นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ชื่อ t4t5 บนแพลตฟอร์ม GitHub เผยแพร่ชุดสคริปต์ชื่อ bitcoin-0.1-rebuilt ซึ่งอ้างว่าสร้างไฟล์ bitcoin.exe ขนาด 6,440,960 ไบต์ ได้เหมือนไฟล์ที่ซาโตชิ นากาโมโตะ ปล่อยออกมาเมื่อมกราคม 2552 ทุกไบต์ วิธีที่ใช้คือประกอบเครื่องมือคอมไพล์ยุคปี 2549 ถึง 2551 ขึ้นใหม่ แล้วรันผ่าน Docker และ Wine บนเครื่องลินุกซ์ ผลที่ได้บอกว่าไฟล์ปี 2552 สร้างจากซอร์สที่แจกคู่กันจริง และเผยรายละเอียดเครื่องบิลด์ของซาโตชิที่ไม่เคยมีใครเห็น แต่ผลนี้เป็นแค่คำยืนยันของเจ้าของรีโพซิทอรี ยังไม่พบการตรวจซ้ำจากบุคคลที่สาม และยังบอกไม่ได้ว่าซาโตชิคือใคร
นักพัฒนาใน GitHub ที่ชื่อ t4t5 ซึ่งในโปรไฟล์ของเขาระบุชื่อว่า Tristan บรรยายตัวเองว่าเป็น "open sorcerer" และคนรักไฟล์ข้อความธรรมดา มีรีโพซิทอรี 84 รายการ ผู้ติดตามราว 1,200 คน และเป็นเจ้าของโปรเจกต์ SweetAlert ที่มีผู้กดดาวกว่า 22,000 ดวง
สิ่งที่เขาทำคือสร้างไฟล์ bitcoin.exe ของบิทคอยน์ 0.1.0 ขึ้นใหม่จากซอร์สในไฟล์ต้นฉบับ ได้ค่าแฮช SHA-256 ขึ้นต้นด้วย fbcac071 ตรงกับไฟล์ปี 2552 จากนั้นเขาแพ็กไฟล์เป็น bitcoin-0.1.0.rar ขนาด 2,132,686 ไบต์ แบบเดียวกับที่ซาโตชิทำ และได้ค่า MD5 กับ SHA-1 ตรงกับที่ Satoshi Nakamoto Institute เผยแพร่ สถาบันแห่งนี้คือแหล่งเก็บงานเขียนและโค้ดของซาโตชิที่นักวิจัยใช้อ้างอิงกันมานาน
ประเด็นที่น่าสนใจเรื่องนี่คือเหตุการณ์ต้นฉบับ ซาโตชิบิลด์ไฟล์นี้เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2552 และไฟล์เสร็จเวลา 23:16 น. ตามเวลา UTC ส่วนไฟล์ที่นักวิจัยใช้อ้างอิงกันคือชุดที่ ส่งถึงฮาล ฟินนีย์ ลงวันที่ 7 มกราคม 2552 ช่วงที่สองคือการเผยแพร่ผลรื้อสร้างครั้งนี้ ซึ่ง เว็บ GitDiagram จัดทำแผนภาพของรีโพซิทอรีนี้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยอ้างอิงตามวันที่เปิดเป็นสาธารณะได้ โดยสถานที่ในเชิงกายภาพคือไม่มี ทุกอย่างอยู่บนอินเทอร์เน็ต รีโพซิทอรีตั้งอยู่บน GitHub ส่วนเครื่องที่ใช้บิลด์ต้นฉบับคือคอมพิวเตอร์ Windows XP ของซาโตชิเอง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ใด
