xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการ ตลท.การันตี Fund Flow ไทยยังบวกสวนภูมิภาค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการ ตลท.การันตี Fund Flow ไทยยังบวกสวนภูมิภาค สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ลั่นเดินหน้าลุย BOI to IPO ดึง New Economy พร้อมดัน TISA ปี 70 โดยอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อการออกแบบ และศึกษามาตรการสนับสนุนที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักลงทุนมากที่สุด
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีเม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกไปจากตลาดหุ้นไทยไปบ้าง แต่หากเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค ถือว่า Fund Flow ที่ไหลออกไปจากตลาดหุ้นบ้านเรายังน้อยกว่าภูมิภาค และทิศทาง Fund Flow ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยังเป็นบวกอยู่ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

ผู้จัดการ ตลท.มองว่า Fund Flow ที่ไหลออกไปส่วนใหญ่เป็นการนำเงินไปพักไว้ไนสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ผลตอบแทนที่สูง และมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าตลาดหุ้น เพราะปัจจัยภายนอกยังมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอน อีกทั้งทิศทางดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มปรับขึ้น ซึ่งจะเห็นว่า Fund Flow ส่วนใหญ่ไหลเข้าไปที่ตลาดตราสารหนี้ ซึ่งได้ปัจจัยบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น

นายอัสสเดช กล่าวว่า ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่หากมองภาพรวมในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 25% และปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วง 7 ปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทยอย่างชัดเจน

แม้ภาพรวมตลาดจะเติบโต แต่ตลาดทุนไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับสภาวะ K-Shape ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน คือ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทำผลงานได้ดีและเป็นตัวผลักดันดัชนีตลาดให้ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่บริษัทขนาดเล็กอยู่ในฝั่งขาลงของ K-Shape ซึ่งได้รับความสนใจและการซื้อขายจากนักลงทุนน้อยลง

ในตลาดทุนเราก็มี K-Shape เหมือนกัน มันจะมีบางอุตสาหกรรมธุรกิจใหญ่ๆ ที่ perform ดี และเป็นตัวดันตลาดขึ้นไป แต่ก็มีบริษัทเล็กๆ ที่ถือว่าเป็น K ด้านล่าง ความสนใจนักลงทุนน้อยลง การซื้อขายน้อยลง ก็เป็นสะท้อนเศรษฐกิจไทยในวันนี้ นายอัสสเดช กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงการต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะด้านดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมใหม่ๆ และ Supply Chain ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ หากมีความชัดเจนขึ้นและเห็นผลช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทย ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศ และทำให้ตลาดหุ้นไทยได้อานิงส์เชิงบวกไปด้วย เชื่อว่าจะสามารถดึงดูด Fund Flow เข้ามาเพิ่มเติมในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าหาธุรกิจที่เป็น New Economy เข้ามาจดทะเบียน ผ่านโครงการ BOI to IPO โดยปัจจุบันทีมงานเริ่มเดินทางไปสำรวจและพูดคุยกับธุรกิจต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะ New Economy ที่มีรายได้และกำไรที่ชัดเจน แทนที่จะเข้ามาเพียงซื้อที่ดินเพื่อลงทุนตั้งโรงงงานเท่านั้น เพราะการที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะทำให้เกิดโอกาสสร้างการเติบโต ความน่าเชื่อถือ และมีมูลค่าธุรกิจชัดเจนขึ้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาหลักปีกว่าจะเริ่มเห็นผล

นายอัสสเดช กล่าวว่า การยกระดับตลาดทุนในอนาคตตลาดหลักทรัพย์ฯจะมุ่งเน้นการแสวงหาโอกาสและธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ๆที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ โดยยุทธศาสตร์สำคัญที่กำลังผลักดันอย่างเข้มข้นในขณะนี้ คือ โครงการ BOI to IPO เพื่อเชิญชวนผู้ลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยผ่านการส่งเสริมของ BOI ให้พิจารณาใช้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุนในการขับเคลื่อนธุรกิจ

วันนี้ที่เรากำลังดำเนินการ BOI to IPO เราเห็นศักยภาพของผู้ที่มาลงประเทศไทย ก็อยากจะชวนมาลองใช้หรือคิดพิจารณาใช้ตลาดทุนของเราเป็นแหล่งระดมทุนในการขับเคลื่อนธุรกิจของเขา แล้วก็สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับนักลงทุนไทยไปด้วย เป็น New S-Curve ให้กับตลาดทุน นานอัสสเดช กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเตรียมความพร้อมด้านกรอบเกณฑ์และโครงสร้างไว้เป็นอย่างดี แต่นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแล้ว การตัดสินใจเข้ามาจดทะเบียนยังขึ้นอยู่กับนโยบายระดับโลก (Global Policy) ของแต่ละภาคธุรกิจและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆอีก

ด้านความคืบหน้าของโครงการ TISA ตลท.อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อการออกแบบ และศึกษามาตรการสนับสนุนที่มีความเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับนักลงทุนมากที่สุด และคาดหวังว่าโครงการ TISA จะเริ่มได้ในปี 70