไม่เกิน 1 ล้านล้านวอน และ 1% สำหรับส่วนที่เกิน กระดานเทรดคริปโตไม่เคยอยู่ในข่ายนี้ เพราะถูกจัดประเภทเป็นธุรกิจข้อมูลและการสื่อสาร ไม่ใช่ธุรกิจการเงิน ทว่าหาก Digital Asset Basic Act ผ่านในรูปแบบที่กำลังพิจารณาอยู่ สถานะทางกฎหมายนี้จะเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ และภาษีการศึกษาจะตามมาเป็นผลพลอยได้ทันที
ตัวเลขที่ Seoul Economic Daily วิเคราะห์จากงบการเงินปี 2568 ของกระดานเทรดทั้งห้าแห่งชี้ให้เห็นภาพชัด Dunamu มีรายได้จากการดำเนินงาน 1.5212 ล้านล้านวอน ซึ่งจะส่งผลให้ภาระภาษีประมาณ 10,200 ล้านวอน ตัวเลขนี้ไม่น้อยแต่ก็ไม่ถึงขั้นวิกฤต เมื่อเทียบกับขนาดรายได้ของบริษัท
ประเด็นที่ซับซ้อนกว่าคือผลกระทบต่อค่าธรรมเนียมผู้ใช้ เพราะการจัดประเภทใหม่เป็นธุรกิจการเงินอาจทำให้ค่าธรรมเนียมการซื้อขายได้รับการยกเว้น VAT ซึ่งจะลดภาระต้นทุนของผู้ใช้ในแง่หนึ่ง แต่กระดานเทรดก็อาจตอบโต้ด้วยการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเพื่อชดเชยภาษีการศึกษาที่ต้องจ่ายเพิ่ม ผลสุทธิจึงยังเป็นคำถามที่ต้องรอดูในทางปฏิบัติ
ขณะที่ฟากเสียงจากอุตสาหกรรมยังไม่ยอมรับข้อเสนอนี้โดยดี ผู้แทนกระดานเทรดชี้ว่าเชื่อมโยงระหว่างการซื้อขายคริปโตกับการระดมทุนเพื่อการศึกษานั้นแทบไม่มีเหตุผลรองรับ และมองว่านี่คือโอกาสที่รัฐบาลควรทบทวนโครงสร้างภาษีการศึกษาทั้งระบบที่ใช้กับสถาบันการเงินดั้งเดิมด้วย ไม่ใช่แค่ขยายสูตรเดิมมาครอบอุตสาหกรรมใหม่โดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ดีการถกเถียงเรื่องภาษีการศึกษาเกิดขึ้นพร้อมกับความวุ่นวายในแนวนโยบายอื่น รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาเลื่อนการจัดเก็บภาษีกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผู้ลงทุนได้รับออกไปเป็นครั้งที่สี่ ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลียังอยู่ระหว่างจัดทำคู่มือกำหนดให้กระดานเทรดรายงานข้อมูลการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้ที่มีธุรกรรมโอนเงินระหว่างประเทศให้ครบถ้วนรายเดือน สัญญาณทั้งหมดชี้ไปทางเดียวกันว่าเกาหลีใต้กำลังขันเกลียวการกำกับดูแลกระดานเทรดคริปโตในหลายมิติพร้อมกัน
สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการคริปโตในไทย บทเรียนจากเกาหลีใต้ครั้งนี้มีนัยยะชัดเจน การจัดประเภทธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่เป็น "ธุรกิจการเงิน" ไม่ได้มีผลแค่เรื่องการกำกับดูแลในแง่แคบ แต่ลากเอาภาระภาษีทั้งระบบที่ใช้กับสถาบันการเงินดั้งเดิมตามมาด้วย ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้กำหนดนโยบายไทยควรนำไปพิจารณาในการออกแบบกรอบกฎหมาย Digital Asset ฉบับสมบูรณ์ในอนาคต