นักพัฒนาใช้ลินุกซ์สถาปัตยกรรม x86-64 ติดตั้ง Docker และ curl มีพื้นที่ว่างราว 2 กิกะไบต์ แล้วรันคำสั่ง build.sh ครั้งเดียว การบิลด์ครั้งแรกใช้เวลาราว 6 นาทีบนเครื่อง 12 คอร์ และระบบจะรายงานว่าค่าแฮชตรงหรือไม่ตรงกับต้นฉบับ ใครสงสัยก็ไปลองเองได้ ไม่ต้องเชื่อใคร
บิทคอยน์รุ่นแรกไม่เคยถูกออกแบบมาให้ใครสร้างซ้ำได้ ไฟล์ถูกบิลด์ครั้งเดียวบนเครื่อง Windows XP ด้วยชุดเครื่องมือ MinGW เท่าที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง การทำให้ตรงจึงต้องประกอบเครื่องมือขึ้นใหม่จากแพ็กเกจสาธารณะปี 2549 ถึง 2551 ลงลึกถึงสแนปช็อตของ binutils และรูปแบบการขึ้นบรรทัดใหม่ในไฟล์ manifest ของ wxWidgets ผิดไปไบต์เดียว แฮชก็เพี้ยนทั้งไฟล์
สิ่งที่ถอดออกมาได้เป็นลำดับเหตุการณ์ ราววันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ซาโตชิบิลด์ wxWidgets 2.8.9 และ Berkeley DB 4.7.25 ด้วย MinGW gcc 3.4.5 ต่อมาอัปเกรด binutils เป็นสแนปช็อตเดือนมกราคม 2551 แล้วในวันที่ 10 มกราคม 2552 บิลด์บิทคอยน์ด้วย makefile ของตัวเอง ผ่าน mingw32-make จากหน้าต่าง cmd ธรรมดา ไม่ใช่ MSYS หลักฐานมาจากร่องรอยในตัวไฟล์ เช่น path ของซอร์ส libgcc ที่ฝังอยู่ และ mingwm10.dll ที่ตรงกับ mingw-runtime 3.13 ทุกไบต์ ส่วนไฟล์ RAR ซาโตชิใช้ WinRAR รุ่นราว 3.40 ถึง 3.51 ที่ออกช่วงกันยายน 2547 ถึงตุลาคม 2548
ปมเดิมที่คนในวงการค้างคา
โพสต์ของซาโตชิเคยบอกว่าใช้ Visual C++ 6.0 หรือ MinGW กับ MSYS ก็ได้ ปี 2563 โดยก่อนหน้านี้ แดน ไบรอันต์ เคยลองบิลด์บิทคอยน์รุ่นแรกด้วยเครื่องมือยุคเดียวกันและเล่าเรื่องนี้ในรายชื่ออีเมลนักพัฒนา แต่มีรายงานว่าไม่เคยมีการเผยแพร่ผลเทียบแบบไบต์ต่อไบต์กับไฟล์ปี 2552 ข้อสันนิษฐานเรื่อง MinGW จึงค้างเป็นข้อสันนิษฐานมาตลอด รีโพซิทอรีใหม่อ้างว่าปิดช่องว่างนั้นได้ คำตอบคือ MinGW และ cmd
ขณะที่ไฟล์ชื่อ bitcoin-0.1.0 จริงๆ แล้วคืออัปเดตวันที่ 10 มกราคม 2552 ซึ่งมีค่า VERSION เป็น 101 ไม่ใช่ชุดวันเปิดตัวดั้งเดิม และยังไม่รู้ว่าแพ็กเกจวันที่ 8 มกราคมเหลืออยู่ที่ไหน นอกจากนี้ผู้พัฒนาต้องตั้งเวลาสามจุดที่ฝังอยู่ในไฟล์ให้ตรงกับค่าที่อ่านจากไฟล์เดิม หากไม่ตั้ง ไฟล์จะต่างกัน 335 ไบต์ ไฟล์ DLL สองตัวไม่ได้ถูกสร้างใหม่ และทั้งหมดรันบน Wine ไม่ใช่ Windows XP จริง สุดท้ายคือเรื่องที่ตรวจสอบได้ยากที่สุด นั่นคือเท่าที่ผู้สื่อข่าวค้นพบ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีรายงานจากบุคคลที่สามที่รันซ้ำและยืนยันผล
