xs
xsm
sm
md
lg

"อีลอน มัสก์" ชี้ชะตาอุตสาหกรรม Neocloud กว่า 200 แห่งส่อล้มละลายเซ่นพิษเงินทุนหด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ถึงผู้ให้บริการคลาวด์เอไอเฉพาะทางกว่า 200 รายว่ากำลังเผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนอาจถึงขั้นล้มหายตายจากระบบ หลังสถาบันการเงินปิดประตูปล่อยกู้แก่บริษัทที่ไร้รายได้จากธุรกิจอื่นมาหล่อเลี้ยง สอดคล้องกับรายงานของ Gartner ที่ฟันธงว่า 80% ของผู้ให้บริการกลุ่มนี้จะร่วงหล่นจากสังเวียนภายในปี 2573 ปรากฏการณ์นี้พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมเหมืองขุดบิทคอยน์ที่เพิ่งทุ่มทุนย้ายสมรภูมิมาสู่โครงสร้างพื้นฐานเอไอ

วิกฤตการณ์ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มัสก์ระบุชัดเจนว่ากลุ่มผู้ปล่อยกู้เริ่มรัดเข็มขัดและปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่บริษัทที่พึ่งพารายได้จากศูนย์ข้อมูลเอไอเพียงอย่างเดียว สถานการณ์นี้บีบให้บริษัทกลุ่ม Neocloud หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้เช่าพลังประมวลผล GPU มากกว่า 200 แห่งต้องเผชิญกับภาวะล้มตายระเนระนาดประดุจปลาซิวปลาสร้อย (Guppy-level death) ตลาดจะเกิดการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ และจะมีเพียงไม่กี่รายที่เอาชีวิตรอดจากสมรภูมินี้ไปได้

สวนทางกับภาพรวมของตลาด บริษัท SpaceX ของมัสก์กลับสามารถคว้าสินเชื่อก้อนโตมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อนำมาจัดซื้อ GPU ได้สำเร็จ ปัจจัยหลักเกิดจากสถานะความน่าเชื่อถือระดับน่าลงทุน (Investment-grade) บวกกับกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink และธุรกิจจรวดอวกาศ ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจด้านเอไอภายใต้ชื่อ Super Intelligence ของบริษัทยังทำรายได้พุ่งทะยานถึง 830% แตะระดับ 7.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ของปี 2569 ตัวเลขนี้คิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งของยอดขายรวมทั้งหมดที่ 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์

คำเตือนของมัสก์ไม่ได้เกินจริง เมื่อนำไปเทียบกับรายงานคาดการณ์ฉบับเดือนตุลาคมจากบริษัทวิจัยระดับโลกอย่าง Gartner รายงานประเมินว่าผู้ให้บริการ Neocloud กว่า 80% จะต้องยุติบทบาทการฉายเดี่ยวในอุตสาหกรรมภายในปี 2573 ต้นตอของปัญหามาจากผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินลงทุนมหาศาล อุตสาหกรรมเอไอเตรียมเทเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 และจะบานปลายไปอีก 6 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2570-2573 แต่รายได้ที่ไหลกลับเข้ามากลับไม่เพียงพอที่จะสร้างผลกำไรให้ครอบคลุม

ขณะเดียวกันแรงกดดันนี้ถาโถมเข้าใส่กลุ่ม Neocloud อย่างหนักหน่วง บริษัทเหล่านี้ถูกบีบให้ต้องเร่งปั๊มรายได้จากบริการประมวลผลเอไอให้ทันกับรายจ่ายบานเบอะ ขณะที่ยักษ์ใหญ่ด้านคลาวด์รายอื่นมีสายป่านยาวและมีรายได้หลายทางคอยพยุง แม้ Gartner มองว่าการใช้จ่ายด้านบริการโครงสร้างพื้นฐานเอไอจะเพิ่มจาก 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2570 เป็น 1.74 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2573 แต่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะขาดทุนยับเยิน พวกเขาไม่สามารถถอนทุนคืนได้ทันก่อนที่ชิปเอไอเจเนอเรชันปัจจุบันจะตกรุ่นและกลายเป็นเศษเหล็ก

แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ยังลุกลามไปถึงกลุ่มเหมืองขุดบิทคอยน์ (Bitcoin) ที่พยายามหนีตายจากการแข่งขันที่ดุเดือดมาซบไออุ่นของธุรกิจเอไอคลาวด์ บริษัทอย่าง IREN และ Core Scientific ที่ผันตัวมาให้บริการเช่าพลังประมวลผลแก่ลูกค้า Neocloud อย่าง CoreWeave อาจต้องเตรียมรับแรงกระแทกหากฟองสบู่ฝั่งลูกค้าระเบิดออก สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทยที่กำลังตื่นตัวกับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ นี่คือสัญญาณเตือนระดับสีแดง ภาคธุรกิจต้องตระหนักว่าการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐานโดยปราศจากโมเดลธุรกิจที่กระจายความเสี่ยง หรือไร้พันธมิตรที่มีกระแสเงินสดมั่นคง อาจนำไปสู่หายนะทางการเงินได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งทศวรรษ