xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรีชี้ไทยต้องเตรียม “Foundation” รองรับ Growth Engine ใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อ 1 ต.ค.69 กรุงศรีจัดงาน Krungsri Business Forum: The Business Battlefield ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เวทีที่เปิดมุมมองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ผ่านการแลกเปลี่ยนจากผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา

ภายใต้แนวคิด “The Business Battlefield” โดยงานในครั้งนี้นำเสนอ 6 Sessions ที่สะท้อนโจทย์การแข่งขันและการเติบโตของประเทศไทยในหลายมิติ ตั้งแต่การสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่ของประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์และกติกาการค้าโลก โอกาสของเศรษฐกิจอาหาร การสร้าง Growth Engine ใหม่ในยุค AI การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์และ Mobility โดยแต่ละ Session ชวนมองทั้งความท้าทาย โอกาส และสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป

โดยหนึ่งใน Session ที่ชวนมองถึงรากฐานเบื้องหลังการเติบโตคือ “Building the New Foundations of Thailand’s Next Growth Engine” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสถาบันการเงินร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้ง ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี, ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน, นายเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยอธิบดี ช่วยปฏิบัติราชการรองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, คุณจีน มอนสัน Director of Project Finance Department, Asia Investment Banking Division, MUFG และคุณประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เพื่อชวนมองว่าก่อนที่ประเทศไทยจะเดินหน้าสู่ Growth Engine ใหม่ ต้องเตรียม Foundation ด้านใดไว้รองรับการเติบโตเหล่านั้น

Growth Engine ใหม่ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคโนโลยี

เมื่อพูดถึงเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หลายคนอาจนึกถึง AI, EV, Semiconductor หรือ Data Center แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ทั้ง พลังงาน น้ำ Digital Infrastructure รวมถึง Movement และ Mobility ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า "ไทยจะสร้างอุตสาหกรรมอะไรใหม่" แต่รวมถึง "ไทยต้องเตรียมอะไรไว้รองรับการเติบโตนั้น" เพราะหาก Foundation ไม่พร้อม การลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ก็อาจไม่สามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ

Clean Energy ต้องตอบโจทย์ทั้งความสะอาดและความมั่นคง

หนึ่งใน Foundation สำคัญคือ Clean Energy ซึ่งต้องตอบโจทย์ทั้ง 4 ด้าน คือ Clean Energy, Reliability, Competitiveness และ Price โดย ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู กล่าวว่า "พลังงานที่ดีต้องไม่ใช่แค่สะอาด แต่ต้องมีความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และมีราคาที่เหมาะสม" หรือพลังงานที่สะอาด มีความมั่นคง ต้นทุนสามารถแข่งขันได้ และมีราคาที่เหมาะสมต่อการวางแผนธุรกิจ การเตรียมระบบพลังงานจึงไม่ได้หมายถึงการเพิ่มกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น Smart Grid ให้รองรับรูปแบบพลังงานและความต้องการของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนไป

"น้ำต้องนำหน้าการลงทุน" วางแผนน้ำ ให้ทันเศรษฐกิจ

อีก Foundation ที่ต้องเตรียมพร้อมคือ "น้ำ" เพราะประเทศไทยต้องรับมือทั้งสภาพอากาศร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วม ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมยังมีความต้องการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยคุณเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน มองว่า "น้ำต้องนำหน้าการลงทุน ไม่ใช่ไปตามแก้ปัญหาภายหลัง" หรือการวางแผนเรื่องน้ำควรเกิดขึ้นก่อนที่การลงทุนจะเข้ามา เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการในอนาคตได้ โดยมีทั้งแนวทาง One basin, one plan การเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน การนำ Technology & Data มาใช้ และการปรับรูปแบบบริหารจัดการน้ำ

Digital Infrastructure และ 2M ต้องพร้อมไปกับเศรษฐกิจใหม่

การเข้าสู่เศรษฐกิจยุค AI ทำให้ Digital Infrastructure มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผลและการเชื่อมต่อข้อมูล ซึ่งต้องอาศัยทั้งระบบดิจิทัลและพลังงานที่มีความพร้อม ขณะเดียวกันยังต้องเตรียมระบบรองรับการเคลื่อนย้ายคนและสินค้า โดยคุณจีน มอนสัน กล่าวถึง "การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องมองให้ครอบคลุมทั้ง Movement และ Mobility ตั้งแต่การขนส่งคนและสินค้า ไปจนถึงการเชื่อมโยงระบบคมนาคมกับอุตสาหกรรมยานยนต์และ Supply Chain" ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่

การลงทุนต้องเริ่มจาก Demand และความร่วมมือ

เมื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก อีกโจทย์สำคัญคือ ควรลงทุนอะไร และลงทุนมากแค่ไหน โดยดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี เน้นว่า "การลงทุนต้องเริ่มจาก Demand ที่แท้จริง เพื่อให้รู้ว่าควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านใดและลงทุนในระดับไหน" การลงทุนขนาดใหญ่จึงไม่สามารถอาศัยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคธุรกิจ และสถาบันการเงิน เพื่อให้ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเงินทุนสามารถเดินหน้าไปด้วยกัน

Financial Solutions กับการสร้าง Foundation Investment Ecosystem


ในมุมของสถาบันการเงิน บทบาทจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหาเงินทุน แต่รวมถึงการออกแบบ Financial Solutions ให้เหมาะกับลักษณะของโครงการ โดยคุณจีน มอนสัน กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกรุงศรีและ MUFG ในการสนับสนุนโครงการด้านพลังงานหมุนเวียน Digital Infrastructure และ Data Center ผ่าน Project Finance ว่า "การสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานต้องอาศัยรูปแบบการเงินที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละโครงการ เพื่อให้การลงทุนเกิดขึ้นได้จริงและต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ"

ขณะที่คุณประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมว่า "ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนไหน ๆ Infrastructure ทั้งน้ำและไฟ ก็ต้องเติมการลงทุนให้รอบด้าน" พร้อมกล่าวถึงการลงทุนของธนาคารในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Foundation Investment Ecosystem และ Economic Value

ท้ายที่สุด “Building the New Foundations of Thailand’s Next Growth Engine” สะท้อนว่า การสร้าง Growth Engine ใหม่ของไทยไม่ได้เริ่มจากการเลือกอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเตรียม Foundation ให้พร้อม ทั้งพลังงาน น้ำ Digital Infrastructure รวมถึง Movement และ Mobility

และนี่คืออีกมุมสำคัญจาก Krungsri Business Forum: The Business Battlefield ที่ชวนภาคธุรกิจมองการแข่งขันในอนาคตให้ไกลกว่าการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเฉพาะหน้า แต่ต้องเตรียมรากฐานและความร่วมมือให้พร้อม เพื่อเปลี่ยนการลงทุนให้กลายเป็นโอกาสและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้จริง