ผลกระทบต่อตลาดและการลงทุน
อย่างไรก็ตามประเด็นข่าวของนักพัฒนาครั้งนี้ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนราคาบิทคอยน์ และไม่ควรเป็น นี่ไม่ใช่เรื่องกระแสเงินหรืออุปสงค์ แต่เป็นเรื่องความน่าเชื่อถือที่รองรับราคาทั้งหมดอยู่ สินทรัพย์ที่ถูกเรียกว่า "ทองคำดิจิทัล" มีไฟล์ต้นกำเนิดที่ใครก็ตรวจได้ว่าไม่มีโค้ดแอบแฝง ข้อนี้ตอกย้ำหลักที่วงการคริปโตพูดกันเสมอว่า ไม่ต้องเชื่อ ให้ตรวจสอบเอง บิทคอยน์ Core ยุคปัจจุบันก็ถือการบิลด์ซ้ำได้เป็นมาตรฐานความปลอดภัยอยู่แล้ว การพิสูจน์ย้อนไปถึงไฟล์แรกสุดจึงเป็นเสาเข็มอีกต้นให้เรื่องเล่าด้านความโปร่งใส
ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้กำกับดูแลในไทยและอาเซียนควรหยิบบทเรียนนี้ไปใช้ คำถามที่ว่าไฟล์นี้มาจากซอร์สไหน ใครยืนยันได้ ต้องถามกับกระเป๋าเงิน โหนด และซอฟต์แวร์ผู้รับฝากทุกตัว เพราะซอฟต์แวร์ที่ดูแลเงินลูกค้าหลุดจากโซ่อุปทานเมื่อไร ความเสียหายเกิดทันที
คำเตือนเรื่องโปรเจกต์ลอกชื่อ
ชื่อ "บิทคอยน์ดั้งเดิม" เริ่มถูกหยิบไปใช้ในโปรเจกต์ที่ไม่ใช่ของจริง ตัวอย่างคือโปรเจกต์ genesis ของ original-bitcoin-laboratory ที่ระบุเองว่าเป็น เชนทดลองปี 2569 ไม่ใช่บิทคอยน์ปี 2552 และผู้เขียนที่ใช้ชื่อซาโตชิ นากาโมโตะเป็นเอไอเอเจนต์ ไม่ใช่คน พร้อมประกาศว่าไม่ใช่เงิน และค่าแฮชของไฟล์ก็คนละค่ากับรีโพซิทอรีในข่าวนี้ ส่วนโปรเจกต์ Bitflash โฆษณาว่าฟื้นชีพบิทคอยน์ 0.1.0 พร้อมให้ขุดด้วย CPU ซึ่งเป็นเชนใหม่ที่ยืมโค้ดเก่า ไม่ใช่บิทคอยน์ที่นักลงทุนถือกันอยู่ ใครเจอเหรียญหรือโทเคนที่แปะคำว่า "ซาโตชิ" "ต้นฉบับ" หรือ "ปี 2552" แล้วมีคนชวนซื้อ ควรถอยออกมาตั้งหลักก่อน
ทั้งนี้ไฟล์ที่ตรงกันทุกไบต์พิสูจน์ได้อย่างเดียวคือ โค้ดที่แจกกับไบนารีที่แจกเป็นอันเดียวกัน ไม่ได้บอกว่าซาโตชิเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือถือเหรียญเท่าไร ปริศนาตัวตนยังเงียบเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรารู้แล้วว่าเครื่องของเขาใช้เครื่องมืออะไร และเขาลงมือบิลด์ในค่ำคืนวันที่ 10 มกราคม 2552 ก่อนที่บิทคอยน์จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ทั้งโลกต้องจับตา


